RSS

Tag Archives: NAM

เรื่องของ NAM

แม่อยากจะแชร์เรื่องของ NAM กันบ้าง  ถึงวิธีการใส่และวิธีการดูแล

NAM ย่อมาจาก Nasoalveolar Molding หรือเพดานเทียม  ที่ภูผาใส่จะมี 2 แบบ

แบบแรกใส่ตั้งแต่ภูผาเกิดได้ 1 วัน  เป็นเพดานเทียมแบบบาง  วัตถุประสงค์ของการใส่เพดานเทียมแบบนี้ก็เพื่อให้ภูผาสามารถกินนมได้จากขวด  หรือบางทีก็สามารถกินนมจากเต้าของแม่ได้  ตอนพาภูผาไปทำ  ภูผาไม่ร้องเลย  คุณหมอก็ใส่ยางคล้าย ๆ ดินน้ำมัน  เพื่อพิมพ์มาทำเป็นบล๊อกเอาไว้ก่อน  แล้วค่อยมาทำแผ่นเพดานเทียม

เพดานเทียมแบบนี้จะมีเชือกเอาไว้ดึง  เพื่อถอดออกมาล้าง  แม่จะใส่ให้ภูผาเฉพาะตอนที่ภูผากินนม  หลังจากนั้นแม่ก็จะถอดออก  ล้างทำความสะอาด  แล้วก็ใส่เอาไว้ในตลับใส่ฟันปลอมที่ใ่ส่น้ำเอาไว้  แบบนี้ใ่ส่ไม่ยาก  แล้วภูผาก็ไม่เจ็บ  ช่วงแรก ๆ ภูผากินนมจากขวดได้ดีเลย

แบบที่ 2 หลังจากไปหาหมอที่รามา  แล้วคุณหมอฟันแนะนำให้ใส่เพดานเทียมแบบที่มีที่ดันจมูก  คุณหมอต้องทำเพดานเทียมอัีนใหม่  เพราะว่าอันแรกใช้ไม่ได้มันบาง  แบบใหม่ที่คุณหมอจะทำให้จะค่อนข้างหนา  แล้วทำด้วยอะคริลิค  เพื่อให้สามารถเจียร์เพื่อปรับได้  และติดเหล็กที่ดันจมูกได้ด้วย

แบบนี้จะมีก้านอยู่ด้านหน้าเอาไว้ดึงใส่เข้าหรือดึงออกเพื่อนำไปล้าง  และเป็นก้านที่เอาไว้ยึดกับยางที่ติดเทปแล้ว  ที่ดามจมูกจะเป็นลวดที่ด้านหนึ่งฝังไปกับเพดานเทียมและอีกด้านยื่นขึ้นมาเพื่อดามจมูกจะมียางด้านปลาย  เพื่อใส่เข้าไปในจมูก  และมีรูตรงกลางเพดานเทียมเพื่อเป็นรูสำหรับการหายใจ

การล้างทำความสะอาดก็ไม่ยาก  ใช้น้ำยาทำความสะอาดขวดนมและแปรงสีฟันค่อย ๆ ล้างตามซอกต่าง ๆ ด้านในเพดานเทียมและด้านนอก  รวมถึงลวดและที่ดันจมูก  เสร็จแล้วก็มาล้างน้ำต้มสุกแบบอุ่น ๆ อย่าให้ร้อนจัดเพราะจะไปทำให้เพดานเทียมเสียรูปได้

เพดานเทียมแบบนี้เราจะต้องใส่ไว้ตลอดทั้งวัน  เพื่อจัดสันเหงือก และ  ดันจมูก  ทำให้สันเหงือกเข้ามาชิดกันและทำให้จมูกด้านที่แฟบลงไปนั้น  สร้างกระดูกอ่อนของจมูกขึ้นมาเป็นรูจมูก  เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการผ่าตัดริมฝีปาก

