RSS

Tag Archives: คลอด

กำเนิดภูผา

เล่าเรื่องภูผาตอนอยู่ในท้องไปแล้ว คราวนี้มาช่วงที่ภูผาคลอดกันบ้าง

6 กันยายน 2555

เวลา ตีสาม แม่กับป๊าดีใจมาก รู้สึกตื่นเต้นจังที่อีกไม่กี่ชั่วโมงเราจะได้เจอกันแล้วหลังจากรู้จักกันมาได้ เก้าเดือน คืนนั้น แม่นอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือยังไง แต่ก็ต้องข่มใจให้หลับให้ได้ เพราะว่าต้องคลอดลูกออกมาให้ปลอดภัยที่สุด แม่กังวลมาก เรื่องรกของแม่ ว่าจะมีปัญหา อะไรไหม แต่ก็บอก ป๊าไว้แล้วแหละ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด ให้ป๊าตัดสินใจได้เลย และแล้ว เวลาที่ป๊ากับ แม่ และ ยายของลูก เตรียมตัวออกจากบ้าน หมอนัดให้ไปถึงโรงพยาบาลตอนตีสี่ครึ่ง แต่พวกเราไปถึงกันตั้งแต่ ตีสี่ พยาบาลมาเรียกแม่ให้เข้าไปในห้องเตรียมคลอด แม่ก็ตื่นเต้นมาก จากการที่นั่งอ่านมาเยอะว่า ช่วงที่เค้า สวนฉี่ สวนอึ นั้นจะ เจ็บ หลังจากที่แม่เข้าไปในห้องเตรียมคลอด จัดการร่างกายให้สะอาดเรียบร้อย เหมือนกับที่อ่านมาเลยแหละ เค้าก็ให้ป๊าเข้าไปคุยกับแม่ในห้อง เพื่อรอเวลา พอได้เวลาปุ๊บ พยาบาลก็เข้ามาเข็นเตียง เพื่อเข้าห้องผ่าตัด

ปะป๊าพาแม่ไปโรงพยาบาลวิภาวดีตั้งแต่ตี 4 หมอนัดเข้าไปเตรียมตัวผ่าคลอดตอนตี 4 ครึ่ง ผ่าจริง ๆ ออกมาก็หกโมงกว่า ตอนช่วงวันก่อนหน้าที่จะผ่าตัดจำได้ว่าปะป๊าตื่นเต้นมากเลย แล้วก็เป็นกังวลว่าจะเป็นยังไงบ้าง เป็นห่วงทั้งแม่และภูผา ขอให้การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี

แม่กับป๊า ได้จ้างเค้าถ่ายวีดีโอไว้ด้วย เพื่อให้ลูกไว้ดู เพราะว่าเค้าไม่ให้ป๊าเข้าไปในห้องผ่าตัด แม่เข้าไปคนเดียว หมอมากันครบ เริ่มผ่าตัดกันเลยยยยย ผ่านไปประมาณ 5 นาทีได้มั้ง ในความรู้สึแม่นะ แม่ได้ยินเสียงลูก ตอนนั้นเม่รู้สึกดีใจมาก ที่ได้ยินเสียง เพราะว่าแสดงว่าลูกแม่ปลอดภัย แน่นอนอ หนูร้องเสียงดังมาก พยาบาลก็เข้าไป ดูดน้ำคล่ำในจมูกลูก และเช็ดตัว แม่เหลือบเห็นอยู่ข้างๆๆ อีกไม่กี่วินาทีเราจะได้เจอหน้ากันแล้ว หลังจากนั้น หมอวิสัญญี ก็นำลูกมา ให้หมอที่ทำการผ่าคลอดแม่ดู และพูดอะไรซักอย่าง หมอที่ทำคลอดแม่ก็บอกว่า ให้แม่เค้าดูซิ เค้าเป็นแม่นะ ตอนนั้นแม่รู้สึก แปลกๆๆ และหมอก็ให้แม่ดูหน้าหนูเป็นครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้น แม่งง ไปหมด มัน ไม่มีอะไรในสมองเลย หมอเค้าก็บอกว่าลูกเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่ต้องกังวลนะครับ รักษา ตอนนี้คุณแม่ทำใจให้สบาย แล้วหมอวิสัญญี ก็ให้แม่หลับไป แม่มารู้ตัวอีกที่หลังคลอดในห้องพักฟื้น ตอนนั้นแม่รู้สึก คิดถึงป๊ามาก อยากเจอหน้า อยากคุยกัน อยากระบาย ป๊า จะรู้หรือยังว่าลูกเราเป็นอะไร แล้วลูกเราแข็งแรงดีไหม

