RSS

ผ่าตัดเพดาน

15 ต.ค.

ผ่านไปแล้วกับการผ่าตัดเพื่อปิดเพดานของภูผา ถือเป็นการผ่าตัดครั้งที่ 2 และผ่าตัดเยอะกว่าครั้งแรก  ใช้เวลามากกว่า  และก่อนผ่าตัดก็คาดการณ์ว่าครั้งนี้จะเจ็บกว่าครั้งที่แล้ว  และเป็นสิ่งที่ปะป๊ากับแม่ต้องเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่าเย็บริมฝีปาก และครั้งนี้มีการผ่าตัดเพื่อเจาะระบายน้ำในหูชั้นกลางด้วย ก่อนผ่าตัดปะป๊ากับแม่ก็ภาวนาว่าขออย่าให้ภูผาเป็นหวัดเลย  เพราะว่าเลื่อนนัดหมอจากกำหนดเดิม 17 ก.ย. มาเป็นวันที่ 24 ก.ย. เนื่องจากแม่ติดภาระกิจที่บริษัท และช่วงนี้ฝนตกบ่อยเป็นช่วงที่กำลังเป็นหวัดเป็นไข้กันเลย  แต่ปรากฎว่าประมาณ 3 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัดภูผามีอาการไอ แต่ไม่ได้เป็นไข้ มีน้ำมูกนิดหน่อย  เลยพาไปหาคุณหมอเด็กที่รามาในวันเสาร์เพื่อให้คุณหมอเช็คว่าจะมีผลกับตอนผ่าตัดที่ใกล้จะถึงนี้มั๊ย  คุณหมอบอกว่าน่าจะเป็นติดเชื้อไวรัส และอาการนั้นเป็นไม่มาก  ไม่น่าจะมีผลกับการผ่าตัด  ให้ลองสังเกตอาการดูต่อไปว่าจะเป็นเยอะขึ้นมั๊ย  ซึ่งปะป๊ากับแม่ก็เฝ้าดูอาการ  ซึ่งก่อนหน้าที่จะผ่าตัดนั้นภูผาก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว  ไม่ไอและมีน้ำมูก  และไม่มีไข้  ซึ่งปะป๊ากับแม่เพิ่งจะเข้าใจแจ่มแจ้งกันตอนที่ผ่าตัดภูผาเสร็จแล้วว่าทำไมหมอถึงห้ามไม่ให้เป็นหวัด มีไข้ มีน้ำมูก ตอนช่วงผ่าตัด  เดี๋ยวปะป๊ากับแม่จะเล่าให้ฟังต่อไป

ปะป๊ากับแม่พาภูผาเข้านอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนก่อนการผ่าตัด  ภูผาก็คลานและเดินเล่นเตาะแตะตามประสาภูผา  ร่าเริง  ก็เดินเข้าออกห้องพักดูโน่น ดูนี่  โดยน่าจะไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะถึงวันผ่าตัดและคงจะอารมณ์คนละอย่างกับวันนี้  แม่เปลี่ยนชุดของภูผาเป็นชุดโรงพยาบาล  ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรกตอนภูผาอายุ 3 เดือนที่เป็นเสื้อผูกด้านหลังเหมือนเด็กทารก  แต่ว่าคราวนี้เป็นเสื้อที่มีแขนและผูกเชือกด้านข้าง  ซึ่งค่อนข้างผูกยากอยู่เหมือนกัน  และใส่เป็นกางเกงแบบรูดไม่มียางยืด  คุณพยาบาลมาชั่งน้ำหนักภูผา  ปรากฏว่าน้ำหนัก 8 กิโลกรัมกว่านิด ๆ ไม่ถึงขีด !!! เกือบไม่ผ่านเกณฑ์คุณหมอแล้วไหมหล่ะภูผา  ก็เราเล่นมาเบื่ออาหารตอนก่อนจะผ่าตัดเนี่ย  ไม่ค่อยจะกิน

คุณพยาบาลวัดไข้ให้กับภูผาเป็นระยะ  ซึ่งภูผาไม่มีไข้อะไร แข็งแรงดี  คราวนี้ภูผาได้ห้องแรกสุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลเลย  พยาบาลถามปะป๊าว่าจะรับข้าวของโรงพยาบาลมั๊ยตอนเย็น  ปะป๊าเลยไปถามยาย  ยายบอกว่าให้เอา  ซึ่งก็ดีแล้วหล่ะที่ให้ภูผากินข้าวโรงพยาบาล  เป็นโจ๊กหมู  เพราะว่าภูผากินได้เยอะมาก สงสัยอาหารโรงพยาบาลจะอร่อยถูกปากภูผาจริง ๆ ปะป๊ากับแม่ยังว่ามันอร่อยเลย  แสดงว่าที่ภูผาเบื่ออาหารน่ะเป็นเพราะว่าภูผาน่าจะเบื่อรสชาติมากกว่า

คืนนั้นภูผาก็นอนบนเตียงกับแม่  และตั้งปลุกตอนตี่ 4 เพราะว่าต้องงดนมและอาหารตอนตี 5 ตอนประมาณก่อนตี 4 ภูผากินนมไปประมาณ 2 ออนซ์  และหลังจากนั้นประมาณตี 4 ครึ่งอีก 2 ออนซ์  แม่พยายามให้ภูผากินนมเป็นแบบแก้วหัดดื่ม  และกินจากแก้วเลย  เพราะว่าหลังจากนี้ภูผาจะไม่ได้กินนมจากจุกนมอีกแล้ว  ซึ่งภูผาก็ไม่ค่อยจะกินนมก็ห่วงเล่นอย่างเดียวเลย  กลัวภูผาจะหิวก่อน 9  โมงจังเลยเนี่ย

ประมาณ 8 โมงกว่า  ก็มีพยาบาลจากห้องผ่าตัดมารับไปห้องผ่าตัด  แม่นั่งรถเข็นและอุ้มภูผาไปห้องผ่าตัดซึ่งอยู่ชั้น 5  แม่ก็เข้าไปเปลี่ยนชุดและพาภูผาเข้าไปในห้องผ่าตัด ระหว่างที่รอคุณหมอภูผาก็หลับไปครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้  พอภูผาตื่นก็เกือบ 9 โมงได้   คุณหมอก็เรียกเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อจะให้ภูผาดมยาสลบโดยให้ภูผานอนบนเตียง  แล้วพยาบาลก็จับภูผาเพื่อเตรียมวางยา และเอาที่ครอบจมูกมาใส่  ภูผาก็มองหน้าแม่และร้องไห้เหมือนจะไม่ยอม  จากนั้นภูผาก็เหมือนกำลังจะเคลิ้ม ๆ แล้ว  คุณหมอก็ให้แม่ออกมาก่อน

ภูผาออกจากห้องผ่าตัดประมาณเที่ยงกว่า แต่ป๊ากับแม่มารอหน้าห้องผ่าตัดกันตั้งแต่ สิบโมงกว่า  พยาบาลเรียกให้แม่ไปเปลี่ยนชุดเพื่อที่จะไปรับภูผา  แม่ก็เอานมที่ชงเข้าไปด้วยเพราะว่าคราวที่แล้วต้องรีบมาเอานมให้ภูผาเพราะเหมือนกับภูผาจะหิวนม  ส่วนยายตามหลังมาตอนที่แม่เข้าไปแล้ว

แม่เข้าไปในห้องผ่าตัดเจอพยาบาล  ภูผาก็นอนอยู่บนเตียง  พยาบาลบอกว่านมที่เอามากินไม่ได้หรอกเดี๋ยวอ๊วก  พยาบาลบอกว่าก่อนหน้านี้ภูผาตื่นมาแล้วร้องไห้มาก  ก็เลยฉีดยาแก้ปวดให้  แม่ก็เลยไปเดินดูภูผาที่เตียง  ตอนนั้นภูผานอนหลับอยู่แล้วมีต่อท่อออกซิเจนที่นำมาวางไว้ข้างจมูก  แม่ก็เลยเข้าไปเรียกภูผาว่า “ภูผาครับ คุณแม่มาแล้วนะครับ  คุณแม่ยืนอยู่ข้าง ๆ ภูผานะ”  ลูบหัวและหอมภูผา  ภูผาก็เขยิบหัวในขณะที่หลับตาอยู่  แล้วแม่ก็พูดเหมือนเดิมแล้วก็ลูบหัว  แม่เห็นน้ำตาภูผาไหลออกมา แม่เลยร้องไห้ออกมา  แต่ว่าก็ต้องกลั้นเอาไว้ไม่ให้ออกมามาก  แม่คิดว่าภูผายังเข้มแข็งเลย  เราก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกัน  แม่นั่งมองภูผาและจับมืออยู่ข้างๆตรงนั้น