มาดูวิธีการใส่  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างจะยุ่งยาก  และต้องใจเย็นๆ  เพราะว่าภูผาจะร้องเกือบทุกครั้งที่ใส่  แต่ว่าแม่ลงความเห็นแล้วว่าภูผมไม่ได้เจ็บตอนใส่หรอก  น่าจะรำคาญมากกว่า  เพราะว่ามีบางครั้งที่ภูผากินอิ่มและอารมณ์ดีภูผาก็ไม่ร้องเลย  ช่วงหลัง ๆ ก็จะให้ภูผาดูโมบาย  หรือของเล่นที่ภูผาสนใจแล้วถึงจะทำให้ภูผา  ภูผาก็จะร้องน้อยลงหรือบางครั้งก็ไม่ร้องเลย

photo (7)_resize

วิธีการใส่

1. เตรียมแผ่นรองติดที่แก้มเป็นตัวกันไม่ให้เทปสีขาวไปติดโดนแก้ม  เพราะว่าเทปสีขาวมันเหนียวมาก  เวลาลอกออกจะลำบาก  เพราะว่ามันจะดึงหนังตรงแก้มและทำให้แพ้  บางทีถ้าระคายมาก  ๆ ตอนดึงก็ทำให้เลือดออกซิบ ๆ อยู่เหมือนกัน  ตัดแผ่นรองหนังขนาดพอประมาณอย่าให้เล็กหรือสั้นเกินไป  เพราะว่าจะทำให้เวลาติดเทปสีขาวแล้วจะรั้งตัวเพดานเทียมไม่ได้

2. ปิดแผ่นรองนี้ลงไปบนแก้มภูผา  แนวเฉียง ๆ ระวังอย่าให้ชิดกับลูกตามากนัก

3. เตรียมเทปผ้าสีขาวติดกับยางไว้  ระยะที่พับทบของเทปผ้าให้ยาวพอที่เวลาติดเทปที่ดึงจากเพดานเทียมมาติดบนหน้าแล้ว เทปผ้าสีขาวจะไม่ติดไปโดนผิวหน้า และระยะทบไม่ให้สั้นจนเกินไป  เพราะว่ามันจะรั้งแล้วทำให้ที่ทบตรงยางหลุดแล้วยางจะดีดได้

4. ใส่เพดานเทียมที่ล้างทำความสะอาดแล้ว  ถ้าจะให้ดีก็ใส่เทปผ้าสีขาวลงไปด้วย  โดยใส่ด้านยาว(ด้านที่ไม่เป็นเพดานโหว่)ลงไปก่อน  แล้วตามด้วยด้านเทปสั้น  เพื่อลดระยะเวลาในการติดเทปให้เร็วยิ่งขึ้น  ภูผาก็จะไม่ต้องร้องนาน   หลังจากนั้นก็ใส่เพดานเทียมพร้อมกับผ้าเทปที่ห้อยกับที่ก้านของเพดานเทียมลงไป  พร้อมกับติดเทปลงไปที่แก้มทั้งสองด้านอย่างรวดเร็ว  ยังไม่ต้องให้แน่นมากก็ได้  ตรงที่ดันจมูกให้จมูกสูงกว่าด้านอีกข้างแต่อย่าให้ตึงมากเพราะว่าจะทำให้จมูกด้านในเป็นแผลได้  ถ้าภูผาร้องตอนนี้  ก็เอาภูผาขึ้นมากอดให้หายร้องสักพัก

5. ค่อย ๆ ปรับความตึงของเทปผ้าสีขาวให้แน่นขึ้น  ดึงรั้งด้านสั้นเฉียงประมาณ 45 ถึง 60 องศาโดยดึงให้ค่อนข้างตึง  ส่วนด้านยาวใช้วิธีการบีบแก้มปิดแบบเฉียงประมาณ 45 องศาแต่ไม่ต้องตึงมากเท่ากับด้านสั้น  ดูที่ดันจมูกด้วยให้ดันแล้วตรง ๆ ไม่เบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ีงเกินไป  หลังจากนั้นสังเกตว่าเพดานเทียมห้อยมั๊ย  ถ้าไม่แน่นก็เอามือไปด้านเพดานเทียมขึ้นแล้วดูว่าเทปด้านไหนหย่อนก็ปรับด้านนั้นดึงให้ตึงขึ้นและปรับอีกด้านหนึ่งควบคู่เพื่อพยุงแรงกันด้วย

6. สังเกตตอนกินนมว่าเพดานเทียมมันโยกเยกมั๊ย  ถ้าติดและดึงได้ดีก็ไม่เขยื้อนหรือเขยื้อนน้อยมาก  ถ้าเขยื้อนก็ต้องปรับดึงกันใหม่

