RSS

Tag Archives: ทารก

ผ่าตัดริมฝีปากแล้วคร๊าบ

และแล้ววันผ่าตัดครั้งแรกที่รอคอยก็มาถึง

16 ธันวาคม  ปะป๊ากับแม่และเหล่าอากู๋,อากิ๋ม,ยาย และอาอี๊มาส่งภูผากันที่โรงพยาบาลรามา  เพราะว่าเราต้องมานอนพักก่อนเข้ารับการผ่าตัดในวันพรุ่งนี้  เราไปติดต่อที่ผู้ป่วยในและได้ขึ้นไปพักที่ชั้น 6 หวอด 5 น่าจะเป็นหวอดเด็ก ที่ตึกศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์  ภายในห้องพักเหมือนโรงแรมเลย  ค่อนข้างสะอาดและดูดี  พร้อมกับมีวิวด้านนอกที่เป็นสวนปลูกต้นไม้ด้านนอกอีกด้วย  ภูผาใส่เสื้อของโรงพยาบาลแบบทารก  และ  พยาบาลก็เข้ามาวัดความดันทุกๆ 3 ชั่วโมง  ปะป๊ากับแม่ก็อยู่นอนเฝ้าภูผากันสองคน   ภูผาก็ยังคงร่าเริง และคุยเก่งเหมือนเดิมแต่ในวันรุ่งขึ้นนั้นกลับตรงกันข้ามเลย

17 ธันวาคม  ภูผาต้องอดนมก่อนการผ่าตัด 4 ชั่่วโมงคือเวลาตั้งแต่ตี 5 ห้ามกินนม  แม่เลยปลุกภูผามากินนมตั้งแต่ตอนตี 3:30  ภูผากินไปประมาณ 3-4 ออนซ์  แม่ให้ภูผานอนที่อกแม่เพื่อไม่ให้ภูผางอแงและนอนได้นานขึ้น  ประมาณ 7:30 พยาบาลห้องผ่าตัดมารับตัวภูผาเข้าไปที่ห้องผ่าตัด ภูผาก็ตื่นและร้องช่วงนั้นพอดี  โดยแม่นั่งรถเข็นแล้วก็อุ้มภูผาเข้าไปด้านใน  ภูผาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อผ่าตัดและแม่สามารถเข้าไปส่งได้ถึงข้างในเตียงผ่าตัด  แม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าไปด้วย  ส่วนปะป๋าอยู่ด้านนอก  แม่เข้าไปด้านในห้องเตรียมเพื่อรอเวลาเข้าห้องผ่าตัด  แม่อุ้มภูผาเอาไว้ตลอดภูผาก็ร้องไห้ตลอดเลย  น่าจะเป็นเพราะว่าภูผาหิวนมแล้วหล่ะ

551216_untitled003

เวลาประมาณ 8:30 พยาบาลเรียกเข้าห้องผ่าตัด  แม่และภูผาเราสองคนสำรวจห้องผ่าตัดว่ามีอุปกรณ์ใช้สำหรับผ่าตัดเยอะมาก ที่แปลกคือว่าตอนเข้าห้องผ่าตัดภูผากลับไม่ร้องไห้เลย สงสัยตื่นตาตื่นใจได้เห็นอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ แม่รอซักพักแม่ก็ได้เจอกับคุณหมอผ่าตัด(อาจารย์ เฉลิมพงษ์)    อาจารย์หมอเอาเพดานเทียมออก  และเตรียมเฝือกให้ภูผาระหว่างที่รอหมอวิสัญญี  พอหมอวิสัญญีมาถึงก็บอกให้แม่อุ้มภูผาไปนอนบนเตียงผ่าตัด  แล้วหมอก็เอาเหมือนที่ครอบออกซิเจนมาใส่ครอบจมูก  แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณยาขึ้นไป  ไม่ถึงนาทีภูผาก็หลับ  คุณหมอก็ให้แม่ออกมารอด้านนอก ก่อนที่แม่จะออกไปแม่ได้บอกกับอาจย์เฉลิมพงษ์อีกครั้งว่าอย่าลืมให้ตัดพังพืดใต้ลิ้นด้วย อาจารย์บอกว่าขอบคุณมากที่เตือน