6 โมงนิด ๆ พยาบาลก็เข็นภูผาออกมาแล้วก็เรียกปะป๊าไปดู ตอนนั้นพยาบาลก็บอกปะป๊าว่าภูผา เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ ตอนนั้นปะป๊าจำได้ว่า ปะป๊าตกใจมาก ไม่คิดว่าภูผาจะเป็นแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าลูกจะเป็นโรคนี้มาก่อนเลยในหัว พยาบาลบอกว่าแต่ว่าได้ตรวจดูส่วน อื่น ๆ แล้วภูผาแข็งแรงดี ปะป๊าเดินตามพยาบาลไปที่ชั้น 5 ที่เป็นเนอสเซอรี่ เพื่อเอาภูผาเข้าไปที่ตู้อบเด็กแรกคลอดเพื่อปรับอุณหภูมิ ภูผาตัวขาว แดง ๆ เพราะว่าภูผาร้องไห้ตลอดเลย

ตอนนั้นปะป๊าก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนตใหญ่เลยว่ามันเกิดมาจากอะไร มันเป็นไปได้ยังไง ในหัวมีแต่คำถาม แล้วภาพเพื่อนปะป๊าหรือคนที่ปะป๊าเคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็ลอยอยู่เต็มหัวไปหมด สักพักก็เวียนหัวเลยเลิกหา มาดูภูผาดีกว่า

ระหว่างที่ปะป๊าดูภูผาอยู่ ก็มีคุณป้าซึ่งน่าจะเป็นญาติของคุณแม่ที่เพิ่งมาคลอดที่นี่เหมือนกัน ก็มาดูลูกแล้วก็คุยกับปะป๊าว่า ภูผาดูแข็งแรงเนอะ ตรงปากเดี๋ยวผ่าตัดก็หาย เดี๋ยวนี้เขาผ่าตัดรักษากันได้

หลังจากนั้นปะป๊าก็ขึ้นไปที่ชั้น 12 ที่เป็นห้องพักของแม่ แต่แม่เขายังอยู่ในห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด ระหว่างนั้นปะป๊าก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนตมากมาย พอใกล้เวลาที่แม่จะออกจากห้องใกล้คลอด ปะป๊าก็ลงไปรอที่ชั้น 3 หน้าห้องผ่าตัด ปะป๊ากังวลมากว่าแม่เขาจะเป็นยังไงบ้าง จะรู้สึกยังไง แม่เขาคงอยากให้ปะป๊าอยู่ใกล้ๆ ปะป๊าเข้าไปถามพยาบาลว่าแม่หนูเขาออกมาแล้วรึยัง พยาบาลบอกว่า อีกสักพักนึง ปะป๊าก็รอหน้าห้อง พอเลยเวลาที่พยาบาลบอกว่าน่าจะออกมาแล้ว ปะป๊าก็เดินรอบ ๆ ดูว่าออกมารึยัง สักพัก โทรศัพท์จากแม่หนูก็โทรเข้ามาหาปะป๊าว่า แม่อยากเจอปะป๊า

พอปะป๊าขึ้นไปถึง ปะป๊ากับแม่ก็กอดกันแล้วร้องไห้ใหญ่เลย ช่วยกันปลอบกันบอกว่าไม่เป็นไรนะ ยังไงเราก็ต้องเข้มแข็ง

ความรู้สึกตอนนั้นแม่งง ไปหมด สับสน แต่ก็ไม่เป็นไร แม่ก็บอกว่า เราต้องรักษาลูก ณ วินาทีนั้น แม่กับป๊า ก็เปิดinternet ในมือถือ หาข้อมูล และลองโทรติดต่อโรงพยาบาลเลย แต่ว่าติดตรงที่ว่าลูกยังไม่ได้สูติบัตร ป๊าก็เลย รีบจัดการเตรียมเอกสารเพื่อให้ได้สูติบัตรโดยเร็ว