7. ตรงที่ดันจมูกถ้าสังเกตว่ามันเข้าไปในจมูกจนเกินไปหรือออกมาด้านนอกจนเกือบจะหลุดออกจากจมูกแล้ว  ก็สามารถปรับลวด  โดยเอาคีมดัดลวดดัดเข้าหรือดัดออก

8. ติดเทปขาวด้านขวางที่ตัดด้านกลางเข้าไปเพื่อเว้นที่เอาไว้สำหรับจมูก  ติดด้านหนึ่งก่อน  แล้วทำการบีบแก้มแล้วก็ติดอีกด้านหนึ่ง  เพื่อให้ริมฝีปากเข้ามาชิดกันมากขึ้น

หมายเหตุ :

– ควรถอดออกมาล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าเทปสีขาวอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง  เพราะถ้าติดทิ้งเอาไว้นาน  ยางจะหย่อนและประสิทธิภาัพในการดึงก็จะลดลง  จึงควรเปลี่ยนอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

– อย่ามัดมือหรือช่วยกันจับมือจนแน่น  เพราะเคยได้คุยกับผู้ปกครองคนหนึ่ง  เวลาทำเขาก็จะให้คนอื่นช่วยกันจับตัวจับมือแน่น  เพราะว่ากลัวดิ้นแล้วจะทำไม่สะดวก  ทีนี้ตอนหลังพอเวลามีคนเข้าไปจับมือเด็กจะผวาและกลัวหรือระแวงเพราะว่ากลัว  ดังนั้นควรจะใช้ิวิธีการหลอกล่อวิธีอื่นเช่นให้ดูโมบาย  คุยเล่นด้วย  เพื่อให้เด็กเพลิน ๆ ยังไงเด็กก็จะต้องร้องอยู่แล้วก็อย่าให้ลูกฝังใจ  หาวิธีอื่นเบี่ยงเบนแล้วค่อย ๆ ทำกันไปจะดีกว่า

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , ,

หาหมอฟันปรับ NAM ครั้งที่ 2

ไปหาหมอฟันเพื่อปรับ NAM ครั้งที่ 2  ภูผามาหาหมอฟัน 3 ครั้งแล้วนะ  ครั้งแรกมาใส่ แล้วมาปรับ 2 ครั้งแล้ว

ครั้งนี้หมอฟันชมว่าเราใส่เครื่องมือได้ดีมาก  พอถอด NAM ออก  จมูกก็ยังไม่ฟีบลงมา  มองเห็นเป็นรูจมูกสวยเลย  หมอเรียกพยาบาลมาดูว่าเนี่ย  ภูผาใส่เครื่องมือแล้วได้ผล

ปะป๊าก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับแม่เขาเลยนะ  เพราะว่าแม่เขาพยายามใส่เครื่องมือให้กับภูผาอย่างเคร่งครัด  คอยปรับเครื่องที่ดันจมูกขึ้นไม่ให้ที่ดันเข้าไปข้างในเกินไป  แล้วก็คอยปรับแก้ตัวเทปพันยางที่ดึงไปที่แก้มทั้ง 2 ด้านของภูผา  ว่าตรงไหนต้องดึงหย่อน ดึงเบา  แม่เขามีขั้นตอนในหัวแล้วก็ท่องเอาไว้เวลาทำให้ภูผา  คอยหมั่นดูเวลาภูผากินว่ามันเป็นยังไงบ้าง  ฯลฯ

เคยมีเรื่องที่กังวลเกี่ยวกับการใส่ NAM  เพราะว่ามีช่วงหลัง ๆ ภูผาใส่แล้ว  เหมือนตรงจมูกด้านในมันเป็นร่องเว้าเข้าไปตามรูปของที่ดันจมูก  แล้วมีเหมือนเป็นหนองหรือน้ำเหลือง ๆ เพราะว่าก่อนหน้านั้นมันแดง  คิดว่าน่าจะอักเสบด้านใน  แม่เขาก็เลยคิดเอาน้ำเกลือมาล้างตรงแผลตรงนั้น  เพราะแม่เขาเคยดูคลิปของการล้างจมูกในเด็กทารกเพื่อแก้หวัดโดยการใช้น้ำเกลือ  พอแม่เขาเห็นภูผามีน้ำเหลือง ๆ เหมือนหนอง  ก็เลยให้ยายไปซื้อน้ำเกลือขวดที่เอาไว้ล้างแผลเป็นแบบประเภทที่ล้างคอนแทคเลนส์ได้  มาค่อย ๆ ล้างตรงจมูกให้กับภูผา 2-3 วันก็ค่อย ๆ หายไป  แม่เขาถามหมอเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาเป็นกันมั๊ย  คุณหมอก็บอกว่าก็เป็นกัน