surgery2

ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง  พยาบาลเรียกแม่เข้าไปในห้องผ่าตัด แม่เดินไปหาภูผาที่ห้องพักฟื้น เสียงร้องของภูผาดังมาก แม่เลยเดินตามเสียงไปหาลูก แม่เห็นหน้าภูผาครั้งแรกหลังผ่าตัด ความรู้สึกแม่งงนะ หน้าภูผาบวมๆ ปากบวม ในปากมีคราบเลือดเต็มเลย ตาก็บวม เพราะว่าร้องไห้เยอะแน่ๆ พยาบาลบอกให้แม่อุ้มภูผา เพราะว่าไม่มีอุ่นใดเหมือนอุ่นของแม่ ภูผาจะได้รู้ว่ามีแม่อยู่ข้างๆ แม่อุ้มภูผาซักพัก พยาบาลก็ให้แม่ถือท่อออกซิเจน ให้ภูผาดม เพราะว่าภูผาร้องไห้เยอะมาก แม่ใจคอไม่ดีเท่าไหร่ แต่แม่คิดในใจว่าลูกแม่เข้มแข็งอยู่แล้ว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ความเจ็บปวดอยู่กับภูผาไม่นานหรอก หมอวิสัญญีเข้ามาคุยกับแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงภูผาหรอกนะ ภูผานะหิว ไม่ได้เจ็บอะไร ทุกส่วนที่หมอผ่าตัดมียาชาหมด ตอนนี้ยาชายังไม่หมดฤทธิ์ แม่รู้สึกใจชื่นขึ้นมาหมอวิสัญญีพูดกับแม่ว่า อาจารย์ผ่าตัดให้ภูผาออกมาสวยมากทั้งด้านนอก และด้านใน แม่แอบดีใจ สักพักอาจารย์ เฉลิมพงษ์เดินเข้ามาและบอกว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ภูผาจะร้องงองแงจนถึงประมาณเย็นวันพรุ่งนี้ ถึงจะเริ่มกินนมได้ดีขึ้น และอีกสักพักหนึ่งก็ให้นมภูผากินได้เลย และอาจารย์ก็ออกไป  ผ่านไปสักพักภุผาก็ยังไม่เงียบพยาบาลก็เลยบอกว่าเดี๋ยวจะไปบอกป๊าให้ไปเอานมมาให้ภูผากิน ปะป๊าก็เลยขึ้นไปเอานมบนห้องลงมา แม่รู้สึกว่าป๊าขึ้นไปเอานานมากเพราะว่าระหว่างนั้นภูผาดิ้นไปดิ้ินมา ถีบสายน้ำเกลือที่ติดไว้ที่เท้าออก ทำให้เลือดไหลเต็มเสื้อแม่ พยาบาลรีบช่วยกันแก้ไข  แม่รอไม่ไหวก็เลยไปยืนรอป๊าที่หน้าห้องผ่าตัด พอป๊ามาถึง ป๊าก็ตกใจ  เห็นเสื้อแม่มีเลือดไหล ป๊าก็ถามว่าโอเคมั๊ย  แม่ก็บอกว่าโอ แล้วแม่ก็รีบเอานมไปให้ภูผากิน พยาบาลให้แม่เอานมใส่syling ให้ภูผากิน ในใจแม่คิดว่าวิธีนี้ภูผากินไม่ได้แน่นอน ด้วยนิสัยที่กินเร็วและเยอะมานั่งกินที่ละ 1 ml แบบนี้คงไม่ดีแน่ แต่ก็คงไม่มีวิธีใดดีกว่านี้แล้วแหละ เพราะว่าหมอห้ามดูดขวดนมเด็ดขาด แม่ให้นมไปได้สัก 5 ml ภูผาก็เงียบลง แม่ก็ร้องเพลงกล่อมภูผาจนภูผาหลับ คราวนี้ พยาบาลก็บอกว่าคงต้องเจาะให้น้ำเกลือภูผาใหม่ เพราะว่าภูผายังกินนมไม่ค่อยได้ ภูผาเจ็บอีกแล้วลูก  ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พยาบาลก็แจ้งว่าเดี๋ยวจะให้ไปพักที่ห้องพักได้แล้ว ตอนนั้นก็เกือบเที่ยงแล้วแหละ แม่อุ้มภูผานั่งรถเข็นออกมาจากห้องผ่าตัดเห็นป๊ากับยายนั่งรออยู่หน้าห้อง คงกำลังรอลุ้นอยู่ละมั้ง

surgery4

surgery3

ปะป๊าว่าคุณหมอเขาเย็บสวยเชียว  ตอนนั้นยังดูบวม ๆ อยู่ตรงด้านหน้าซีกซ้ายของภูผาบริเวณริมฝีปากกับจมูก  ตรงแก้มมีรอยเลือดแดง ๆ น่าจะคุณหมอเอาอะไรมาแปะไว้  แล้วตอนลอกออกแล้วมันทำให้เป็นแผล  เหมือนตอนที่แม่ลอกเทปออกจากหน้าภูผาแล้วมันเป็นแผลนั่นแหละ  ปะป๊าว่าดูหน้าตาภูผาก็เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนที่ใส่เพดานเทียมอีกนะ  ภูผาหน้าตาจริง ๆ เป็นแบบนี้เหรอ  น่ารักเชียววุ๊ย  พอขึ้นไปที่ห้อง  ภูผาก็ร้องเป็นระยะ ๆ ซึ่งปะป๊ากับแม่ไม่รู้เลยว่าภูผาหน่ะ หิวหรือว่าเจ็บแผลกันแน่  แต่พยาบาลให้ยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลือ 1 ครั้ง ซึ่งภูผายังกินได้ไม่เยอะ  ปะป๊ากับแม่ก็ลองใช้ขวดนมพิเศษ  ซึ่งมันไหลเยอะมากเลย  แค่คว่ำขวดนมลงก็ไหลแล้ว  ต่างกับไซริงค์ที่สามารถค่อย ๆ บีบออกมาทีละหยดได้  แต่ว่ามันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป  ด้วยนิสัยการกินของภูผา  ด้วยความเจ็บปวด  และด้วยท้องภูผาที่น่าจะอืดและยังรับนมที่กินไปไม่ค่อยได้  ปะป๊ากับแม่ก็อุ้มภูผาเกือบจะตลอดเลยในช่วงที่ภูผาตื่น  และตอนนอนก็พยายามให้ภูผานอนที่อกเพื่อให้ภูผานอนได้นานขึ้น  ภูผาร้องไห้น่าสงสารมาก ๆ เลย  ร้องจนตาบวมเพราะว่าตอนร้องน้ำตาภูผาก็ไหลตลอดเวลาเลย  ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ถ้าร้องหิวนมก็จะร้อง ๆ แต่น้ำตาไม่ค่อยมี  ภูผาอาจจะเจ็บปากแล้วก็คงเจ็บลิ้นด้วย  เพราะว่าผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น  แล้วดูภูผายังไม่คุ้นกับลิ้นที่ไม่มีพังผืด  เพราะว่าภูผากระดกลิ้นตลอดเวลาเลยตอนร้อง  ไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แต่กอดภูผาแน่น ๆ  ให้รู้ว่าปะป๊ากับแม่ก็อยู่ใกล้ ๆ หนูอยู่นะ  เอาใจช่วยภูผาอยู่  แต่ยังไงภูผาก็ผ่านมันมาได้  ภูผาอดทนและเก่งมาก ๆ เลยนะรู้ตัวมั๊ยลูก  วันแรกภูผากินไปได้ประมาณ 6 ออนซ์  ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนผ่าตัดจะได้ประมาณ 24-28 ออนซ์  จึงต้องให้น้ำเกลือภูผาต่อไปจนข้ามคืนไปอีก 1 วัน  หลังจากฉีดยาแก้ปวดเข้าทางสายน้ำเกลือ  หลังจากนั้นพยาบาลเปลี่ยนเป็นให้ยาแก้ปวดโดยการกินแทนเป็นพาราเซตามอลแบบน้ำ  กินไปสองครั้ง  ครั้งที่ 2 ปะป๊าไม่ค่อยอยากให้ภูผากินยาเยอะ ๆ แต่แม่ทนไม่ไหว  เพราะว่าภูผาร้องเหลือเกิน  แม่คิดว่าคงไม่ใช่ร้องหิวแล้วหล่ะ  น่าจะร้องปวดมากกว่าเลยขอยาพยาบาล  ภูผาถีบสายผ้าเทปที่พันขาภูผาเพราะว่าต้องดามเอาไว้ให้น้ำเกลือที่ขาจนมันหลุดไป 2 ครั้ง  พยาบาลต้องมาทำให้ภูผาใหม่  ภูผากับแม่นอนเตียงโรงพยาบาลาง ๆ กันข้าง ๆ กัน