สักพักคุณหมอก็มา  หมอบอกว่าหมอทำให้เรียบร้อยเลย  มีกล้ามเนื้อตรงด้านหน้าที่เหมือนจะดึงรั้ง  คุณหมอก็จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ  ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นกล้ามเนื้อตรงช่วงด้านในริมฝีปากบน  แม่ถามคุณหมอว่าจะเจ็บกี่วัน  คุณหมอบอกว่าประมาณ 3 วัน  ห้ามกินนมจากขวด  และใส่เฝือกที่แขนให้ใส่ประมาณ 5-7 วัน  และคุณหมอถามว่าภูผาเอามือเข้าไปมั๊ยโดยปกติ  แม่เลยบอกว่าปกติไม่อมนิ้วหรือเอามือเข้าปากอยู่แล้ว คุณหมอก็บอกว่าถ้าอย่างนั้น 5 วันก็น่าจะได้  ห้ามกินนมจากขวดนม ให้ใช้ไซริงค์แทน  หรือกินนมจากแก้วได้  แต่หลังจาก 7 วันอาจจะเลิกขวดนมไปเลย  หรือว่ากลับมากินใหม่ก็ได้  ซึ่งคุณหมอบอกว่าอาจจะมีน้ำมูกหรือน้ำลายเป็นเลือดออกมาบ้างนะ

หลังจากนั้นพอสักพัก  ภูผาก็ลืมตาขึ้นมามองหน้าแม่แล้วเหมือนจะอ๊วก  แม่เลยเรียกพยาบาล บอกว่าภูผาเหมือนจะอ๊วก พยาบาลก็ยกภูผาขึ้น  ตอนนั้นภูผาอ๊วกออกมาเป็นเลือด  พยาบาลบอกว่ามันเป็นเลือดที่ค้างอยู่ตอนผ่าตัด  แม่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก เพราะว่าคุณหมอได้บอกไว้ก่อนบ้างแล้ว  พยาบาลก็เหมือนเอาที่ช่วยดูดมาดูดออกให้  แล้วก็เตรียมย้ายภูผาไปห้องพักฟื้น  แม่นึกว่าจะได้นั่งเก้าอี้เหมือนคราวที่แล้ว  แต่ว่าคราวนี้เข็นเป็นเตียงเลย  แม่ก็เลยออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้า

สักครึ่งชั่วโมงผ่านไป  ปะป๊าเริ่มได้ยินเสียงร้องไห้แล้ว  ปะป๊ากับยายคิดว่าต้องเป็นภูผาแน่ ๆ เลย  แล้วภูผาก็โดนเข็นออกจากห้องผ่าตัด  แม่ออกมาเปลี่ยนชุดแล้วก็วิ่งตามเข้าไปใหม่เพื่อจะออกไปประตูอีกด้านหนึ่งเพื่อขึ้นลิฟต์ไปด้านบน  ปะป๊ากับยายรีบเดินไปตรงลิฟต์นั้น ภูผานอนอยู่บนที่นอนรถเข็นของผู้ใหญ่  ตัวภูผาเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับเตียงนั้น  ปะป๊าเห็นภูผาร้องไห้แล้วปะป๊าก็จะร้องไห้ตาม  แต่ก็กลั้นไว้เพราะว่าคนเยอะ  ภูผาร้องไห้ใหญ่เลย  สงสัยคงจะเจ็บ  พอปะป๊าหรือแม่เรียกก็จะลืมตามาดูแล้วก็จะร้องใหม่  หน้าตาภูผาก็เหมือนจะบวม ๆ นิด ๆ  และมีสายน้ำเกลือเจาะเข้าทางขา พอถึงห้องภูผาแหวะเลือดออกมาอีกครั้ง  หลังจากที่หลังจากที่ฟื้นจากที่ห้องผ่าตัดแหวะออกมารอบนึง  เพราะว่ามีเลือดที่ค้างอยู่ตอนช่วงที่หมอผ่าตัด  ซึ่งเป็นเรื่องปกติ  หมอบอกว่าช่วงแรกก็จะมีน้ำมูกหรือน้ำลายที่เป็นเหมือนมีเลือดปนออกมา

photo (10)

ภูผาร้องให้แม่อุ้มอย่างเดียวเลย  คนอื่นจะอุ้มก็จะร้องไห้หาแม่ให้แม่อุ้ม  วันนั้นทั้งวันก็ต้องอยู่กับแม่และยังคงสลึมสลือเพราะฤทธิ์ของยาแม่ก็ต้องอุ้มเอาไว้และนอนบนตัวแม่ตลอดเลย  เพราะว่าปล่อยลงนอนที่เตียงไม่ได้เลย  ภูผาก็จะร้องให้แม่อุ้ม  พยาบาลบอกว่าฉีดยาแก้ปวดไปตอนที่ตอนพักฟื้นจากห้องผ่าตัด  ซึ่งถ้าปวดอีกก็อาจจะต้องให้ยาแก้ปวด  แต่หลังจากนั้นภูผาก็ไม่ได้ร้องไห้เหมือนกับตอนที่ผ่าตัดเย็บริมฝีปากที่ต้องโอ๋และกอดเอาไว้แน่น ๆ  คราวนี้ภูผาจะร้องออกแนวโยเยเสียมากกว่า  ซึ่งก็ไม่ได้คิดว่าภูผาจะปวดอะไรมาก  แต่สังเกตที่ปากภูผา  เหมือนลิ้นจะกระดกนิด ๆ และดูลิ้นแข็ง ๆ

ภูผานอนไปได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง  ตื่นขึ้นมาตอนเย็น  งอแงบ้างแต่ว่าไม่มาก  และปากเหมือนจะดีขึ้น  เหมือนว่าปากจะเริ่มหายชาและลิ้นก็ขยับได้บ้างแล้ว และอารมณ์ก็เริ่มดีขึ้นมียิ้มมุมปากเล็ก ๆ ได้

เรื่องกินนมภูผาไม่ยอมกินนมเลย  ไม่ว่าจะใช้ไซริงค์ที่มีสายยางต่อหรือว่าจะใช้ขวดนมพิเศษเหมือนกับตอนที่ผ่าตัดครั้งแรก  หรือกระทั่งให้กินจากแก้ว  ก็ปฏิเสธหมด  ไม่ยอมกิน  ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่ยังพอบังคับให้กินได้บ้าง  เพราะว่าตอนนั้นภูผาตัวยังเล็ก  ไม่ดิ้นมาก  และก็ยังกินนมอย่างเดียวเป็นอาหารหลัก  และอดทนไม่กินนมไม่ได้เหมือนกับตอนนี้  ก็ไม่เป็นไรเพราะว่ามีน้ำเกลืออยู่ค่อยให้กินนมพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

ช่วงกลางคืน  ภูผานอนแบบกระสับกระส่าย  เพราะด้วยน้ำมูกที่รู้สึกว่ามันจะเยอะมากเลย  ทำให้เวลาภูผานอนก็จะนอนหลับได้ไม่ค่อยสนิท  เหมือนกรนมีเสียงดัง  มีสะดุ้ง  แล้วก็พลิกตัวไปมา  ปะป๊ากับแม่เลยถึงได้เข้าใจว่าทำไมถึงถ้าเป็นหวัดแล้วถึงไม่ควรให้ผ่าตัด  เพราะว่าขนาดภูผาไม่เป็นหวัดยังขนาดนี้  แล้วถ้าภูผาเป็นหวัดมันคงแย่กว่านี้มาก