คราวนี้คุณหมอก็เลยคิดจะปรับเครื่องมือให้ไปชิดกับปีกจมูก  แต่ว่ามันดูแปลก ๆ คุณหมอบอกว่าชอบที่จะให้ชิดตรงด้านกลางจมูกมากกว่า  ก็เลยปรับชิดด้านตรงกลางจมูก  และดันจมูกขึ้นอีกนิด

แม่คอนเฟิร์มกับคุณหมอฟันว่า  คุณหมอศัลยกรรมมีแผนผ่าตัดแล้ววันที่ 17 ธันวาคม นี้  ให้มาถามหมอว่าโอเคมั๊ย  คุณหมอก็ตอบว่าได้นะ  เพราะว่าจมูกก็เริ่มขึ้นดี  แต่หมอก็แปลกใจว่าทำไมเรานัดหมอได้เร็วจัง  ปะป๊าก็เลยบอกว่าเราไปที่คลินิกพรีเมียมศัลยกรรม  คุณหมอฟันก็เลยนัดเราอีก 3 ครั้งก่อนที่เราจะผ่าตัดกัน  ครั้งหน้าเป็นวันที่ 14 พ.ย. นี้   วันเดียวกับที่ต้องพาภูผาไปพบหมอศัลยกรรมเลย

ภูผาใกล้จะได้ผ่าแล้วนะ  ค่อนข้างแน่นอนแล้ว  ปะป๊ากับแม่ก็เตรียมตัวที่จะหยุดเพื่อไปเฝ้าภูผากันแล้วหล่ะ  แต่ยังไงแม่ก็จะยังเคร่งครัดในการใส่เพดานเทียมให้กับภูผาเหมือนเดิม  อดทนไว้นะครับ  อีกนิดเดียว

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ไปหาหมอฟันปรับ NAM ครั้งที่ 1

วันนี้แม่กับยายพาภูผาไปหาหมอฟันเพื่อปรับ NAM ครั้งที่ 1 หลังจากที่ใส่มาแล้วครบ 2 อาทิตย์พอดี  แม่กับยายขึ้นแท๊กซี่ไปเพราะว่าจะลองไปเองดูสักครั้ง ปะป๊าจะได้ไม่ต้องหยุดงาน  วันนี้เป็นวันแรกที่แม่ลองใช้เป้อุ้มเด็ก  เพื่ออุ้มภูผาไปโรงพยาบาล  ไปถึงที่รามาตึกเก่าประมาณ 10 โมงกว่าคุณหมอนัด 11 โมง  รอไม่นานคุณหมอก็เรียก

คุณหมอบอกว่าเหงือกด้านหน้าของภูผาเข้ามาติดกันแล้ว  แต่ว่าตัวที่ดันจมูกมันเข้าไปลึกไปหน่อย  ต้องใส่ให้พลาสติกตัวกลม  ๆ ที่ดันจมูกดันด้านหน้าออกมาครึ่งหนึ่งถึงจะใช้ได้   คุณหมอบอกว่าแม่ต้องช่วยคุณหมอดัดนะ  เพราะว่าถ้าใส่ไปประมาณอาทิตย์นึงมันอาจจะยุบเข้าไปในรูจมูกเหมือนเดิมก็ต้องปรับดันให้ออกมา

