RSS

Tag Archives: กุมารแพทย์

ฉีดวัคซีนอายุครบ 4 เดือน

วันนี้พาภูผาไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีนช่วงอายุ 4 เดือน

เข็มที่ 1 วัคซีนรวม 5 โรค (คอตีบ – บาดทะยัก – ไอกรน/ชนิดไร้เซลล์ – โปลิโอชนิดฉีด – ฮิบ)

เข็มที่ 2 ไอพีดี (IPD) นิวโมคอคคัส

วัคซีนแบบหยอด สำหรับป้องกันไวรัสโรต้า

คุณหมอถามเรื่องพัฒนาการที่เด็กวัย 4 เดือนควรจะเป็น  ภูผาก็ทำได้ตามนั้นทุกอย่าง  ยิ้มแย้ม หัวเราะ พลิกตัว  แต่น้ำหนักของภูผานี่สิคร๊าบ 5.6 กิโลกรัม  สูง 61 เพิ่มขึ้นมา 1 เซนติเมตร  และรอบหัว 41 เพิ่มขึ้น 3 เซนติเมตร จากเมื่อตอนที่อายุ 2 เดือน   แม่เลยบอกว่าภูผามีช่วงที่ผ่าตัดเลยทำให้น้ำหนักไม่ค่อยขึ้น  คุณหมอก็โอเคไม่ได้ว่าอะไร  แล้วก็บอกว่าคุณหมอศัยลกรรมเย็บแผลให้ภูผาดี  คิดว่าเดี๋ยวคงจะกินได้ดีขึ้น  แม่ถามเรื่องกินนมน้ำส้มว่าเริ่มให้กินแล้ว  มีผลทำให้ท้องภูผาอืดมั๊ยเพราะว่าช่วงนี้ภูผาท้องอืดบ่อย  คุณหมอบอกว่าไม่น่าจะเกี่ยวกัน  คุณหมอและพยาบาลชมภูผาว่าภูผาอารมณ์ดีด้วยนะ

ภูผาร้องไห้เหมือนเดิมครับตอนฉีดวัคซีน  แต่ที่ร้องมากก็น่าจะเป็นตอนหยอดวัคซีนไวรัสโรต้าทางปากนี่แหละ  ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าภูผาหิวด้วย  เพราะว่าต้องอดนมก่อนกินวัคซีน 30 นาที  และพยาบาลค่อย ๆ ให้ไวรัส  ซึ่งใช้เวลาเหมือนกัน  คงจะกลัวสำลัก

หลังจากนั้นปะป๊าก็พาแม่และภูผาไปเอาเครื่องปั๊มนมที่ไปส่งซ่อมเอาไว้ที่ร้าน baby & kids  รถติดมาก ๆ ถนนแจ้งวัฒนะในวันเด็กแห่งชาตินี้  เพราะว่ามีศูนย์ราชการที่เขาจัดงานวันเด็ก และที่เซนทรัลแจ้งวัฒนะ  ติดอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง   และวันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าภูผาขึ้นรถแล้วนั่งได้ไม่นานก็ร้อง  ร้องเหมือนปวดท้อง  แต่พอจอดรถแล้วอุ้มออกไปเดินข้างนอกกลับเงียบขึ้นมาทันทีเลย  ไม่รู้ว่าในรถอึดอัดหรือเป็นช่วงวัยที่ไม่อยากนั่งอยู่เฉย ๆ ก็ไม่รู้  แต่รู้ว่าภูผาเปลี่ยนเป็นคนละคนกับตอนอยู่ในรถ  เงียบและมองดูโน่นนี่นั่นด้วยสายตาที่สนใจตลอดเวลา…

Advertisements
 
 

ป้ายกำกับ: , , ,

หาหมอครั้งสุดท้ายก่อนผ่าตัดริมฝีปาก

photo (32)