551217_untitled026

รุ่งขึ้นปะป๊าตื่นมาเห็นภูผาตื่นพอดี  ภูผาน้ำตาคลอ ๆ แล้วก็มองหน้าปะป๊า  แววตาใสซื่อคู่นั้นทำให้ตอนนั้นปะป๊ากลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เลย  รู้สึกสงสารภูผาจับใจ  แม่ก็บอกว่าเมื่อคืนเห็นภูผาตื่นขึ้นมาเหมือนกัน  เห็นภูผามองแม่  แม่ก็คิดโทษตัวเองว่าทำไมภูผาตื่นมาแล้วแม่ถึงไม่รู้  แม่สงสารภูผาก็ร้องไห้ออกมา  สรุปแล้วคืนนั้นปะป๊ากับแม่ก็ร้องไห้โดยไม่ได้นัดหมายกันเลย

Surgery1

วันนี้ภูผากินได้ค่อนข้างเยอะขึ้นแล้วหล่ะ  ตอนเช้าก็ยังพอกินได้ดีขึ้นบ้างจากเมื่อวาน  แต่พอถึงตอนเย็นภูผาก็เริ่มฟื้นกลับมาเป็นภูผาที่กินเยอะและร่าเริงพูดเก่งถึงจะยังไม่เหมือนเดิมทีเดียว  แต่ก็มีท่าทีที่ดีขึ้น  ปะป๊ากับแม่ก็สบายใจแล้วหล่ะ  ตอนบ่าย ๆ ภูผาดิ้นอีกตามเคย  แล้วสายน้ำเกลือมันก็หลุดจากขาภูผา  เอาหล่ะ  จะต้องเจาะใหม่รึเปล่า  เพราะว่าการเจาะน้ำเกลือเด็กทารกเป็นเรื่องที่ยากมากเลยนะ  โดยเฉพาะภูผาที่ดิ้นเก่งมาก  สรุปแล้วพยาบาลโทรหาอาจารย์หมอ  อาจารย์หมอบอกว่าไม่ต้องให้น้ำเกลือแล้วหล่ะ  โชคดีไปว่าภูผาไม่ต้องเจ็บตัวอีก  วันนี้สรุปแล้วภูผาก็กินไปได้ 12 ออนซ์เลยนะ  ครึ่งนึงของที่เคยกินที่บ้านเลยหล่ะ  คุณหมอเข้ามาเยี่ยมภูผาตอนประมาณ 1 ทุ่ม  ก็ดูแผลภูผาและบอกว่าพรุ่งนี้คงจะกลับบ้านได้แล้วหล่ะ  และบอกว่าเฝือกที่ใส่เนี่ยใส่แค่ 7 วัน  หลังจากนั้นก็เอาออกได้  แล้วก็กินขวดนมปกติได้เลย ส่วนที่มีเมือกเคลือบปิดตรงแผลตั้งแต่ตอนผ่าตัดนั้นไม่เป็นไร  มันเอาไว้กันน้ำนม  กลับบ้านก็เอาน้ำเกลือค่อย ๆ เช็ด

551217_untitled032

551218_untitled046

รุ่งขึ้นวันสุดท้ายของการนอนโรงพยาบาล  ปะป๊าไปทำงานครึ่งวัน  อาจารย์หมอเข้ามาเยี่ยมภูผาตอนช่วงเช้า  ดูแผล  และชมภูผาด้วยนะว่าจมูกของภูผาหน่ะขึ้นดีเลย  เด็กน้อยคนที่จะขึ้นได้ดีขนาดนี้  และยังฝากชมไปยังหมอฟันที่ทำเพดานเทียมให้กับภูผาด้วยหล่ะ  แม่ก็เลยภูมิใจที่ความพยายามของแม่นั้นได้ผล  หลังจากนั้นก็ไปจ่ายเงินและแต่งตัวให้ภูผาเพื่อออกจากโรงพยาบาล  ได้ยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบให้ภูผากินตอนอยู่ที่บ้าน  แล้วประมาณบ่ายโมงกว่าปะป๊าก็มารับภูผากลับบ้าน

ช่วงอยู่บ้านก็กินนมโดยใช้ขวดนมพิเศษและยังสลับกับการใช้ไซริงค์เหมือนเดิม  เพราะว่าบางทีภูผากินขวดนมพิเศษที่นมไหลมาก ๆ ก็สำลัก  ก็ต้องให้ไซริงค์  แต่บางทีให้ไซริงค์แล้วนมไหลไม่ท้นใจภูผาก็ร้องไห้อีก  แต่หลัง ๆ ภูผากลับชอบกินยาแก้อักเสบที่ให้ผ่านไซริงค์  น่าจะเป็นเพราะว่ามันมีรสหวาน ๆ ภูผาคงชอบ  บางทีร้อง ๆ แต่พอให้กินยาก็หยุดร้องแล้วก็กินยาใหญ่เลย  ก็ฉวยจังหวะโอกาสนี้เอาไซริงค์ดูดนมให้ภูผากินไปด้วยทีเดียวเลย  ภูผาก็กลับมากินได้ประมาณ 18-20 ออนซ์ต่อวันแล้วหล่ะ