ตอนหัวค่ำภูผาไข้ขึ้น  แม่ลองให้ป๊าจับดูว่าภูผาตัวร้อนมั๊ย  ป๊าก็ไม่ได้คิดอะไร  คิดว่าสงสัยแม่จะอุ้มภูผามากทำให้รู้สึกว่าตัวภูผาร้อนและร้องโยเย  สักพักแม่ให้พยาบาลมาวัดไข้ตอนประมาณ 2 ทุ่ม  ก็ปรากฎว่าภูผาตัวร้อน  ประมาณ 38 กว่าเกือบ 39  ภูผาเลยต้องกินยาลดไข้   พอกินยาลดไข้ ภูผาก็สงบลงบ้าง  คงเป็นเพราะยาพาราเป็นทั้งยาลดไข้และแก้ปวด  จึงทำให้ภูผารู้สึกสบายขึ้นและไข้ลดลง  แต่ก็ไม่ได้หลับเหมือนปกติ  ยังพลิกไปมาเพราะว่าน้ำมูกที่เยอะมาก  จนแม่รู้สึกถึงแรงที่มันสั่นสะเทือนเวลาจับหลังภูผาตามจังหวะการหายใจ  แม่เรียกป๊ามาจับป๊าก็รู้สึกได้เหมือนกัน  จึงเรียกให้พยาบาลเข้าช่วยดู  พยาบาลเลยเอาเครื่องวัดปริมาณออกซิเจนมาหนีบที่ขา  เพื่อดูปริมาณออกซิเจนอยู่ในระดับปกติรึเปล่า  คงกลัวว่าจะได้ออกซิเจนไม่พอ  เพราะว่าหายใจไม่สะดวก  แต่ว่าภูผาก็มีค่าที่ปกติ  ถ้าจำไม่ผิดตัวเลขต้องสูงกว่า 95  หน่วยอะไรก็ไม่รู้สิ  แต่ว่าพยาบาลฟังเสียงที่ปอดซึ่งก็ไม่เป็นอะไรปกติดี

พอตอนช่วงประมาณตี 2  ภูผาก็ยังไข้ขึ้นอีก  เลยต้องให้กินพาราอีกรอบ  การกินยาของภูผาก็ต้องบังคับให้กิน  ใส่ไซริงค์แล้วก็กรอกเข้าปาก  เพราะว่าภูผาไม่ยอมกินดี ๆ เลยหน่ะ  ภูผายังหายใจเหมือนจะลำบากเหมือนเดิม  ถึงแม้พยาบาลจะติดตามค่าออกซิเจนอยู่  แต่ว่าพยาบาลก็ถามแม่ว่าอยากให้พยาบาลช่วยดูดน้ำมูกให้เอามั๊ย  แม่ก็เลยให้พยาบาลดูดให้  พยาบาลเอาเครื่องดูดเสียบปลั๊กมีสายยาว ๆ  และมีพยาบาลมาช่วยกันจับภูผา  ภูผาร้องเอามากเลย  ภูผาดูท่าทางกลัวเอามาก ๆ  พยาบาลใช้สายดูด และมีน้ำเกลือช่วย  เพื่อดูดน้ำมูกออกมาทั้ง 2 ข้าง  ใช้เวลาไม่นาน   หลังจากนั้น…ภูผาของเราก็กลัวพยาบาลขึ้นมาเลย  ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยกลัวเลยนะ  พอโดนแบบนี้เข้าไปเลยกลัวมาก  พยาบาลจะมาวัดไข้หรือวัดความดันก็จะร้อง  และไม่ค่อยยอมให้พยาบาลมาแตะตัวเลย  ฮา

แต่หลังจากที่ดูดเอาน้ำมูกออกไป  ภูผาก็นอนหลับสบายขึ้นเยอะ  ได้จนถึงประมาณตี 5 ก็เป็นช่วงที่ภูผาตื่นพอดี  และเหมือนจะดีขึ้นมากแล้ว  แต่ว่าจะให้กินนมก็ยังไม่ยอมกินนะ  ให้นั่งรถเข็นที่เตรียมมาจากบ้าน แล้วก็ชี้จะออกนอกห้อง  ปะป๊ากับแม่ก็พอเดินไปดูข้างนอก  ดูวิวตรงกระจกบ้าง  ดูรูปบ้าง  เดินพาไปดูแถวห้องพักเด็กแรกเกิดบ้าง  แล้วก็กลับมาดูโปสเตอร์ตรงหน้าห้องข้างเคาน์เตอร์พยาบาลบ้าง  ดูหนังสือนิทานตรงนั้น  และก็เล่นลูกบอล   ทำวนกันอยู่อย่างนี้ตอนช่วงที่พักอยู่ที่โรงพยาบาล  เพราะว่าภูผาไม่ค่อยชอบอยู่ในห้อง  และร้องจะออกข้างนอกตลอดเลย  แต่ว่ามันก็คงทำให้ภูผาไม่เครียดและอารมณ์ดีขึ้น  และภูผาก็เริ่มยิ้มและหัวเราะได้แล้ว

ตอนเช้าคุณหมอก็เข้ามาดูภูผาแล้วก็ดูผลด้านใน  หมอบอกว่าหมอเย็บแผลเอาไว้เยอะเลยและก็แม่ดูด้านใน  บอกว่ามันเป็นปมที่หมอเย็บให้  หมอเย็บให้อย่างดี  แต่ว่าถ้าเกิดว่าแผลมันแยกก็ไม่จำเป็นต้องผ่าใหม่  เดี๋ยวมันก็จะสมานกันเอง  เพราะว่าเด็กอาจจะเอาลิ้นไปดุนตรงปมหรือตรงแผลได้  หมอบอกว่าเคสของภูผาผ่าไม่ยาก  และครั้งนี้เหมือนเป็นการผ่าใหญ่กว่าครั้งแรกนะ  แต่ดูภูผาเหมือนตัวใหญ่ขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว  หมอถามว่าภูผาหนักเท่าไร  เลยบอกว่า 8 กิโลกรัม  แม่กับป๊าก็เลยคิดว่าหรือเป็นเพราะว่าภูผาหัวใหญ่ (ฮา) เลยทำให้ผ่าง่ายขึ้น  และปะป๊าถามหมอเรื่องลิ้นเหมือนว่าลิ้นภูผาจะแข็ง ๆ ที่สังเกตได้เมื่อวาน  คุณหมอเลยบอกว่าเป็นปกติเพราะว่าตอนผ่าตัดคุณหมอมีใช้อุปกรณ์เพื่อให้อ้าปาก  และมีการกดลิ้นลงมาระหว่างที่ผ่าตัด 3 ชั่วโมง  ซึ่งมันก็น่าจะทำให้ภูผาเจ็บลิ้นมากกว่าเจ็บแผลอีกด้วย  ปะป๊ากับแม่ก็เลยเข้าใจละ

วันนั้นทั้งวันภูผายังกินนมไม่ค่อยได้  เริ่มกินได้บ้างก็ตอนเย็นแล้ว  ก็ภาวนาให้ภูผากินนมได้เยอะ ๆ เพราะว่าจะได้ถอดสายน้ำเกลือสักที  เวลาภูผาจะไปไหนก็ต้องหอบหิ้วทั้งแท่นน้ำเกลือและรถเข็นภูผา  จะคลาน  หรือจะเดินก็ทำไมได้  ตอนกลางคืนก็พยายามให้กินนมอีกโดยมีพยาบาลคอยจดบันทึกว่ากินนมไปได้เท่าไรแล้ว  ต้องหลอกล่อภูผาให้กินนมกันสุด  ๆ

หัวค่ำตอนนอนภูผาเริ่มเป็นไข้ต่ำอีกแล้ว  เหมือนเมื่อวาน  กินยาพาราน้ำของเด็กแล้วก็หาย  เสร็จแล้วก็เป็นอีกทีตอนตี 2 เหมือนกับเมื่อวานเปี๊ยบ  แต่ว่าคราวนี้ภูผานอนบนเตียงได้แล้ว  ไม่ต้องนอนบนตัวแม่เหมือนเมื่อวาน  อาการกรนและเสียงหายใจครืดคราดเริ่มลดลงกว่าเมื่อวานแต่ก็ยังถือว่ายังเยอะอยู่