แม่พาภูผามาหาหมอศัลยกรรมวันที่ 28 พฤศจิกายน  เป็นการนัดอาจารย์หมอเพิ่มเติมเพราะว่าลืมบอกหมอไปว่า  ให้หมอผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นให้ด้วย  ซึ่งพังผืดนี้ป๊าก็มีแต่เพิ่งให้หมอฟันผ่าเมื่อตอนโตแล้ว  เคยปรึกษาหมอฟัน  แล้วหมอบอกว่าให้ผ่าพร้อมกันทีเดียวตอนผ่าตัดไปเลย  จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวหลายรอบ  ซึ่งพอแม่ได้พบคุณหมอ  คุณหมอก็บอกว่า  มันทำได้ง่าย  สบายมาก  ดีแล้วที่มาบอก  จะได้ทำพร้อมกันทีเดียว  ก็ถือว่าครั้งนี้พบหมอศัลยกรรมครั้งสุดท้ายแล้วก่อนการผ่าตัดริมฝีปาก  เจอกันอีกทีกับคุณหมอที่ห้องผ่าตัดเลย

วันรุ่งขึ้น 29 พฤศจิกายน

หมอเด็กนัดไปฟังผลเลือดที่เจาะไปคราวที่แล้ว  คุณหมอบอกว่าที่เลือดจางเป็นปกติของเด็กอายุราว ๆ นี้  เพราะว่าตรวจดูค่าอย่างอื่นแล้วปกติดี  คุณแม่เลยถามหมอเรื่องน้ำหนักของภูผา  เพราะว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมาภูผาขึ้น 3 ขีด  คุณหมอบอกว่าจะว่าน้อยก็น้อยนะ  แต่ก็ค่าก็ยังถือว่ายอมรับได้อยู่  เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของช่วงเด็กวัยนี้  คุณหมอบอกว่าภูผาเป็นเด็กอารมณ์ดี  คุยเก่ง  เพราะว่าภูผาคุยกับพยาบาลและหมอตลอดเลย

หลังจากนั้น แม่ก็พาภูผามาหมอฟันที่ตึกเก่า  คุณหมอชมภูผา และแม่ใหญ่เลยว่า  จมูกดันขึ้นได้ดีมากเลย  หมอถามแม่ว่าได้ปรับอะไรเพิ่มเติมมั๊ย  หมอก็เลยคุยกับพยาบาลว่าการดึงเป็นสิ่งสำคัญ  แม่เลยบอกคุณหมอว่าคราวที่แล้วที่ไม่ค่อยกล้าดึงเพราะว่าลูกเป็นแผล  แต่หลังจากคราวที่แล้วก็กลับดึงเหมือนเดิม  คราวนี้เลยกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่มาหาหมอฟันก่อนผ่าตัดริมฝีปาก  พยาบาลว่าตอนทำลูกร้องไห้เยอะมั๊ย  แม่ก็เลยบอกว่าตอนแรก ๆ ก็ร้องเหมือนกัน  ก็พยายามหาเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ไม่ร้องไห้แล้วตอนทำ  หลังจากนี้ก็ค่อยมาหา 1 เดือนหลังผ่าตัด  แล้วอีกทีก็โน่น  ตอนฟันซี่แรกขึ้น

คุณหมอชมก็ทำให้แม่รู้สึกภูมิใจว่าความพยายามของแม่นั้นสำเร็จ  เอาไว้วันหลังเดี๋ยวแม่จะเขียนวิธีการใส่เพดานเทียมแชร์ให้กับแม่ ๆ คนอื่นบ้างนะ

คราวหน้าก็เป็นวันผ่าตัดวันที่ 17 ธันวาคม  แต่อาจจะต้องมานอนโรงพยาบาลวันที่ 16 ธันวาคม  ต้องรอพยาบาลโทรมานัดเวลาอีกครั้งนึง

ภูผาจะได้ผ่าตัดแล้ว  รู้สึกดีใจจังเลย  ภูผาจะหล่อแล้วคร๊าบ  และหวังว่าการกินของภูผาก็จะดีขึ้น  เพราะว่าภูผาจะได้ใช้ริมฝีปากดูดได้แล้วน๊า  แต่ไม่รู้ว่าหลังจากผ่าตัดภูผาจะเจ็บแค่ไหน  แต่ยังไงลูกก็ต้องอดทนเอาไว้นะ  เราจะสู้ไปด้วยกันนะครับ