วันนั้นทั้งวัน รู้สึกว่าโลกมันเป็นสีเทา ๆ ยังไงไม่รู้ ท้องฟ้าก็ไม่สดใสเลย ฝนตกตลอดทั้งวัน…

วันแรก แม่ยังไม่ได้เจอหน้า ภูผาอีกเลย แม่ต้องนั่งพักฟื้นในห้อง แม่นั่งร้องไห้ กับป๊า แม่บอกป๊าว่าขอแม่ร้องไห้ ซักวันสองวันเพื่อให้แม่ได้ระบายออกมา แม่ไม่ได้เสียใจที่ลูกแม่เป็นโรคนี้ แต่แม่รู้สึกว่า ลูกแม่จะเป็นอะไรไหม แล้วลูกต้องเจ็บอีกเยอะ แล้วต่อไปลูกแม่จะเป็นอย่างไร แม่ค่อยๆๆๆศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องโรค มันทำให้แม่คลายความกังวลไปได้มากเลย ว่าโรคนี้หายแน่ แต่ลูกต้องเข้มแข็ง ป๊ากับแม่ดีใจที่เราสองคนเลือกชื่อว่า ภูผา ให้ลูก เพราะว่าลูกจะได้รู้ไว้ว่า ลูกจะต้องเข็มแข็งเหมือนดังภูผา แม่กังวลเรื่องนี้มากที่สุด แต่ป๊าบอกแม่ว่าเราสองคนจะต้อง ทำได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก แม่ก็ว่าอย่างนั้น แม่จึงต้องเข้มแข็งก่อน ก่อนที่จะให้ลูกเข้มแข็ง

ปะป๊าโทรบอกอากงกับอาม่าว่าภูผาผิดปกติตรงปาก เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ เพื่อให้เวลาอากงกับอาม่ามาเจอจะได้ไม่ตกใจมาก ทางฝั่งแม่ก็บอกทางฝั่งแม่ ทุกคนก็เป็นห่วงกันหมด

คุณหมอเด็กเรียกให้ปะป๊าไปคุยเรื่องของภูผา ว่ามันผ่าตัดได้ แล้วส่วนอื่น ๆ ก็แข็งแรงหมดไม่ผิดปกติอะไร ปะป๊าก็เป็นกังวล กลัวว่าจะเป็นอย่างอื่นเพิ่ม เช่น พวก ซินโดรมต่างๆ จะขอหมอเช็คเพิ่ม แต่คิดอีกทีก็รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะจะจัดการรักษาอะไรได้ก็ต้องรอภูผาอายุเยอะขึ้นกว่านี้หน่อย คุณหมอบอกว่าจะมีปัญหาเรื่องการกินนม แต่เดี๋ยวจะนัดหมอฟันเพื่อให้ทำเพดานเทียมให้กับภูผา จะได้กินนมได้จากขวดนมหรือบางทีอาจจะกินนมแม่จากเต้าได้ เพราะว่าตอนนี้คุณหมอยังให้นมทางสายยางกับภูผาอยู่

ตอนเย็นวันนั้นปะป๊าก็เข้าไปบอกพยาบาลให้ช่วยตรวจหูเพิ่ม และคุยเรื่องที่จะนัดหมอฟันทำเพดานเทียม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายนอกจากแพคเกจคลอด คุณพยาบาลก็บอกว่าปะป๊าอยากจะอุ้มลูกมั๊ย พยาบาลเอาภูผามาให้อุ้ม ปะป๊ามองหน้าภูผาแล้วปะป๊าก็จะร้องไห้ แต่อายพยาบาลเลยพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ความกังวล ความรู้สึกต่าง ๆ ที่มันอัดแน่นอยู่ในอกก่อนหน้านี้ จู่ ๆ มันหายไปพอได้อุ้มได้กอดแล้วก็เห็นภูผาใกล้ ๆ ภูผาเกิดจากความร้กของปะป๊าและแม่นะ…รู้มั๊ยลูก