เช้าก็ตื่นประมาณตี 5  วันนี้เป็นวันที่เป็นกำหนดที่ภูผาจะต้องออกจากโรงพยาบาล  แต่ป๊ากับแม่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะออกจากโรงพยาบาลตามกำหนดได้มั๊ย  เพราะว่ายังให้น้ำเกลืออยู่  เพราะว่าถ้าเป็นครั้งที่แล้วถอดสายน้ำเกลือตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว  แต่ว่าคราวนี้ยังไม่ถอดเพราะว่ากินนมได้ไม่เยอะ  แต่ว่าตอนเช้าวันนี้ภูผาก็เริ่มกลับมากินนมได้เยอะเลย  อารมณ์ดี คึกคักเหมือนกับภูผาปกติ  ค่อนข้างปกติแล้วหล่ะนะ  และหัวหน้าพยาบาลก็เดินมาทักว่า  วันนี้น่าจะได้กลับบ้านแล้ว  ในใจปะป๊าดีใจสุด ๆ ได้กลับบ้านแล้ว เย้ ๆ ๆ  หมอมาดูภูผาและบอกว่าโอเค  กลับบ้านได้แล้ว  และยังให้ใส่เฝือกจนกว่าจะถึงวันนัดมาดูแผลวันพุธ  เลยถามเรื่องกินข้าว  หมอบอกว่ากินได้แต่ว่าต้องเป็นแบบเหลว ๆ เลย  คล้าย ๆ กับซีรีแลค  แบบนั้นถึงจะกินได้

สักพักก่อนเที่ยงพยาบาลก็มาถอดสายน้ำเกลือให้  และแม่ก็ไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายกับการเงินและรอรับยากลับบ้าน  และที่คุณหมอบอกว่าเอากล้ามเนื้อที่รั้ง ๆ ออกให้ด้วย  ปะป๊าก็ว่ามันดูดีขึ้นนะ  เมื่อมองตรงริมฝีปากตรงเนื้อด้านบนระหว่างจมูกกับริมฝีปาก  ดูสวยขึ้น  ตรงขึ้น

สรุปว่าคราวนี้นั้นภูผานั้นต่างจากคราวที่แล้ว  ไม่ร้องไห้มากเท่ากับคราวที่แล้วแต่ว่าร้องโยเยและไม่สบายตัวเพราะว่าเป็นไข้และมีน้ำมูกมากเวลานอน  ปะป๊าก็เลยคิดไปเองว่าภูผาคงสามารถที่จะทนความเจ็บปวดได้ในระดับหนึ่งไม่เหมือนกับตอนนั้นที่อายุ 3-4 เดือน  ส่วนเรื่องใส่เฝือกก็ไม่ได้ซีเรียสเหมือนกับคราวที่แล้วที่เป็นช่วงเอามือเข้าปากพอดีเพราะว่าภูผาไม่ติดอมนิ้มหรือเอามือเข้าปาก  กินนมได้ตอนช่วงหลัง ๆ แล้วและบังคับให้กินยาก  แต่ว่าก็ดูฟื้นตัวเร็วกว่าครั้งแรก

ตอนช่วงที่อยู่บ้านก็กินอาหารเหลวของเด็ก  ซึ่งภูผากินแล้วไม่ออกจมูกเหมือนกับแต่ก่อนแล้วนะ  ดีใจังเลย  และกินได้เยอะเลยหล่ะ  มื้อละประมาณ 2 ถ้วยของที่เคยกินเลย  และก็กินนมจากแก้วเหมือนของผู้ใหญ่  ใส่ฝาให้กินเหมือนตอนที่ยายเคยให้กินน้ำก่อนผ่าตัด  และก็กินจากขวดนมแบบที่ถอดฝาและจุกนมออก  ค่อย ๆ ให้ภูผากิน  ภูผาก็ได้ดีและเยอะเลย  ดีที่ว่าคุณหมอบอกให้หัดกินจากแก้วได้แล้ว  ซึ่งก่อนหน้าผ่าตัดภูผาก็ยังกินแก้วสลับกับกินจากขวดนมและมีจุกอยู่  แต่ว่าถ้าเลิกกินจากขวดก่อนหน้าผ่าตัดได้ก็จะดี  เพราะว่าหลังผ่าตัดยังไงก็ให้เลิกกินจากขวดนมอยู่แล้ว  และถึงตอนนี้ภูผาก็ไม่เคยกินนมจากจุกอีกเลย  ให้เลยกินแบบนั้นไปเลย

ตอนไปตรวจดูแผลกับคุณหมอตามนัด  คุณหมอก็บอกว่าแผลโอเคดีนะ  ไม่รั่วอะไร  ส่วนไหมเป็นไหมละลาย  มันจะค่อย ๆ ละลายจากข้างในมาจากข้างนอก  ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน  และห้ามกินของแข็งเช่น มะม่วง ฝรั่ง  แต่ว่ากินข้าวและของอ่อน ๆ ได้แล้ว  ส่วนอาการที่เวลานอนตอนกลางคืนหายใจเสียงดังเหมือนมีน้ำมูกหรือคล้าย ๆ เสียงกรนก็เริ่มหายไปแล้ว

สุดท้าย  ขอบพระคุณอาจารย์หมอเฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร มาก ๆ เลยนะครับ  สำหรับการผ่าตัดตกแต่งศัลยกรรมให้กับภูผาเป็นอย่างดีเลยตั้งแต่ครั้งแรกรวมถึงครั้งนี้ด้วย  จำได้ว่าจากตอนแรกเกิดที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีที่ภูผาเป็นแบบนั้น  กับตอนนี้ที่ภูผาดูมีความสุข ร่าเริงและใช้ชีวิตได้เหมือนกับเด็ก ๆ ทั่วไป  ขอบพระคุณมาก ๆ อีกครั้งนะครับ

ครอบครัวน้องภูผา

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

81 responses to “ผ่าตัดเพดาน

  1. พ่อน้องพัฒน

    ตุลาคม 18, 2013 at 1:07 pm

    ยินดีด้วยครับน้องภูผา 🙂 อยากถามคุณแม่ว่า ตอนก่อนผ่าเพดาน เวลาป้อนอาหารแล้วออกจมูก ต้องทำอย่างไรครับ ลูกชายผมพึ่งผ่าปิดปากหลังน้องภูผา 1 อาทิตย์ และตอนนี้แผลแห้งดีแล้ว และกำลังจะให้ลองอาหารเสริม ลองป้อนน้ำข้าวแล้ว มันเหมือนจะขึ้นไปที่จมูก อยากขอคำแนะนำหน่อยครับ

     
    • mpksmile

      ตุลาคม 18, 2013 at 1:15 pm

      เป็นเรื่องปกติครับ ภูผาก็เป็นเหมือนกันครับ ตอนช่วงก่อนผ่าตัดเพดานเวลากินข้าวก็ออกจมูกเหมือนกันครับ เพราะว่าเพดานยังโหว่อยู่น่ะครับ กินข้าวแล้วมันก็จะมีบางส่วนที่ออกไปทางช่องที่ยังโหว่ตรงเพดาน แต่ถ้าผ่าตัดเย็บเพดานแล้วก็จะหายครับ ตอนนี้ภูผาก็กินข้าวไม่ออกจมูกแล้วครับ

       
      • ตีรณา (แม่น้องไทม์)

        มกราคม 2, 2016 at 9:59 pm

        สวัสดีค่ะ…คุณพ่อคุณแม่น้องภูผา ตอนนี้ภูผาคงโตเป็นหนุ่มน้อยแล้ว พอดีเพิ่งอ่านเจอบทความและเป็นประโยชน์กับเรามากค่ะ เลยอยากขอคำปรึกษาบ้างค่ะ น้องไทม์เป็นเพดานโหว่อย่างเดียวตอนนี้ 4 เดือนกว่าแล้วค่ะ มีแผนจะทำเพดานเทียมตอน 6 เดือน…น้องภูผาหลังจากที่เย็บปิดปากแล้วไม่ได้ใส่เพดานเทียมต่อหรอค่ะ เห็นในบทความว่าเวลาน้องภูผาทานอาหารเสริมแล้วออกจมูกด้วย แล้วเมื่อออกจมูกอย่างนี้มีวิธีทำความสะอาดอย่างไรค่ะ

         
      • mpksmile

        มกราคม 3, 2016 at 2:54 am

        ไม่ได้ใส่เพดานเทียมแล้วครับ หลังจากเย็บริมฝีปาก จำได้ว่าตอนนั้นก็ไม่ได้ใช้อะไรทำความสะอาดเป็นพิเศษนะครับ เช็ดแค่ภายนอกเฉย ๆ ครับ

         
  2. เจน

    พฤศจิกายน 19, 2013 at 3:36 am

    สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่น้องภูผา ยินดีด้วยนะค๊ะ ที่น้องหายแล้ว เจนเองก้อมีลูกเป็นปากแหว่ง เพดานโหว่ เหมือนกันค่ะ ชื่อน้องชาบู อายุ 5 เดือนแล้ว จะได้คิวทำปาก เดือน ธค. นี้ อยากรู้ว่า จะต้องเตรียมตัวไงบ้างค๊ะ แล้วน้องเค้าจะดูดนมได้ไม๊ อ่อ น้องชาบูแหว่ง 2 ข้างเลย ตั้งแต่คลอด หมอก้อให้ใส่เพดานเทียมตลอด เลยไม่เคยลองให้เค้าดูดนมตอนไม่ใส่เพดาน