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

หาหมอศัลยกรรมครั้งที่ 3

เมื่อวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2555

ครั้งนี้ภูผาไปหาหมอหลายคนมากเลย

เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า

พาภูผาไปหาหมอศัลยกรรมหมอถ่ายรูปไป  แล้วก็ตกลงนัดกันจริง ๆ แล้วว่าจะผ่าตัดวันที่ 17 ธันวา  ซึ่งหมอศัลยกรรมบอกว่าตอนช่วงที่ผ่าตัดห้ามเป็นหวัด  ถ้าเป็นก็ต้องเลื่อน  แล้วก็ดำเนินเรื่องจองห้อง และต้องพาภูผาไปเจาะเลือดและเอกซเรย์  และพยาบาลถามว่าจะพบหมอวิสัญญีเลยมั๊ย  เราก็ตกลงว่าพบไปเลยทีเดียว  คราวนี้เจาะเลือดที่ต้นแขนจะไม่เหมือนตอนคลอดใหม่ ๆ ที่เจาะที่ส้นเท้าแล้ว  เพราะว่าตอนนี้ส้นเท้าเริ่มหนาแล้วหล่ะ  ตอนเจาะก็จะห่อตัวและยกแขนด้านที่เจาะออกมา  เสร็จแล้วก็พาไปเอกซเรย์ปอด  แม่จับแขนภูผา  ตอนนั้นภูผาหิวและหงุดหงิดทำให้ก็ดิ้นเลยต้องทำกันหลายครั้ง  นักรังสีเลยต้องมาจับขาช่วยเพื่อไม่ให้ดิ้น  ถึงจะได้ภาพที่ชัดที่สุด  เสร็จแล้วก็มาหาหมอฟันตามนัด  หมอฟันบอกว่าจมูกตกลงนิดหน่อยจะเลื่อนดีมั๊ย  แม่ก็บอกว่าไปทำเรื่องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว  แล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยอยากเลื่อนแล้ว  อยากให้ภูผาได้ผ่าเร็ว  ๆ

ตอนบ่าย

มาหาหมอวิสัญญีซึ่งหมอกำลังติดผ่าตัดอยู่  เราก็เลยขึ้นไปพบหมอที่หน้าห้องผ่าตัด  หมอวิสัญญีบอกว่าผลเลือดจางนิด ๆ  หมอก็เลยให้ลองไปหาหมอกุมารแพทย์  ไปปรึกษาหมอกุมารแพทย์บอกว่าเลือดของทารกอายุเท่านี้โดยปกติจะจางนิด ๆ อยู่แล้ว  แต่เด็กทั่ว ๆ ไปจะไม่ค่อยเจาะกันตอนนี้เลยไม่ค่อยรู้  หมอก็เลยขอเจาะเลือดเพิ่มเพื่อดูสาเหตุจริง ๆ ว่าเกิดมาจากอะไร   ถ้าเป็นสาเหตุที่มาจากโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาวะปกติก็จะต้องทำการรักษาหรือว่าทำยังไงต่อก็ค่อยว่ากัน  หมอต่ออีกทีวันที่ 29 พ.ย. นี้   วันเดียวกันกับที่หมอฟันนัดครั้งหน้า

แล้วแม่ก็ไปจองห้องพัก  ซึ่งหมอให้เข้ามาพักตั้งแต่วันที่ 16 ก่อนผ่าตัด 1 วัน  ซึ่งต้องทำการอดนมตั้งแต่ตีห้า ของวันที่ผ่าตัด  โดยเราเริ่มนัดหมอผ่าตัด 9 โมงเช้า  น้ำกินได้แบบจิบ ๆ แต่ต้องงดเลยก่อนผ่าตัด 2 ชั่วโมง   หมอวิสัญญีก็บอกว่าห้ามเป็นหวัด  เพราะมันจะทำให้ทางเดินทางหายใจตีบ  แล้วช่วงดมยาก็ทำไประคายเคืองทางเดินหายใจ  และจะมีผลทำให้เป็นโรคหอบหืดในอนาคตได้  แม่ก็เลยถามหมอว่าห้ามเป็นหวัดเป็นยังไง  เพราะปกติภูผาจะจาม หรือไออยู่แล้วตามปกติ  หมอก็บอกว่าให้ดูที่ไข้ และดูที่ว่ามีน้ำมูกไหลมั๊ย  แต่ปกติหมอก็จะเชคอยู่แล้วก่อนที่จะทำการผ่าตัดว่าเป็นหวัดมั๊ย

เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่า 2 อาทิตย์ก่อนผ่าตัดก็จะไม่พาภูผาไปไหน  เพราะว่าเผื่อระยะฟักตัวของไข้และลดโอกาสเสี่ยงที่จะไปติดหวัดมาได้

 

ป้ายกำกับ: , ,