ปะป๊าเลยไปคุยกับแม่บอกว่าปะป๊าได้อุ้มภูผาด้วยนะ ส่วนแม่ต้องรอให้ผ่าน 1 วันไปก่อน เพราะว่าแผลผ่าตัดยังลุกไม่ได้ ปะป๊าบอกแม่ว่าถ้าแม่ได้ลองอุ้มภูผา แล้วแม่จะสบายใจขึ้น

ช่วงเย็นพยาบาลพาปะป๊าไปพบคุณหมอถนอม เพื่อพิมพ์เหงือกเตรียมทำเพดานเทียม พยาบาลเขาดึงสายยางออกมา โห…มันยาวมากเลย พยาบาลบอกว่าใส่ลงไปจนถึงกระเพาะของภูผา คุณหมอฟันพิมพ์แบบเพื่อเอาไปทำเพดานเทียมให้กับภูผา ภูผาแทบจะไม่ร้องไห้เลย ภูผาเก่งมาก พยาบาลแถว ๆ คลินิกทันตกรรมก็เข้ามาดูภูผากันใหญ่เลย แล้วก็บอกว่ากับปะป๊าว่า ญาติ ๆ เขาก็เป็นตอนนี้ผ่าตัดแล้วก็แทบจะมองไม่เห็นแล้วหล่ะ ปะป๊าก็รู้สึกว่าเรามีกำลังใจขึ้นมาอีก

วันรุ่งขึ้น แม่ถอดสายน้ำเกลือ แล้ว แม่จะได้เจอลูกแล้ว แม่เดินไปที่เนสเซอรี่ เดินไป กับป๊า ไม่ต้องบอกพยาบาลเลยว่าจะมาดูลูก และชื่ออะไร แค่เค้าเห็นหน้าป๊า เค้าก็รู้ทันที ไปอุ้มลูกมาให้แม่ เป็นครั้งแรกจริงๆๆ ที่แม่ได้อุ้มลูก ความรู้สึกแม่มันตื้นตันอย่างไงก็ไม่รู้ไม่สามารถที่จะข่มไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แม่ร้องไห้อีกแล้ว และพูดกับลูกด้วยนะ แม่ไม่ได้เสียใจ มันเป็นความรู้สึก ที่ปิติมาก ป๊าบอกกับแม่ว่า ป๊าก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน ภูผาตั้งใจเกิดมาเป็นลูกของแม่กับป๊า แล้ว แสดงว่าต้องเห็นแล้วว่าแม่กับป๊าจะดูแลหนูได้ ใช่ แม่จะต้องดูแลหนูให้ได้ และให้ดีด้วย แม่คิดอย่างนั้น ภูผาคือคนที่จะมาช่วยเติมเต็มชีวิตของแม่กับป๊า และในขณะเดียวกันหนูยังเข้ามาช่วยสั่งสอนแม่กับป๊าให้ได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย แม่คิดว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราสามคนคงได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกเยอะมาก ในแต่ละก้าวเดินของลูก

ตอนช่วงเย็นปะป๊ากับแม่ก็ไปรับเพดานเทียมที่คุณหมอฟันใจดีเอาเข้ามาให้ ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันที่คุณหมอไม่ได้เข้าที่โรงพยาบาล แต่เพื่อให้ภูผาสามารถกินนมได้ (ขอบคุณคุณหมอถนอม โรงพยาบาลวิภาวดีครับ) เพดานเทียมของลูกเป็นแบบพลาสติกบาง ๆ ใส ๆ มีเชือกผูกติดด้านหน้า เพื่อให้สามารถดึงออกมาได้ เพื่อล้างทำความสะอาด ใส่ตอนกินนม กินเสร็จก็เอาออกมาแล้ว แล้วก็เก็บเอาไว้ในตลับที่มีน้ำอยู่ด้านใน เหมือนกับตลับใส่ฟันปลอม

ภูผาทดลองกินดูแล้ว แต่ว่ากินกับจุกนมธรรมดาไม่ได้ ยังต้องใช้ขวดนมพิเศษของ Medela ที่เป็นขวดที่มีจุกนมยาวออกมา แล้วก็มีกระเปาะที่เอาไว้สำหรับพักนม ซึ่งตรงนี้เราสามารถบีบช่วยให้กับลูกได้

ระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลแม่ก็ปั๊มนมเพื่อจะให้ภูผากินให้ได้ จำได้ว่าครั้งแรก แม่เขาปั๊มนมได้ประมาณ 1-2 cc นี่แหละ แต่แม่เขาดีใจมากว่ามีนมแล้วเอาไปให้พยาบาลในเนอสเซอรี่ เขาบอกว่าให้เก็บสะสมให้ได้เยอะ ๆ ก่อน หลังจากนั้นน้ำนมแม่ก็เริ่มไหลเยอะขึ้นเรื่อย ๆ นมที่ออกมาแรก ๆ มันเป็นนมเหลือง ๆ เข้ม ๆ เลยนะ ที่เขาบอกว่าเป็นนมเหลืองที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับลูก แม่เขาพยายามปั๊มและเก็บเอาไว้อย่างดี เพื่อให้ลูกได้กินนมที่มีประโยชน์ จะได้มีภูมิต้านทานที่ดี ภูผาจะได้แข็งแรง ๆ

และในระหว่างอยู่โรงพยาบาลปะป๊ากับแม่ก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนต ว่าปากแหว่ง เพดานโหว่ ต้องทำการรักษากันยังไงบ้าง ซึ่งโรงพยาบาลที่เราเล็งกันเอาไว้ก็คือโรงพยาบาลรามาธิบดี ตอนที่เราเรียนกันที่มหิดลเราก็มีสวัสดิการรักษาพยาบาลที่รามาแล้วปะป๊ากับแม่ก็เคยมารักษาโรคที่ที่อื่นเขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ที่รามาสามารถตอบเราได้ว่ามันเป็นอะไร แล้วปะป๊ากับแม่ก็คุ้นเคยกับโรงพยาบาลนี้มากกว่าโรงเรียนแพทย์อื่น ๆ

ปะป๊าเสริชหาเบอร์โทรศัพท์ที่รามา เป็นตึกสมเด็จพระเทพรัตน์ที่สร้างใหม่ของรามา แล้วเขาก็โอนสายไปให้กับแผนกเด็ก แผนกเด็กก็บอกว่าต้องติดต่อที่แผนกศัลยกรรม เป็นพรีเมียมศัลยกรรม ตอนนั้นปะป๊ายังไม่รู้ว่าพรีเมียมหน่ะมันคืออะไร ก็ติดต่อเพื่อที่จะเข้าไปรักษาแต่ว่าตอนนั้นสูติบัตรของภูผาเพิ่งส่งไปทำยังไม่ได้ ก็เลยต้องรอให้ได้ก่อน แต่พยาบาลที่พรีเมียมศัลยกรรมบอกว่า คุณหมอที่จะรักษาเรื่องปากแหว่ง เพดานโหว่ คืออาจารย์หมอเฉลิมพงษ์ ซึ่งจะเข้าวันพุธช่วงเช้า ปะป๊าก็จำชื่อคุณหมอเอาไว้ เพื่อที่เวลาได้สูติบัตรของภูผา จะได้มาติดต่อนัดคุณหมอได้ถูก

ระหว่างอยู่โรงพยาบาลแม่ก็พาภูผามาเลี้ยงที่ห้องบ้าง เดินไปให้นมที่ห้องเนอสเซอรี่บ้าง พี่ ๆ พยาบาลที่เนอสเซอรี่จำปะป๊าได้ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ว่าลูกของปะป๊าคือภูผา เวลาปะป๊าพาคนมาเยี่ยมเขาก็จะพาภูผามาให้เลย หรือตอนที่ปะป๊ากับแม่ไปให้นมภูผาที่ห้องเนอสเซอรี่ก็ไม่ต้องบอกเลยว่าน้องนามสกุลอะไร พี่ๆ เขาก็จะเอาภูผามาให้เลย

แม่เขานอนพักที่โรงพยาบาล 3 คืนก็กลับบ้านตอนช่วงบ่ายวันอาทิตย์

 

ป้ายกำกับ: , ,