     
    • mpksmile

      พฤศจิกายน 19, 2013 at 5:56 am

      สวัสดีครับ คุณเจน

      ขอบคุณมากครับ น้องภูผายังคงต้องรักษาเรื่องฟัน การพูด และผ่าตัดตกแต่งอีกครับ
      การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดก็ไม่มีอะไรมากครับ ก็ดูแลไม่ให้น้องเป็นหวัดครับแต่ถ้าเป็นหวัดจริง ๆ ก็คงต้องเลื่อนนัดคุณหมอครับ การกินนมตอนช่วงผ่าตัดก็จะป้อนนมโดยใช้ไซริงค์ครับ หรืออาจจะเป็นขวดนมพิเศษครับ ลองเข้าไปอ่านบล๊อคเก่า ๆ ดูนะครับ อันที่ผมแนบให้คือเรื่อง ตอนผ่าตัดริมฝีปากครับ ถ้าสงสัยอะไรก็สอบถามมาได้นะครับ สู้ ๆ นะครับน้องชาบูและคุณพ่อคุณแม่น้องชาบู

       
  3. พ่อน้องพัฒน

    พฤศจิกายน 19, 2013 at 7:46 am

    ช่วงนี้ให้พยายามกินให้เยอะครับ เพราะผ่าตัดเสร็จช่วงอาทิตย์แรกจะกินได้น้อยมาก ลูกชายผมก็ปากแหว่ง 2 ข้างเช่นกัน เป็นกำลังใจให้ครับ

     
  4. เจน

    พฤศจิกายน 24, 2013 at 2:08 am

    ขอบคุณมากนะีค๊ะ ตอนนี้ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ตื่นเต้นแล้วก็กังวลมากค่ะ แต่ที่กังวลอีกอย่างคือ วันที่ 28 พย. นี้ ทางโรงพยาบาลนัดน้องชาบูตรวจการได้ยิน แล้วต้องมีการให้ทานยานอนหลับด้วย และอีกไม่กี่วัน น้องก็จะต้องผ่าตัด มันจะมีผลอะไรไม๊ค๊ะ

    สวัสดีค่ะ คุณพ่อน้องพัฒน์ ขอบคุณนะค๊ะ แล้วตอนนี้ น้องพัฒน์ อายุเท่าไรแล้วค๊ะ รักษาไปถึงไหนแล้ว

     
    • mpksmile

      พฤศจิกายน 24, 2013 at 2:19 am

      เข้าใจความรู้สึกตื่นเต้นครับ ส่วนเรื่องตรวจการได้ยินตอนภูผาตรวจไม่ได้กินยานอนหลับ แต่ว่าต้องกล่อมให้หลับ เพราะว่ามันใช้เวลาตรวจข้างนึงประมาณ 5 นาที ถ้าน้องไม่หลับจะตรวจลำบากครับ คิดว่าน่าจะไม่มีผลกับตอนผ่าตัดนะครับ แต่ถ้ากังวลก็ถามคุณหมอก็ได้ครับ สู้ ๆ นะครับ ^^

       
      • เจน

        พฤศจิกายน 26, 2013 at 10:33 am

        วันนี้ได้รับข่าวร้ายจาก โรงพยาบาล เค้าโทรมาเลื่อนนัดผ่าตัดอีกแล้วค่ะ คือว่าเจนรักษากับโรงพยาบาลศิริราชค่ะ แบบใช้บัตร30 บาท โดนเลื่อนนัดครั้งแรก ตอนเดือน ตค. ให้มาเป็น เดือน ธค. แต่วันนี้โทรมาเลื่อน บอกว่ายังไม่มีกำหนดเพราะคุณหมอไม่อยู่ เจนเลยรู้สึก เศร้าๆ นี่ถ้าเรามีเงินเยอะๆคงได้ทำไปละ เจนพอจะถามได้ไม๊ค๊ะว่า ค่าใช้จ่ายของน้งภูผา ตอนทำปากอยู่ที่ประมาณเท่าไร

         
      • เจน

        พฤศจิกายน 26, 2013 at 10:37 am

        ถ้าหากมันไม่เกินกำลังมากนัก ก้ออยากจะเสียเงินเอง แบบว่ารอจนน้องเค้าจะ 6 เดือนแล้ว ส่วนเจนเองก้อต้องกลับไปทำงาน ลามาตั้งแต่คลอดเลยค่ะ ก้อเลยอยากจะรบกวนถาม คุณพ่อ น้องภูผา แต่ถ้าบอกไม่ได้ก้อไม่เป็นไรนะค๊ะ

         
      • mpksmile

        พฤศจิกายน 26, 2013 at 11:43 am

        ตอบกลับเรื่องค่าใช้จ่ายไปทางเมลล์แล้วนะครับคุณเจน

         
  5. พ่อน้องพัฒ

    พฤศจิกายน 26, 2013 at 1:28 pm

    เข้าใจความรู้สึกครับ ของผมก็อยากให้ลูกได้ผ่าตัดเร็วๆ แต่ต้องรอจน 6 เดือนครึ่ง พอดีคุณหมออีกท่านไม่อยู่ (ของผมต้องผ่าตัดสองที่ ใช้หมอสองคน) แต่ระบบที่รามาดีหน่อยตรงที่เราจะรู้กำหนดวันที่ค่อนข้างแน่นอน และเค้าจะให้ความสำคัญกับเด็กก่อน ดังนั้นเด็กจะได้กำหนดนัดที่ค่อนข้างเร็ว

    ไม่แน่ใจว่าคุณเจนถามเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะอยากจะมาผ่าที่รามาหรือเปล่าครับ หรือจะลองมาปรึกษาหมอฟันที่รามาก่อนว่าทำได้ไหม คุณหมอฟันที่ดูแลน้องภูผาและน้องพัฒใจดีมากครับ ไปทำบัตรผู้ป่วยที่รามาตึกเก่าชั้น 1 และเข้าไปนัดหมอนันทนาที่แผนกทันตกรรม ใกล้ๆกับที่ทำบัตร ไปครั้งแรกไม่ต้องพาเด็กไปก็ได้ครับ เอาสูจิบัตรไปทำบัตรผู้ป่วย ได้บัตรแล้วเดินเขาไปที่เคาท์เตอร์พยาบาลแผนกทันตกรรมบอกกับพยาบาลว่าลูกมีปัญหาปากแหว่ง อยากจะนัดหมอนันทนา ถ้าคุณหมอไม่ยุ่งมากก็อาจได้คุยกับหมอก่อน แต่ถ้าคุณหมอยุ่ง ก็ได้นัด แล้วค่อยพาเด็กไปหาตามนัด แต่ผมไม่แน่ใจว่าเครื่องมือเพดานเทียมของรามากับศิริราชเหมือนกันหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนกันก็อาจยุ่งยากที่จะเปลี่ยนแปลง

    ผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่ารามาดีกว่าศิริราชนะครับ แต่เข้าใจความรู้สึกคนเป็นพ่อแม่ และรู้สึกประทับใจคุณหมอที่รามาทุกคน ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดและภาพโรงพยาบาลรัฐจากลบเป็นบวกได้มาก

     
    • เจน

      พฤศจิกายน 27, 2013 at 1:31 am

      ขอบคุณมากนะค๊ะคุณพ่อน้องภูผา และ คุณพ่อน้องพัฒน์ ถ้ามีอะไรคืบหน้ายังไง จะมาเล่าให้ฟังนะค๊ะ

       
  6. ทิพย์วรรณ ภูมิพันธ์

    พฤศจิกายน 30, 2013 at 1:57 pm

    ยินดีด้วยนะคะน้องภูผาหล่อมากค่ะ ดิฉ้นเองก็มีหลานชายที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่เหมือนกันค่ะ ดิฉันอ่านบล๊อกของน้องภูผาแล้วก็เข้าใจดีค่ะแต่อยากทราบค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้ง2ครั้งด้วยค่ะเพราะว่าดิฉันอยู่ต่างจังหวัดรายได้น้อยแต่ถ้าพอสู้ได้ดิฉันก็อยากให้หลานได้ผ่าช่วยกรุณาด้วย ขอบคุณค่ะ