คุณหมอเห็นว่าเหมือนตรงสามเหลี่ยมด้านหน้าเหงือกกับปากแดง ๆ ก็เลยไปเจอว่ามันน่าจะเป็นเพราะวิธีการคาดเทปด้านยาวที่คาดไว้ใต้เหล็กแล้วอาจจะไปดันกดตรงบริเวณเหงือกตรงนั้น  คุณหมอก็เลยดันเหล็กให้โค้งมากขึ้นแล้วก็ให้คาดเทปสอดเข้าไปด้านในเลย  เพื่อไม่ให้มันไปกดอีก    ส่วนเทปตรงกลางที่คาดก็ยังให้กลับมาคาดเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องที่ภูผากินแล้วสำลักบ่อย ๆ คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากการที่รูของขวดนมใหญ่เกินไป  คราวหน้าสงสัยต้องปรับรูขวดนมเป็นระดับขีด 1 หรือไม่ก็ 2 ขีดไม่เกินนี้  เพราะว่าเดี๋ยวนี้ภูผาดูดแรงขึ้นด้วย  ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน

อีก 3 อาทิตย์ค่อยไปหาคุณหมอฟันใหม่จ้า

 

ป้ายกำกับ: , ,

หาหมอศัลยกรรมและหมอฟันครั้งแรก

เล่าย้อนหลังตอนไปหาหมอศัลยกรรมและหมอฟันครั้งแรกที่รามา

หลังจากที่ปะป๊าได้ใบสูติบัตรที่โรงพยาบาลวิภาวดีประมาณ 1 อาทิตย์หลังจากที่ภูผาคลอด  ปะป๊าก็รีบโทรไปนัดอาจารย์หมอ ผศ.นพ. เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร เป็นวันพุธที่ 18 กันยายน 2555  นัดช่วงเช้า  แต่พอใกล้ ๆ พยาบาลโทรมาเลื่อนเป็นช่วงบ่าย   ปะป๊าก็ขับรถพาแม่ไปที่โรงพยาบาลในวันพุธนั้น  ไปพบคุณหมอที่คลินิกพรีเมียมศัลยกรรมชั้น 4 ตึกศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์  และเป็นครั้งแรกที่ปะป๊ากับแม่ได้ใช้ขนเข็นของภูผาที่ยายซื้อให้

อาจารย์หมอน่าจะอายุประมาณ 40 กว่าแล้วหล่ะ  แต่ยังดูหนุ่มอยู่เลย  อาจารย์ไม่ได้ดูด้านในปากของภูผา  เพราะว่าตอนนั้นภูผากำลังหลับอยู่  เดี๋ยวจะตื่น  แต่อาจารย์ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่าภูผาเป็นยังไง  อาจารย์บอกว่าต้องมีการผ่าตัดกันหลายครั้งคือผ่าตัดริมฝีปากและก็ผ่าตัดเย็บเพดาน  ซึ่งข้อมูลพวกนี้ปะป๊าพอจะรู้บ้างแล้ว  หลังจากอ่านในอินเตอร์เนต  ก็เป็นบทความที่อาจารย์เฉลิมพงษ์เขียนนั่นแหละของ Rama-Cleft  แล้วอาจารย์ก็ให้ดูรูปเด็กที่อาจารย์เคยผ่าตัดว่าหลังจากผ่าตัดแล้วเป็นยังไงบ้าง  ซึ่งปะป๊าว่าโอเคเลยหล่ะ  แผลเนียนเลยทีเดียว  อาจารย์บอกว่ามีสองวิธีการรักษาให้เลือกก็คือ 1) ผ่าตัดตอนอายุประมาณ 3 เดือน แล้วค่อยไปตัดแต่งจมูกตอน 6 ขวบ  กับ 2) ใส่เพดานเทียม แบบที่มีที่ดันจมูก  ซึ่งอาจจะต้องเลื่อนเวลาผ่าตัดไปอีก 2 เดือน คือจะได้ผ่าตัดริมฝีปากตอนประมาณ 5 เดือน  แต่จมูกก็จะดูสวยกว่าตั้งแต่ตอนผ่าตัดในครั้งแรก  เพราะที่ดันจมูกก็จะไปช่วยสร้างให้รูจมูกด้านที่แบนนูนขึ้นมา  แต่สุดท้ายยังไงก็ต้องผ่าตัดตกแต่งจมูกกันอีกทีตอน 6 ขวบเหมือนกัน  แต่วิธีที่ 2 ก็จะเหมาะกับคนที่มีเวลาพาลูกมาที่โรงพยาบาลเพื่อปรับตัวเพดานเทียมกับที่ดันจมูก  ทุก ๆ 2 อาทิตย์   ซึ่งทั้ง 2 วิธี  ผลสุดท้ายแล้วก็ได้ผลที่ใกล้เคียงกัน