พุธที่ 26 ธันวา  พอภูผาไปถอดเฝือก อาจารย์หมอบอกว่าสามารถกินนมได้ตามปกติแล้ว  ภูผาเอามือเข้าปากหรือจมูกได้ไม่เป็นไร  ส่วนที่มีเมือกเคลือบปิดตรงแผลยังพอมีอยู่  ก็เอากรรไกรตัดเล็บเล็มตรงที่มันกำลังจะหลุดก็ได้  เอาน้ำเกลือเช็ด  เดี๋ยวมันก็จะหลุดออกไปเอง  และอาจารย์หมอดูจมูกแล้วก็บอกกับปะป๊าว่าถ้ามองจมูกจากทางด้านบนหรือด้านหน้าจะดูเท่ากันนะ  แต่ถ้ามองแหงนขึ้นไปดูรูจมูกจะดูว่ามันยังไม่เท่ากัน  รูจมูกด้านซ้ายของภูผาจะเหมือนมีเนื้อเล็ก ๆ ลงมาปิด  ซึ่งมันจะเป็นแบบนี้ต่อไป  โตขึ้นกว่านี้ก็จะยังเห็น  เดี๋ยวเราค่อยมาตัดแต่งกันตอนช่วงอายุที่จะต้องทำการตัดแต่งจมูกประมาณอายุ 6 ขวบ  อาจารย์หมอบอกว่าขั้นต่อไปก็เหลือผ่าตัดเพดาน  อาจารย์ถามว่าภูผาเกิดวันไหน  ปะป๊าบอกว่า 6 กันยา  อาจารย์หมอเลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นผ่าตัดเพดานก็น่าจะประมาณ สิงหาหรือกันยาปีหน้า 2556  อาจารย์นัดภูผามาดูอีกที 4 เดือนนับจากนี้  ก็ตรงกับวันที่ 24 เมษายน 2556  ซึ่งอาจารย์นัดอาจารย์หมอแผนกหู คอ จมูกเอาไว้ให้ด้วย  เพื่อไปให้อาจารย์หมอเชคว่า  หูปกติรึเปล่า  ปะป๊าเลยบอกว่าเรื่องนี้แม่กังวลใจอยู่  อาจารย์เลยบอกว่าหูผิดปกติมีหลายแบบ  หูหนวกแต่กำเนิด  หรือแบบที่สองคือเกิดมาปกติ  แต่ก็จะค่อย ๆ เป็นหูอักเสบ  หูน้ำหนวก ไปเรื่อยๆ  แต่ถ้าแบบหลังเนี่ยสามารถรักษาได้ไม่น่าเป็นห่วง  ปะป๊าเลยบอกว่าเคยตรวจการได้ยินมาตอนเกิดใหม่ ๆ แล้วภูผาได้ยินข้างเดียว  แต่จำไม่ได้ว่าเป็นข้างไหน  อาจารย์เลยบอกว่าไม่เป็นไร  ตอนนั้นน่าจะตรวจแบบหยาบเดี๋ยวคราวหน้าที่ไปหาหมอ หู คอ จมูก คงได้ตรวจแบบละเอียดอีกครั้ง  ถ้าผิดปกติหรือว่าต้องมีการผ่าตัด  จะได้ผ่าตัดพร้อมกันทีเดียวไปเลยตอนที่ทำเพดานเทียม

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

รูปภาพ

PHUPHA PIC

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 17, 2012 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: ,

หาหมอศัลยกรรมครั้งที่ 2

วันนี้แม่เขาพาภูผาไปหาหมอศัลยกรรมเป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หมอนัดห่างจากครั้งแรก 1 เดือน  เพื่อดูปากหลังจากที่ใส่เพดานเทียมไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง

คุณหมอบอกว่าโอเคแล้ว  ปากเริ่มเข้ามาใกล้ชิดกัน  แล้วคุณหมอถ่ายรูปไป  เสร็จแล้วก็นัดวันผ่าตัดเป็นวันที่ 17 ธันวา  ก็คืออีก 2 เดือน  คุณหมอบอกว่าเป็นแผนเอาไว้เราจะได้จัดการวางแผนชีวิตเราได้  เพราะว่าปะป๊ากับแม่ก็ต้องวางแผนลางานกันอีกที  แต่คุณหมอบอกว่ายังไงก็ขึ้นกับหมอฟันนะว่าจะผ่าได้รึยัง  ต้องดูว่าตรงจมูกที่ดันเอาไว้โอเคแล้วรึยัง

คราวหน้าที่แม่ไปหาคุณหมอฟันก็จะบอกหมอว่า  คุณหมอศัลยกรรมนัดวันผ่าคร่าว ๆ แล้ว  ขึ้นอยู่กับคุณหมอฟันตัดสินใจอีกทีนึงว่าจะผ่าได้รึยัง  จะได้กำหนดวันผ่าที่แน่นอนกันได้

ปะป๊ากับแม่ดีใจมาก !  อย่างน้อยก็มีความหวังว่าภูผาจะได้ผ่าตัดแล้ว  เรามีกำหนดวันคร่าว ๆ เอาไว้แล้ว

สู้ ๆ นะภูผา  เดี๋ยวลูกก็หล่อแล้วหล่ะนะ 😉

 

ป้ายกำกับ: ,

ภูผาครบ 1 เดือนแล้วจ้า

วันนี้วันที่ 6 ตุลาคม 2555 ภูผาอายุครบ 1 เดือนแล้วจ้า

วันนี้ป๊าโกนผมไฟให้ภูผา  แม่กับอาม่าก็ร่วมกันช่วยด้วย  พอโกนเสร็จ ภูผาก็เหมือนเณรน้อยเลย  เสร็จแล้วอาม่าก็ใส่กำไลข้อเท้าที่มีกระดิ่งให้ภูผาเพื่อรับขวัญ

หลังจากนั้นป๊าก็อุ้มภูผาลงไปไหว้เจ้า  ของไหว้อากงกับอาม่าเตรียมให้ทุกอย่าง  อากงกับอาม่ามาตอนค้างที่บ้านเราพร้อมกับบรรดาเจ็กด้วย  ปะป๊าไหว้เพื่อขอให้ภูผาแข็งแรง เป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง ๆ