     
    • mpksmile

      พฤศจิกายน 30, 2013 at 4:32 pm

      ขอบคุณครับ เรื่องค่าใช้จ่ายขออนุญาตตอบกลับทางเมลล์นะครับ

       
      • น้ำ

        พฤศจิกายน 7, 2017 at 4:45 am

        ขอทราบค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดปากและเพดานได้ไหมคะว่าครั้งละเท่าไหร่ แล้วตอนนี้น้องพูดได้ชัดไหม มีโรคอื่นๆเพิ่มอีกหรือป่าวคะ e-mail : honeyy_hn@hotmail.com

         
      • mpksmile

        พฤศจิกายน 7, 2017 at 8:08 am

        น้องพูดชัดดีครับ เดี๋ยวผมตอบเรื่องค่าใช้จ่ายทางเมลล์นะครับ

         
  7. moonriya

    มกราคม 9, 2014 at 9:57 am

    ขอขอบคุณครอบครัวน้องภูผามาก ๆ เช่นกันค่ะ ขอให้ผลบุญจากการแชร์ข้อมูลนี้ส่งให้ครอบครัวของน้องภูผา จงพบเจอแต่ความสุข ความเจริญ นะคะ และอยากให้ข้อมูลเหล่านี้ยังอยู่ใน web ต่อไปเพื่อให้ครอบครัวอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันได้ศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเจอในอนาคตค่ะ

     
    • mpksmile

      มกราคม 9, 2014 at 1:31 pm

      ขอบคุณมากๆๆครับคุณ moonriya เราตั้งใจแชร์ข้อมูลต่อไปเรื่อย ๆ ครับ ครอบครัวเราก็ดีใจมาก ๆ ที่มันเป็นประโยชน์กับครอบครัวอื่นครับ

       
  8. moonriya

    มกราคม 10, 2014 at 10:43 am

    @ คุณพ่อน้องภูผา, จริง ๆ แล้วเป็น fan-club น้องภูผาตั้งแต่หลังคลอดเพียงไม่กี่วันและติดตามเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันค่ะ เพราะการค้นหาผ่านทาง Internet นั้นง่ายมาก keyword ที่คุณพ่อน้องภูผาใช้ครอบคลุมสำหรับการสืบค้นทาง Internet (SEO) เป็นประโยชน์มากจริง ๆ ค่ะ

    ลูกสาวของ moonriya ก็เป็นเพดานโหว่เช่นเดียวกันค่ะ แต่โชคดีหน่อยเป็นเพียงเพดานโหว่เท่านั้น และก็โชคดีอีกเช่นกันที่คุณหมอเด็กที่ทำคลอดแนะนำการดูแลเด็กเบื้องต้นให้ตั้งแต่แรก และมีข้อมูลดี ๆ จาก blog ของน้องภูผาที่คอยแนะนำการดูแลไว้ดีมาก ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดื่มนมและการกินอาหารเท่าใดนัก อีกทั้งใช้ขวดนมแบบพิเศษของ Medela และปัจจุบันลูกสาวอายุประมาณ 9 เดือนแล้วค่ะ ยิ่งโตขึ้น เขาก็แข็งแรงขึ้น และไม่มีออกจมูกแล้วค่ะ

    @ คุณเจน + @ คุณทิพย์วรรณ, คุณหมอเฉลิมพงษ์ เป็นคุณหมอท่านเดียวกันที่รักษาน้องภูผาค่ะ ท่านบริการดีมาก เอาใจใส่ดูแลอย่างดี ให้ความสำคัญกับผู้ป่วย และมีทีมงานที่เข้มแข็งกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ ‘ศิริราช เนื่องจากช่วงแรกเกิด ได้พาลูกสาวไปพบแพทย์ที่ศิริราช ปรากฎว่า ตลอดเวลา ตั้งแต่ แผนกศัลยศาสตร์ ไปจนกระทั้ง แผนกหูฯ ไม่เคยได้พบแพทย์เฉพาะทางเลย ได้พบเฉพาะ Resident หรือ คุณหมอประจำบ้าน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า นักศึกษาแพทย์ใกล้จบ ปี 5-6 ค่ะ ซึ่งไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับเราได้ และแผนกหูนัดตรวจ 2 ครั้ง เลื่อนทั้งสองครั้งแบบไม่รู้ตัว รู้อีกทีว่าถูกเืลื่อนตอนที่เราต้องเดินทางไปตามนัดแล้วค่ะ ไม่เคยได้พบคุณหมอเฉพาะทางด้านหูเลย รู้สึกว่าภาระกิจของคุณหมอที่นี่เยอะมาก ไม่สะดวกพบคนไข้ทั้งที่ได้ทำนัดไว้แล้ว และไม่เคยแจ้งเลื่อนนัดลวงหน้า การบริการถือว่ามีมาตรฐานเดียวค่ะไม่ว่าจะใช้บัตร 30 บาท หรือ ชำระค่ารักษาด้วยตนเองก็ตาม สบายใจได้ไม่มีบริการเหลื่อมล้ำแต่อย่างใด ยกเว้นคิวของผู้ชำระเงินเองจะเร็วกว่าหน่อย ยกตัวอย่างเช่น แผนกศัลยฯ บอกว่าถ้าอยู่ในโครงการ (ฟรี) คิวจะหลังจากเดือน เม.ย. 57 (ตอนสอบถามประมาณ ส.ค.56) แต่หากชำระเอง ศิริราชนัดเลย 13 ม.ค. 57 (แต่ moonriya ได้ยกเลิกไปก่อนถึงเวลานัดเพราะเปลี่ยนไปพบคุณหมอเฉลิมพงษ์ ก่อนค่ะ) ซึ่งแผนกศัลฯ ของศิริราชได้ประเมินค่าผ่าตัดคร่าว ๆ มา 25,000-30,000 บาท ยังไม่รวมค่าห้องพัก ไม่รวมค่ายา และไม่รวมค่าวิสัญญีแพทย์ ซึ่งเรายินดีจ่ายโดยไม่ขัดข้องใด ๆ แต่การบริการไม่ประทับใจเลย ถึงขั้นถามแผนกศัลฯ ว่า คุณหมอมีพิเศษที่ รพ.อื่นอีกใหม เรายินดีที่จะไปพบคุณหมอทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตาม รพ.เอกชนต่าง ๆ ที่แต่ละท่านประจำอยู่หากท่านไม่สะดวกให้พบที่ศิริราชฯ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใด ๆ และไม่มีคำตอบใด ๆ ให้เราเลย

    อีกทั้งเพื่อนเรียนร่วมรุ่น เขาก็มีลูกที่วัยใกล้เคียงกันกับลูกสาวของ moonriya ที่ได้รักษากับคุณหมอเฉลิมพงษ์ไปก่อนหน้าโดยได้รับการผ่าตัดไปเมื่อ 20 พ.ย. 56 แนะนำมา เมื่อมี ref. ที่น่าเชื่อถือได้ถึง 2 แหล่ง คือ น้องภูผา และ เพื่อน ดังนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนทันที และสิ้นเดือน ม.ค. 57 นี้ ก็จะไปพบคุณหมอหู เพื่อตรวจคัดกรองค่ะ และมีนัดผ่าตัดประมาณสิ้นเดือน พ.ค. 57 ค่ะ

    ทั้งหมดเกี่ยวกับศิริราช อาจจะเป็นข้อมูลด้าน Negative นิดนึงนะคะ เพราะไปที่ศิริราชไม่ต่ำกว่า 6 ครั้งค่ะ โดยต้องเผชิญกับสถานที่ไม่เพียงพอต่อการรับรองคนไข้ การบริหารจัดการคิวไม่ได้มาตรฐาน บรรยากาศรอบ ๆ อึมครึม พยาบาลผู้ให้บริการด้อยคุณภาพขาด service mind และที่สำคัญ ได้พบคุณหมอศัลย์ฯ ตกแต่ง เพียงครั้งเดียวตอนที่คุณหมอต้องการทำนัดผ่าตัด ไม่ได้รับคำแนะนำการดูแลเด็กหลังผ่าตัด ไม่มีเอกสารใด ๆ เป็นข้อแนะนำดีแบบเป็นทางการ ๆ ฯลฯ แต่ที่ไปครั้งแรกเพราะ มีเพื่อนเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่นค่ะ แต่คนละแผนกฯ หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดกำลังสับสนกับการบริการของศิริราช ขอแนะนำว่า ไม่ต้องลังเลใจที่จะเปลี่ยนสถานที่ค่ะ ทำได้ทันที ดังขั้นตอนที่ @ คุณพ่อน้องพัฒน์ แนะนำทุกอย่างค่ะ