ปะป๊ากับแม่ก็มองหน้ากันแล้วก็ตัดสินใจว่าจะให้ภูผาใส่เพดานเทียมที่มีที่ดันจมูก  อาจารย์ก็เลยส่งไปที่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมซึ่งอยู่เยื้อง ๆ กับพรีเมียมศัลยกรรม  เพื่อนัดอาจารย์หมอนันทนา ศรีอุดมพร

พอไปถึงพยาบาลที่ดูแลคิวบอกว่าคิวของอาจารย์ได้เร็วสุดเดือนพฤศจิกายน  ปะป๊ากับแม่เริ่มเครียด  เพราะว่าอยากให้ภูผาได้ใส่เพดานเทียมกับที่ดันจมูกไวกว่านั้น  เพราะว่าถ้าได้คิวเดือนพฤศจิกายนถึงค่อยใส่ก็ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร  เพราะว่าเกือบ 3 เดือนแล้ว  พยาบาลก็บอกว่า  ลองโทรมาถามคิวอีกทีก็ได้  ถ้ามีคนยกเลิกไม่มาตามนัดก็จะได้มาแทนเขาได้  คุณหมอเข้าวันพฤหัสกับศุกร์

เย็นนั้นปะป๊ากับแม่ก็เริ่มกังวลใจว่าจะทำยังไงดี  หรือว่าเราจะผ่าตัดโดยไม่ต้องใส่เพดานเทียมดี  หรือว่าจะพาภูผาไปใส่เพดานเทียมที่อื่น เช่น  ที่ทันต มหิดล

วันรุ่งขึ้นปะป๊าก็ลองโทรไปถามคิวดูอีกที  บอกว่าอยากพบหมอเร็ว ๆ เขาว่าวันนี้คิวว่างพอดี  ตอนประมาณ 6 โมงเย็น  ปะป๊าดีใจมากก็โทรบอกให้แม่เก็บของเตรียมตัวพาภูผาไปหาหมอได้เลยเย็นวันนั้น  แล้วแม่เขาก็โทรหากู๋เป้  ซึ่งกู๋เป้  กำลังจะกลับบ้านพอดี  ก็ขับรถพาแม่กับภูผาไปหาหมอเย็นวันนั้น

อาจารย์หมอนันทนา  อธิบายให้แม่ฟังละเอียดมาก  ถึงการใส่เพดานเทียม  การผ่าตัด  การจัดฟันในอนาคต  บอกว่าภูผา  ยังต้องเจ็บอีกหลายครั้ง  อาจาย์หมอเล่าให้ฟังถึงการใส่เพดานเทียมกับที่ดันจมูก  ว่ามันมีข้อดีที่จมูกของลูกก็จะสร้างกระดูกของตัวเองขึ้นมา  โดยไม่ต้องใช้กระดูกที่อื่นหรือฉีดอะไรเข้าไปตอนที่ทำการผ่าตัดจมูก  และอาจารย์หมอถามแม่ว่าทำไมถึงมาหาที่คลินิกพรีเมียม  ทำไมไม่ไปที่ตึกเก่า   อาจารย์หมอเลยนัดแม่ให้ไปที่ตึกเก่าเพื่อทำเพดานเทียม   บอกว่าถ้าไปที่นั่นจะได้เจอคนที่เป็นเหมือนกับเราได้พบปะพูดคุย  จะได้รู้สึกว่าเราก็มีเพื่อน  มีคนเป็นเหมือนกับเรา  ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน  อาจารย์หมอบอกอีกว่าตัวเพดานเทียมอันเก่ามันใช้ไม่ได้  เพราะมันเอามาฝนไม่ได้  มันเป็นแบบบาง  คุณหมอเลยให้ไปติดต่อขอบล๊อกจากโรงพยาบาลเก่า   แล้วเอามาให้หมอดูก่อน  ถ้าใช้ไม่ได้ก็ต้องพิมพ์ปากเพื่อทำเพดานเทียมใหม่  ซึ่งในการพิมพ์ปากเพื่อทำเพดานเทียมนั้นคุณหมอบอกว่าอาจจะต้องไปทำในห้องซึ่งมีคุณหมอดมยาเข้าไปด้วย  เพราะว่าจะมีเครื่องมือที่พร้อมกว่าเป็นเครื่องวัดปริมาณออกซิเจน  เพราะว่าเด็กต้องอดอาหารและนิสัยการร้องไห้ระบบการหายใจของเด็กยังไม่ค่อยดีเท่าไีร  จะได้มีเครื่องมือและคุณหมอช่วยเหลือได้