ผมที่โกนแบ่งเป็น 2 ส่วน  ใส่ห่อแดงเก็บไว้ที่หัวเตียงภูผาและที่เหลือใส่ใบบัวไปลอยน้ำ จะได้ลอยเคราะห์ไปโน๊ะลูก  เราเอาไปลอยที่คลองหนึ่งหน้าหมู่บ้านของเราไง

ตอนแรกแม่ก็ไม่อยากให้โกนหรอก  กลัวมีดบาดและอีกอย่างก็เอาไว้ป้องกันความเย็นแล้วก็ความชื้นด้วย  แต่พอโกนแล้วก็รู้สึกดีนะ  เพราะหัวภูผาเหมือนมีไขมันลอกๆ  ตอนอาบน้ำแม่ก็เลยค่อย ๆ ลูบออก  หัวหนูก็เลยสะอาดเลย

ขอบคุณอากงกับอาม่าที่มาช่วยจัดแจงเตรียมของต่าง ๆ ให้คร๊าบ

อ้อ  วันนี้ภูผาไปฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 เป็นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เข็มที่ 1  ส่วนค่าวัคซีนอาอี๊แหม่มช่วยออกให้หนูหมดหลายหมื่นอยู่  เพราะว่าแม่เลือกที่ดีที่สุดให้หนูเลย  มีวัคซีนอะไรที่เด็กน้อยต้องรับทั้งทางเลือกและทางหลัก  เอาหมดเลยจ้า…  ภูผาร้องนิดเดียว  ตอนที่เข็มทิ่มลงไปโดน  แล้วตอนพยาบาลฉีดยาลงไป  หลังจากนั้นกล่อมแป๊บเดียวก็นอน  เก่งมากลูก

เสร็จจากฉีดวัคซีนก็พาไปตรวจการได้ยินกับพี่ ๆ เนอ์สเซอรี่ชั้น 5 อีกครั้ง  เพราะคราวที่แล้วตรวจแล้วผ่านแค่ข้างซ้ายข้างเดียว  วันนี้เลยพาไปตรวจซ้ำข้างขวา  พี่ ๆ พยาบาลใจดีที่เนอ์สเซอรี่ยังจำหนูกันได้ทุกคนเลย  เขาจะเรียกหนูว่า “น้องชาญ”  ตอนเอาหนูไปให้พี่ ๆ เขา  ดันกลายเป็นช่วงที่หนูตื่นพอดี  แล้วก็หิวนม  เลยต้องเอานมไปให้  ปะป๊ากับแม่ก็คิดในใจแล้วจะตรวจได้มั๊ย  เพราะว่าหนูคงไม่หลับแน่เลย  สักพักพยาบาลออกมาบอกว่าผลยังไม่ผ่าน  มาตรวจใหม่เดือนหน้า  …ก็ไม่เป็นไรเพราะคิดว่าคงเป็นเพราะหนูคงยังไม่หลับสนิท  มีปัจจัยรบกวนหลายอย่าง  …แต่ปะป๊ากับแม่ก็แอบเป็นห่วงหนูอยู่ลึก ๆ ว่าหนูจะได้ยินเป็นปกติมั๊ย  ถึงแม้จะเคยได้ยินว่าเด็กที่เป็นปากแหว่ง  เพดานโหว่  มักจะมีปัญหาเรื่องการได้ยินก็เถอะ  แล้วเดี๋ยวเรามาตรวจกันใหม่เนอะ   ยังไง  ก่อนหนูผ่าตัดเพดาน  คุณหมอก็บอกว่าจะให้มาตรวจอยู่แล้ว  สู้ ๆ นะลูก

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

กำเนิดภูผา

เล่าเรื่องภูผาตอนอยู่ในท้องไปแล้ว คราวนี้มาช่วงที่ภูผาคลอดกันบ้าง

6 กันยายน 2555

เวลา ตีสาม แม่กับป๊าดีใจมาก รู้สึกตื่นเต้นจังที่อีกไม่กี่ชั่วโมงเราจะได้เจอกันแล้วหลังจากรู้จักกันมาได้ เก้าเดือน คืนนั้น แม่นอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือยังไง แต่ก็ต้องข่มใจให้หลับให้ได้ เพราะว่าต้องคลอดลูกออกมาให้ปลอดภัยที่สุด แม่กังวลมาก เรื่องรกของแม่ ว่าจะมีปัญหา อะไรไหม แต่ก็บอก ป๊าไว้แล้วแหละ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด ให้ป๊าตัดสินใจได้เลย และแล้ว เวลาที่ป๊ากับ แม่ และ ยายของลูก เตรียมตัวออกจากบ้าน หมอนัดให้ไปถึงโรงพยาบาลตอนตีสี่ครึ่ง แต่พวกเราไปถึงกันตั้งแต่ ตีสี่ พยาบาลมาเรียกแม่ให้เข้าไปในห้องเตรียมคลอด แม่ก็ตื่นเต้นมาก จากการที่นั่งอ่านมาเยอะว่า ช่วงที่เค้า สวนฉี่ สวนอึ นั้นจะ เจ็บ หลังจากที่แม่เข้าไปในห้องเตรียมคลอด จัดการร่างกายให้สะอาดเรียบร้อย เหมือนกับที่อ่านมาเลยแหละ เค้าก็ให้ป๊าเข้าไปคุยกับแม่ในห้อง เพื่อรอเวลา พอได้เวลาปุ๊บ พยาบาลก็เข้ามาเข็นเตียง เพื่อเข้าห้องผ่าตัด

ปะป๊าพาแม่ไปโรงพยาบาลวิภาวดีตั้งแต่ตี 4 หมอนัดเข้าไปเตรียมตัวผ่าคลอดตอนตี 4 ครึ่ง ผ่าจริง ๆ ออกมาก็หกโมงกว่า ตอนช่วงวันก่อนหน้าที่จะผ่าตัดจำได้ว่าปะป๊าตื่นเต้นมากเลย แล้วก็เป็นกังวลว่าจะเป็นยังไงบ้าง เป็นห่วงทั้งแม่และภูผา ขอให้การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี

แม่กับป๊า ได้จ้างเค้าถ่ายวีดีโอไว้ด้วย เพื่อให้ลูกไว้ดู เพราะว่าเค้าไม่ให้ป๊าเข้าไปในห้องผ่าตัด แม่เข้าไปคนเดียว หมอมากันครบ เริ่มผ่าตัดกันเลยยยยย ผ่านไปประมาณ 5 นาทีได้มั้ง ในความรู้สึแม่นะ แม่ได้ยินเสียงลูก ตอนนั้นเม่รู้สึกดีใจมาก ที่ได้ยินเสียง เพราะว่าแสดงว่าลูกแม่ปลอดภัย แน่นอนอ หนูร้องเสียงดังมาก พยาบาลก็เข้าไป ดูดน้ำคล่ำในจมูกลูก และเช็ดตัว แม่เหลือบเห็นอยู่ข้างๆๆ อีกไม่กี่วินาทีเราจะได้เจอหน้ากันแล้ว หลังจากนั้น หมอวิสัญญี ก็นำลูกมา ให้หมอที่ทำการผ่าคลอดแม่ดู และพูดอะไรซักอย่าง หมอที่ทำคลอดแม่ก็บอกว่า ให้แม่เค้าดูซิ เค้าเป็นแม่นะ ตอนนั้นแม่รู้สึก แปลกๆๆ และหมอก็ให้แม่ดูหน้าหนูเป็นครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้น แม่งง ไปหมด มัน ไม่มีอะไรในสมองเลย หมอเค้าก็บอกว่าลูกเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่ต้องกังวลนะครับ รักษา ตอนนี้คุณแม่ทำใจให้สบาย แล้วหมอวิสัญญี ก็ให้แม่หลับไป แม่มารู้ตัวอีกที่หลังคลอดในห้องพักฟื้น ตอนนั้นแม่รู้สึก คิดถึงป๊ามาก อยากเจอหน้า อยากคุยกัน อยากระบาย ป๊า จะรู้หรือยังว่าลูกเราเป็นอะไร แล้วลูกเราแข็งแรงดีไหม

6 โมงนิด ๆ พยาบาลก็เข็นภูผาออกมาแล้วก็เรียกปะป๊าไปดู ตอนนั้นพยาบาลก็บอกปะป๊าว่าภูผา เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ ตอนนั้นปะป๊าจำได้ว่า ปะป๊าตกใจมาก ไม่คิดว่าภูผาจะเป็นแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าลูกจะเป็นโรคนี้มาก่อนเลยในหัว พยาบาลบอกว่าแต่ว่าได้ตรวจดูส่วน อื่น ๆ แล้วภูผาแข็งแรงดี ปะป๊าเดินตามพยาบาลไปที่ชั้น 5 ที่เป็นเนอสเซอรี่ เพื่อเอาภูผาเข้าไปที่ตู้อบเด็กแรกคลอดเพื่อปรับอุณหภูมิ ภูผาตัวขาว แดง ๆ เพราะว่าภูผาร้องไห้ตลอดเลย

ตอนนั้นปะป๊าก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนตใหญ่เลยว่ามันเกิดมาจากอะไร มันเป็นไปได้ยังไง ในหัวมีแต่คำถาม แล้วภาพเพื่อนปะป๊าหรือคนที่ปะป๊าเคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็ลอยอยู่เต็มหัวไปหมด สักพักก็เวียนหัวเลยเลิกหา มาดูภูผาดีกว่า

ระหว่างที่ปะป๊าดูภูผาอยู่ ก็มีคุณป้าซึ่งน่าจะเป็นญาติของคุณแม่ที่เพิ่งมาคลอดที่นี่เหมือนกัน ก็มาดูลูกแล้วก็คุยกับปะป๊าว่า ภูผาดูแข็งแรงเนอะ ตรงปากเดี๋ยวผ่าตัดก็หาย เดี๋ยวนี้เขาผ่าตัดรักษากันได้

หลังจากนั้นปะป๊าก็ขึ้นไปที่ชั้น 12 ที่เป็นห้องพักของแม่ แต่แม่เขายังอยู่ในห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด ระหว่างนั้นปะป๊าก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนตมากมาย พอใกล้เวลาที่แม่จะออกจากห้องใกล้คลอด ปะป๊าก็ลงไปรอที่ชั้น 3 หน้าห้องผ่าตัด ปะป๊ากังวลมากว่าแม่เขาจะเป็นยังไงบ้าง จะรู้สึกยังไง แม่เขาคงอยากให้ปะป๊าอยู่ใกล้ๆ ปะป๊าเข้าไปถามพยาบาลว่าแม่หนูเขาออกมาแล้วรึยัง พยาบาลบอกว่า อีกสักพักนึง ปะป๊าก็รอหน้าห้อง พอเลยเวลาที่พยาบาลบอกว่าน่าจะออกมาแล้ว ปะป๊าก็เดินรอบ ๆ ดูว่าออกมารึยัง สักพัก โทรศัพท์จากแม่หนูก็โทรเข้ามาหาปะป๊าว่า แม่อยากเจอปะป๊า

พอปะป๊าขึ้นไปถึง ปะป๊ากับแม่ก็กอดกันแล้วร้องไห้ใหญ่เลย ช่วยกันปลอบกันบอกว่าไม่เป็นไรนะ ยังไงเราก็ต้องเข้มแข็ง

ความรู้สึกตอนนั้นแม่งง ไปหมด สับสน แต่ก็ไม่เป็นไร แม่ก็บอกว่า เราต้องรักษาลูก ณ วินาทีนั้น แม่กับป๊า ก็เปิดinternet ในมือถือ หาข้อมูล และลองโทรติดต่อโรงพยาบาลเลย แต่ว่าติดตรงที่ว่าลูกยังไม่ได้สูติบัตร ป๊าก็เลย รีบจัดการเตรียมเอกสารเพื่อให้ได้สูติบัตรโดยเร็ว

วันนั้นทั้งวัน รู้สึกว่าโลกมันเป็นสีเทา ๆ ยังไงไม่รู้ ท้องฟ้าก็ไม่สดใสเลย ฝนตกตลอดทั้งวัน…