     
    • mpksmile

      มกราคม 12, 2014 at 1:58 pm

      ขอบคุณคุณ moonriya ที่แชร์ประสบการณ์กันนะครับ

      โดยส่วนตัวครอบครัวน้องภูผาไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของโรงพยาบาลนะครับ เพราะคิดว่ายังไงก็เป็นโรงเรียนแพทย์เหมือน ๆ กัน แต่ที่ตอนแรกติดต่อที่รามาก่อนเลยเพราะว่าคุ้นเคยที่นี่มากกว่าตั้งแต่สมัยเรียน และจับพลัดจับผลูมาได้มารักษาที่คลินิกพิเศษ

      ครอบครัวเราพยายามเขียนแชร์ในบล๊อกนี้ให้เป็นในเชิงประสบการณ์ที่เจอแบบเล่าเรื่องและให้เป็นกลาง ๆ ที่คิดว่าให้ครอบครัวอื่น ๆ ได้อ่านเพลิน ๆ แต่ก็ได้ประโยชน์ในการดูแลลูก ๆ ที่เป็นเหมือนกันกับภูผาไม่ว่าจะรักษาที่โรงพยาบาลไหนก็ตามครับ

       
  9. moonriya

    มกราคม 13, 2014 at 2:37 pm

    หากความคิดเห็นของ moonriya ดังกล่าวข้างต้นสร้างความไม่สบายใจให้แก่ครอบครัวน้องภูผา ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และหากความคิดเห็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ blog ดี ๆ ของน้องภูผา รบกวนครอบครัวน้องภูผาสามารถ remove ได้เลยนะคะ อย่างไรก็ตาม moonriya ก็จะยังเป็น FC น้องภูผาต่อไปเรื่อย ๆ ขอบคุณค่ะ

     
    • mpksmile

      มกราคม 13, 2014 at 3:40 pm

      ไม่เป็นไรครับคุณ moonriya ถือว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ร่วมกันแล้วกันนะครับ

       
  10. moonriya

    มกราคม 14, 2014 at 5:04 am

    ขอบคุณค่ะ

     
  11. saisunee

    พฤษภาคม 14, 2014 at 2:23 am

    รบกวนสอบถามหน่อยนะคะ น้องภูผาฟันขึ้นตอนกี่เดือนค่ะ พอดีน้องก็เป็นเพดานโหว่ตอนนี้ 9 เดือนแล้ว ฟันยังไม่ขึ้นเลยค่ะ ถามคุณหมอบอกไม่เป็นไร รอได้ถึงขวบ แต่แม่ก็เริ่มกังวล น้องมีนัดผ่าตัดเพดานช่วง 1 ขวบ 1 เดือน แม่ค่อยข้างกังวลเรื่องผ่าตัดมากค่ะ แต่อ่านเรื่องน้อภูผาแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะค่ะ ขอบคุณนะคะ

     
    • mpksmile

      พฤษภาคม 14, 2014 at 3:29 am

      สวัสดีครับคุณ Saisunee
      ภูผาฟันขึ้นตอน 8 เดือนกว่าครับ ผมว่าเดี๋ยวอีกสักพักก็ขึ้นครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ 🙂

      ตอนภูผาผ่าตัดก็เป็นกังวลบ้างเหมือนกันครับ ยังไงครอบครัวน้องภูผาเป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี น้องแข็งแรง ๆ สู้ ๆ นะครับ 😉

       
      • saisunee

        พฤษภาคม 14, 2014 at 3:37 am

        ขอบคุณมากค่ะ

         
  12. moonriya

    มิถุนายน 23, 2014 at 7:45 am

    สวัสดีค่ะ ครอบครัวน้องภูผา ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ที่น้องภูผาได้พ้นช่วงวิฤตไปได้ด้วยดี ตอนนี้ moonriya กำลังจะเข้าสู่ช่วงทำใจลำบากค่ะ โดยวันพุธนี้ คุณหมอนัด Admission และ พฤ ที่ 26/6/2557 เป็นวัน Operation ค่ะ เพราะ moonriya เป็นคุณแม่ที่อ่อนแอมากกว่าลูกซะอีกค่ะ อยากเจ็บแทนลูกจริง ๆ

    อยากจะเรียนถามผู้ปกครองน้องภูผาว่า น้องภูผาพักฟื้นที่ รพ. กี่วันคะ เท่าทีอ่านน่าจะ 3 วัน เพราะว่าช่วงนี้ห้องพิเศษ รู้สึกจะจองลำบากมากค่ะ เขาให้คุณแม่เช็คตอนวัน admission จึงจะทราบว่ามีห้องว่างหรือไม่ ซึ่งถ้าดูความเป็นไปได้แล้วคงลำบากมากค่ะ เพราะ moonriya ไม่อยากให้ลูกอยู่ลำพังค่ะ ถ้าหากอยู่ห้องรวมผู้ปกครองห้ามเฝ้า ต้องฝากลูกไว้กับพยาบาลเท่านั้น ซึ่งลูกสาวเป็นคนที่ติดแม่มาก ๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ครอบครัวน้องภูผามีอะไรจะแนะนำเพิ่มเติมใหมคะ

    ขอบคุณค่ะ

     
    • mpksmile

      มิถุนายน 23, 2014 at 12:06 pm

      สวัสดีครับคุณ moonriya
      ทางครอบครัวน้องภูผาไม่รู้จะแนะนำยังไงเลยครับ คงต้องแล้วแต่คิวห้องว่างของทางโรงพยาบาล แต่ยังไงเราก็ภาวนาขอให้มีห้องว่างนะครับ เข้าใจเลยครับถึงตอนนั้นเราจะเป็นห่วงลูกเรากันมาก คิดว่าทางคุณหมอและพยาบาลคงหาห้องให้เราได้นะครับ ขอให้การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีนะครับ คุณ moonriya

       
      • น้องมิริน

        กรกฎาคม 9, 2014 at 2:04 pm

        สวัสดีคะ น้องภูพา น้องมิรินนะค่ะจำกันได้หรือเปล่าน้า….ตอนนี้น้องมิรินผ่าตัดเพดานทั้ง2ด้าน ตอน 1 ขวบ 5 เดือน อิอิ น้องมิรินเป็นหวัดทุกครั้งที่จะแอดมิดที่พรีเมียมเลื่อน 3 ครั้งไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จึงถามน้องมิรินว่าหนูอยากผ่าตัดหรือไม่ผ่าธรรมดาหรือพรีเมี่ยม (พรีเมียมค่าใช้จ่ายประเมินสูงปี๊ด เนื่องจากผ่าตัดมือ เพดาน2ด้าน ระบายท่อน้ำในหู เลยนัดปรึกษาอาจารย์ทีาคลินิคพรีเมียมให้อาจารย์ตัดสินใจให้ว่าจะเลือกแบบไหน ตกลงอาจารย์ตัดสินใจให้ว่าผ่าตึกเก่า ธรรมดา ทางครอบครัวเราก้อกังวลเหมืินทุกครอบครัวนะคะ แต่พอมารับการบริการ มันดีมากๆๆคะขอแชร์พอดีได้ห้องพิเศษ พยาบาลน่ารัก ดูแลดีกว่าพรีเมี่ยมด้วยช้ำ อุ้ยคอมเม้นตรงๆๆซะงั้น อธิบายกลางๆก้อคือพรีเมี่ยมออกสไตร์ส่วนตัว ส่วนธรรมดาออกสไตร์ครอบครัวประมาณเนี้ยคะ น้องมิรินผ่าตัดวันที่4 กค ที่ผ่านมา ตอนนี้ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากสำลักเลือดเข้าไปในหลอดลมและปอดทำให้หายใจได้ไม่ดี จึงเข้า icu แม่ร้องไห้โห เครียดมากๆเพราะ แต่ปาฏิหารณ์ น้องมิรินหายใจดีขึ้นภายใน 1 วันทั้งๆ อาจารย์บอกว่าอาจต้อง2-3 วันค่อยถอดท่อหายใจ อาการดีเรื่อยๆ แต่ต้องรอฉีดยาฆ่าเชื้อให้ครบ 7 วันก่อนเพราะใส่ท่อ วันนี้แค่นี้ก่อนคะลูกตื่น ครอบครัวไหนสงสัยอะไรไลน์มาถามได้นะคะ id. Line papadoglink