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2555  ปะป๊ากับแม่ก็พาภูผาไปทำเพดานเทียมที่ตึกเก่าของรามา ได้เจอกับเด็กที่เป็นเหมือนภูผาเลย  2 คน  คนนึงเป็นข้างเดียวเหมือนภูผา  อีกคนนึงเป็น 2 ข้าง  แล้วก็ได้เจอเคสเด็กที่ก็ไม่รู้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร  แต่ติดถังอ๊อกซิเจนมาด้วย  ปะป๊ากับแม่ก็เลยคิดว่า  โห…ภูผาเนี่ย  ถือว่าเป็นน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ เขา  คุณหมอก็บอกอย่างนั้นเช่นกัน  ของภูผาร่องตรงเพดานไม่กว้างเลย  น่าจะผ่าตัดไม่ยาก  แล้วบล๊อกที่เอาไปให้ก็ใช้ได้ด้วย  คุณหมอก็เลยทำให้ได้เลย  นัดให้มาใส่อีกทีตอนบ่ายของวันนั้นเลย

ช่วงบ่ายก็ถึงเวลาใส่เพดานเทียมให้กับภูผาแล้วนะ  ก่อนหน้านั้น  มีช่างกล้องมาถ่ายรูปภูผากับเด็กคนอื่นๆ  เอาไว้  น่าจะเอาไปทำเป็นสื่อการสอนหล่ะมั๊ง  อย่างน้อย ๆ ภูผาก็มีประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ  นะ  ขั้นตอนในการใส่เพดานเทียมให้ภูผาก็ไม่ได้ยุ่งยากมากมายนัก  ปะป๊าเป็นคนอุ้มให้คุณหมอใส่เพดานเทียมและที่ดันจมูกให้   ส่วนแม่ไปซื้ออุปกรณ์พวกยางและเทปปิดปาก  ภูผาไม่ค่อยร้องเท่าไร  ภูผาเก่งมาก  แต่…

พอขึ้นรถกลับบ้าน  ภูผาร้องไห้ใหญ่เลย  ตอนที่เกือบจะถึงบ้านแล้ว  แล้วก็ร้องตลอดเวลาเลย  สงสัยว่าภูผาจะเจ็บ  แล้วก็กินขวดนมอันเดิมไม่ค่อยได้ด้วย  ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่รู้จะทำยังไงกันดีเลย  ปะป๊าก็เลยทดลองให้กินขวดนมธรรมดา  แต่เอาจุกนมไปบากเป็นรูปกากบาท  เพื่อให้รูใหญ่ขึ้นภูผาจะได้กินได้ง่ายขึ้น  ซึ่งก็ได้ผล  ภูผาก็กินได้ในเย็นวันนั้น  แต่หลังจากนั้นก็ยังร้องไห้เยอะอยู่ดีเมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่จะใส่เพดานเทียม  มีคนบอกว่าจะร้องไห้แบบนี้ 3 วัน !

หลังจากวันนั้นแม่หนูก็ทดลองให้กินขวดนมพิเศษแบบเก่ากับขวดนมธรรมที่ปะป๊าบากหัวให้  กลับเป็นว่ากินขวดนมพิเศษดีกว่า  ก็เลยกินขวดนมพิเศษเรื่อย ๆ มา

หมายเหตุ : มีศูนย์และมูลนิธิที่สามารถติดต่อเพื่อรับการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เช่น ศูนย์ของจุฬา  ศูนย์ของรามา  มูลนิธิตะวันฉาย และจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้า เวปลิงค์ดีดี ครับ

 

ป้ายกำกับ: , , ,