วันแรก แม่ยังไม่ได้เจอหน้า ภูผาอีกเลย แม่ต้องนั่งพักฟื้นในห้อง แม่นั่งร้องไห้ กับป๊า แม่บอกป๊าว่าขอแม่ร้องไห้ ซักวันสองวันเพื่อให้แม่ได้ระบายออกมา แม่ไม่ได้เสียใจที่ลูกแม่เป็นโรคนี้ แต่แม่รู้สึกว่า ลูกแม่จะเป็นอะไรไหม แล้วลูกต้องเจ็บอีกเยอะ แล้วต่อไปลูกแม่จะเป็นอย่างไร แม่ค่อยๆๆๆศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องโรค มันทำให้แม่คลายความกังวลไปได้มากเลย ว่าโรคนี้หายแน่ แต่ลูกต้องเข้มแข็ง ป๊ากับแม่ดีใจที่เราสองคนเลือกชื่อว่า ภูผา ให้ลูก เพราะว่าลูกจะได้รู้ไว้ว่า ลูกจะต้องเข็มแข็งเหมือนดังภูผา แม่กังวลเรื่องนี้มากที่สุด แต่ป๊าบอกแม่ว่าเราสองคนจะต้อง ทำได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก แม่ก็ว่าอย่างนั้น แม่จึงต้องเข้มแข็งก่อน ก่อนที่จะให้ลูกเข้มแข็ง

ปะป๊าโทรบอกอากงกับอาม่าว่าภูผาผิดปกติตรงปาก เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ เพื่อให้เวลาอากงกับอาม่ามาเจอจะได้ไม่ตกใจมาก ทางฝั่งแม่ก็บอกทางฝั่งแม่ ทุกคนก็เป็นห่วงกันหมด

คุณหมอเด็กเรียกให้ปะป๊าไปคุยเรื่องของภูผา ว่ามันผ่าตัดได้ แล้วส่วนอื่น ๆ ก็แข็งแรงหมดไม่ผิดปกติอะไร ปะป๊าก็เป็นกังวล กลัวว่าจะเป็นอย่างอื่นเพิ่ม เช่น พวก ซินโดรมต่างๆ จะขอหมอเช็คเพิ่ม แต่คิดอีกทีก็รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะจะจัดการรักษาอะไรได้ก็ต้องรอภูผาอายุเยอะขึ้นกว่านี้หน่อย คุณหมอบอกว่าจะมีปัญหาเรื่องการกินนม แต่เดี๋ยวจะนัดหมอฟันเพื่อให้ทำเพดานเทียมให้กับภูผา จะได้กินนมได้จากขวดนมหรือบางทีอาจจะกินนมแม่จากเต้าได้ เพราะว่าตอนนี้คุณหมอยังให้นมทางสายยางกับภูผาอยู่

ตอนเย็นวันนั้นปะป๊าก็เข้าไปบอกพยาบาลให้ช่วยตรวจหูเพิ่ม และคุยเรื่องที่จะนัดหมอฟันทำเพดานเทียม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายนอกจากแพคเกจคลอด คุณพยาบาลก็บอกว่าปะป๊าอยากจะอุ้มลูกมั๊ย พยาบาลเอาภูผามาให้อุ้ม ปะป๊ามองหน้าภูผาแล้วปะป๊าก็จะร้องไห้ แต่อายพยาบาลเลยพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ความกังวล ความรู้สึกต่าง ๆ ที่มันอัดแน่นอยู่ในอกก่อนหน้านี้ จู่ ๆ มันหายไปพอได้อุ้มได้กอดแล้วก็เห็นภูผาใกล้ ๆ ภูผาเกิดจากความร้กของปะป๊าและแม่นะ…รู้มั๊ยลูก

ปะป๊าเลยไปคุยกับแม่บอกว่าปะป๊าได้อุ้มภูผาด้วยนะ ส่วนแม่ต้องรอให้ผ่าน 1 วันไปก่อน เพราะว่าแผลผ่าตัดยังลุกไม่ได้ ปะป๊าบอกแม่ว่าถ้าแม่ได้ลองอุ้มภูผา แล้วแม่จะสบายใจขึ้น

ช่วงเย็นพยาบาลพาปะป๊าไปพบคุณหมอถนอม เพื่อพิมพ์เหงือกเตรียมทำเพดานเทียม พยาบาลเขาดึงสายยางออกมา โห…มันยาวมากเลย พยาบาลบอกว่าใส่ลงไปจนถึงกระเพาะของภูผา คุณหมอฟันพิมพ์แบบเพื่อเอาไปทำเพดานเทียมให้กับภูผา ภูผาแทบจะไม่ร้องไห้เลย ภูผาเก่งมาก พยาบาลแถว ๆ คลินิกทันตกรรมก็เข้ามาดูภูผากันใหญ่เลย แล้วก็บอกว่ากับปะป๊าว่า ญาติ ๆ เขาก็เป็นตอนนี้ผ่าตัดแล้วก็แทบจะมองไม่เห็นแล้วหล่ะ ปะป๊าก็รู้สึกว่าเรามีกำลังใจขึ้นมาอีก

วันรุ่งขึ้น แม่ถอดสายน้ำเกลือ แล้ว แม่จะได้เจอลูกแล้ว แม่เดินไปที่เนสเซอรี่ เดินไป กับป๊า ไม่ต้องบอกพยาบาลเลยว่าจะมาดูลูก และชื่ออะไร แค่เค้าเห็นหน้าป๊า เค้าก็รู้ทันที ไปอุ้มลูกมาให้แม่ เป็นครั้งแรกจริงๆๆ ที่แม่ได้อุ้มลูก ความรู้สึกแม่มันตื้นตันอย่างไงก็ไม่รู้ไม่สามารถที่จะข่มไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แม่ร้องไห้อีกแล้ว และพูดกับลูกด้วยนะ แม่ไม่ได้เสียใจ มันเป็นความรู้สึก ที่ปิติมาก ป๊าบอกกับแม่ว่า ป๊าก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน ภูผาตั้งใจเกิดมาเป็นลูกของแม่กับป๊า แล้ว แสดงว่าต้องเห็นแล้วว่าแม่กับป๊าจะดูแลหนูได้ ใช่ แม่จะต้องดูแลหนูให้ได้ และให้ดีด้วย แม่คิดอย่างนั้น ภูผาคือคนที่จะมาช่วยเติมเต็มชีวิตของแม่กับป๊า และในขณะเดียวกันหนูยังเข้ามาช่วยสั่งสอนแม่กับป๊าให้ได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย แม่คิดว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราสามคนคงได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกเยอะมาก ในแต่ละก้าวเดินของลูก

ตอนช่วงเย็นปะป๊ากับแม่ก็ไปรับเพดานเทียมที่คุณหมอฟันใจดีเอาเข้ามาให้ ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันที่คุณหมอไม่ได้เข้าที่โรงพยาบาล แต่เพื่อให้ภูผาสามารถกินนมได้ (ขอบคุณคุณหมอถนอม โรงพยาบาลวิภาวดีครับ) เพดานเทียมของลูกเป็นแบบพลาสติกบาง ๆ ใส ๆ มีเชือกผูกติดด้านหน้า เพื่อให้สามารถดึงออกมาได้ เพื่อล้างทำความสะอาด ใส่ตอนกินนม กินเสร็จก็เอาออกมาแล้ว แล้วก็เก็บเอาไว้ในตลับที่มีน้ำอยู่ด้านใน เหมือนกับตลับใส่ฟันปลอม

ภูผาทดลองกินดูแล้ว แต่ว่ากินกับจุกนมธรรมดาไม่ได้ ยังต้องใช้ขวดนมพิเศษของ Medela ที่เป็นขวดที่มีจุกนมยาวออกมา แล้วก็มีกระเปาะที่เอาไว้สำหรับพักนม ซึ่งตรงนี้เราสามารถบีบช่วยให้กับลูกได้

ระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลแม่ก็ปั๊มนมเพื่อจะให้ภูผากินให้ได้ จำได้ว่าครั้งแรก แม่เขาปั๊มนมได้ประมาณ 1-2 cc นี่แหละ แต่แม่เขาดีใจมากว่ามีนมแล้วเอาไปให้พยาบาลในเนอสเซอรี่ เขาบอกว่าให้เก็บสะสมให้ได้เยอะ ๆ ก่อน หลังจากนั้นน้ำนมแม่ก็เริ่มไหลเยอะขึ้นเรื่อย ๆ นมที่ออกมาแรก ๆ มันเป็นนมเหลือง ๆ เข้ม ๆ เลยนะ ที่เขาบอกว่าเป็นนมเหลืองที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับลูก แม่เขาพยายามปั๊มและเก็บเอาไว้อย่างดี เพื่อให้ลูกได้กินนมที่มีประโยชน์ จะได้มีภูมิต้านทานที่ดี ภูผาจะได้แข็งแรง ๆ

และในระหว่างอยู่โรงพยาบาลปะป๊ากับแม่ก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนต ว่าปากแหว่ง เพดานโหว่ ต้องทำการรักษากันยังไงบ้าง ซึ่งโรงพยาบาลที่เราเล็งกันเอาไว้ก็คือโรงพยาบาลรามาธิบดี ตอนที่เราเรียนกันที่มหิดลเราก็มีสวัสดิการรักษาพยาบาลที่รามาแล้วปะป๊ากับแม่ก็เคยมารักษาโรคที่ที่อื่นเขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ที่รามาสามารถตอบเราได้ว่ามันเป็นอะไร แล้วปะป๊ากับแม่ก็คุ้นเคยกับโรงพยาบาลนี้มากกว่าโรงเรียนแพทย์อื่น ๆ

ปะป๊าเสริชหาเบอร์โทรศัพท์ที่รามา เป็นตึกสมเด็จพระเทพรัตน์ที่สร้างใหม่ของรามา แล้วเขาก็โอนสายไปให้กับแผนกเด็ก แผนกเด็กก็บอกว่าต้องติดต่อที่แผนกศัลยกรรม เป็นพรีเมียมศัลยกรรม ตอนนั้นปะป๊ายังไม่รู้ว่าพรีเมียมหน่ะมันคืออะไร ก็ติดต่อเพื่อที่จะเข้าไปรักษาแต่ว่าตอนนั้นสูติบัตรของภูผาเพิ่งส่งไปทำยังไม่ได้ ก็เลยต้องรอให้ได้ก่อน แต่พยาบาลที่พรีเมียมศัลยกรรมบอกว่า คุณหมอที่จะรักษาเรื่องปากแหว่ง เพดานโหว่ คืออาจารย์หมอเฉลิมพงษ์ ซึ่งจะเข้าวันพุธช่วงเช้า ปะป๊าก็จำชื่อคุณหมอเอาไว้ เพื่อที่เวลาได้สูติบัตรของภูผา จะได้มาติดต่อนัดคุณหมอได้ถูก

ระหว่างอยู่โรงพยาบาลแม่ก็พาภูผามาเลี้ยงที่ห้องบ้าง เดินไปให้นมที่ห้องเนอสเซอรี่บ้าง พี่ ๆ พยาบาลที่เนอสเซอรี่จำปะป๊าได้ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ว่าลูกของปะป๊าคือภูผา เวลาปะป๊าพาคนมาเยี่ยมเขาก็จะพาภูผามาให้เลย หรือตอนที่ปะป๊ากับแม่ไปให้นมภูผาที่ห้องเนอสเซอรี่ก็ไม่ต้องบอกเลยว่าน้องนามสกุลอะไร พี่ๆ เขาก็จะเอาภูผามาให้เลย

แม่เขานอนพักที่โรงพยาบาล 3 คืนก็กลับบ้านตอนช่วงบ่ายวันอาทิตย์

 

ป้ายกำกับ: , ,

รูปภาพ

Welcome to MPK Smile Blog

เว็บบล๊อค mpksmile ยินดีต้อนรับทุกคนที่แวะเวียนเข้ามานะครับ 🙂

Phupha

 

ป้ายกำกับ: , ,