         
      • mpksmile

        กรกฎาคม 9, 2014 at 2:20 pm

        สวัสดีครับคุณแม่น้องมิริน จำได้ครับ คุยกันตั้งแต่ตอนที่เริ่มเขียนบล๊อคนี้ใหม่ ๆ นี่ผ่านมาปีกว่าแล้วเร็วเหมือนกันนะครับ
        ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับที่เข้ามาเขียนคอมเมนต์ที่เป็นประโยชน์กับครอบครัวอื่น ๆ ในส่วนของคลินิกธรรมดาและยังให้ไลน์ในการติดต่อไว้ด้วย
        ยังไงขอให้น้องมิรินหายเร็ว ๆ นะครับ ^__^

         
      • moonriya

        กรกฎาคม 10, 2014 at 3:51 am

        สวัสดีค่ะครอบครัวน้องภูผา ขออนุญาต update นะคะ ตอนนี้ลูกสาว moonriya ผ่าตัดเพดานไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรติดขัดค่ะ น้องก็งอแงตามประสาเด็กหลังผ่าตัดค่ะ วันนี้ครบ 2 อาทิตย์แล้ว น้องก็กินอาหารได้ดีค่ะ เป็นอาหารเหลวซึ่งคุณหมอแนะนำว่าควรจะเป็นนม แต่เนื่องจากว่านมนั้นย่อยง่ายและทำให้เด็กหิวง่ายงอแงบ่อย ทำให้คุณยายเหนื่อย ดังนั้นพอไปพบคุณหมอตามนัดหลังผ่าตัดเมื่อวันที่ 8-7-2557 แล้ว moonriya ก็เลยให้น้องลองเป็นน้ำข้าวต้มหมูข้นผสมนมกินผ่านไซริงค์ และช่วงกลางวันก็ให้กินเป็นซีรีแล็คผสมนมและน้ำร้อนแบบข้นนิดหน่อยผ่านไซริงค์เช่นกันค่ะ ระหว่างมื้อก็เป็นนม น้ำหวาน น้ำส้ม ยาคูลค์ ค่ะ ก็ช่วยได้เยอะ เด็กอารมณ์ดีขึ้น เล่นมากขึ้นค่ะ แต่ตัวเล็กตอนนี้น้ำหนักแค่ 8.5 กก. เองค่ะ ขณะที่อายุก็ 1.2 ปีกว่า ๆ แล้ว แถมยังไม่เดินด้วยค่ะทำได้เพียงจับไม้หรือผนังบ้านยืน-เดิน และพยายามจะยืนด้วยตัวเองบ้างแต่ยังทำไม่ได้ค่ะ ก็เลยเป็นอีกความกังวลนึงด้านพัฒนาการของลูก ไม่ทราบว่าน้องภูผาเริ่มหัดเดินตอนอายุกี่เดือนค่ะ เห็นลูกของเพื่อน ๆ เข้าเร่ิมหัดเดินตอน 9 เดือน อายุประมาณนี้ก็วิ่งได้แล้วค่ะ ทางคุณหมอศัลฯ ก็เลยส่งตัวไปแผนกพัฒนาการเด็ก และมีนัดวันที่ 1-9-2557 นี้ค่ะถึงแม้จะคิวยาวหน่อยก็จะอดใจรอและหวังว่ากว่าจะถึงวันนัดน้องจะเดินได้แล้วค่ะ แต่คุณหมอบอกว่าพัฒนาการเด็กไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับอาการปากแหว่งเพดานโหว่ แถมเด็กยังเก่งอีกด้วยค่ะ โดยคุณหมอบอกว่า มีนักศึกษาแพทย์ หรือหมอหลาย ๆ ท่านก็เคยเป็นแบบน้องค่ะ

        ไม่ทราบว่าครอบครัวน้องภูผามีเรื่องอาหารหรือด้านอื่น ๆ แนะนำเพิ่มเติมอีกใหมคะ

        สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณบทความดี ๆ ของน้องภูผาที่ทำให้ moonriya และครอบครัวสามารถนำไปใช้ในการเตรียมตัวเตรียมใจรับกับสิ่งที่ต้องเจอ ณ วันเข้าห้องผ่าตัดนะคะ มันช่วยได้เยอะมากจริง ๆ ลดความเครียด ความกลัว ลงเยอะมากค่ะ

         
      • mpksmile

        กรกฎาคม 14, 2014 at 1:14 am

        สวัสดีครับคุณ moonriya ดีใจที่ได้ยินเรื่องราว update ของลูกสาวคุณ moonriya นะครับ เรื่องของอาหารตอนนั้นภูผาก็กินเป็นอาหารเหลว ๆ เหมือนกันครับ แล้วก็เริ่มเป็นข้าวข้น ๆ หรือพวกอาหารบดเหมือนช่วงหัดกินแรก ๆ กินผลไม้บดได้ครับ แต่งดอาหารแข็ง ๆ เหมือนคุณหมอบอก เรื่องน้ำหนักนี่เท่า ๆ กับน้องภูผาตอนนั้นเลยครับ เพราะว่าภูผาเป็นเด็กค่อนข้างผอมเหมือนพ่อ แม่เขาก็พยายามให้กินเยอะ จริง ๆ เหมือนจะเยอะกว่าเด็กอื่น ๆ แถวบ้านแต่น้ำหนักก็ขึ้นได้น้อย น่าจะเพราะระบบเผาผลาญดี

        ส่วนเรื่องพัฒนาการทางด้านการเดิน จำได้ว่าตอนภูผาผ่าตัดถ้าเห็นในรูป ภูผายังเดินเองไม่ได้นะครับ ยังต้องมีคนพยุงหรือจับเอาไว้ เริ่มไม่ต้องมีคนจับก็ประมาณ ขวบสองเดือน แต่ว่าน้องแถวบ้าน มีคนนึงเดินได้ ตอนจะขวบครึ่งแล้วก็มีนะครับ ยังไงมา update ตอนที่น้องเขาเดินได้ให้ฟังอีกนะครับ

         
  13. moonriya

    กรกฎาคม 14, 2014 at 3:12 am

    ขอขอบคุณคุณพ่อน้องภูผานะคะ ทำให้ moonriya สบายใจขึ้นได้ทั้งสองคำตอบเลยค่ะ ไว้ moonriya จะ update เรื่องพัฒนาการน้องหลังจากไปพบแพทย์ด้านพัฒนการเด็กในวันที่ 1-9-2557 อีกครั้งนะคะ แผนกพัฒนาการเด็ก อยู่ตึกสิริกิตต์ ชั้น 3 ห้อง 303 ค่ะ

     
  14. Nattayaom

    ตุลาคม 1, 2014 at 11:34 am

    สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ น้องภูผา

    ดิฉันเองก็มีลูกเป็นโรค ปากแหว่ง เพดานโหว่เหมือนกันค่ะ คุณหมอซาวด์เจอตอน 8 เดือน ตอนนี้ใกล้คลอดแล้ว^^ ตอนแรกก็เป็นกังวลเหมือนกัน แต่พอได้มาอ่าน blog น้องภูผา รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมากเลยค่ะ น้องน่ารักมาก
    ขอรบกวนสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายได้มั้ยคะ ในการรักษาแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ

     
    • mpksmile

      ตุลาคม 1, 2014 at 11:37 am

      ขออนุญาต ตอบทางอีเมลล์นะครับ

       
      • ธัญจิรา มังกรกิม

        กันยายน 9, 2017 at 6:22 am

        พี่ค่ะ ขอสอบถามหน่อยค่ะ พอดีลูกหนูเป็นดพดานโว่อย่างเดียวอยากรู้ว่าจะเย็บได้ตอนอายุเท่าไหร่แล้วเสียค่าใช้จ่ายยังไงค่ะ เงินหนูก็ไม่ค่อยมี

         
      • mpksmile

        กันยายน 10, 2017 at 1:17 pm

        เพดาน ภูผาเย็บตอนอายุ 1 ปีครับ ค่าใช้จ่ายของน้องภูผาตอนนั้นเป็นราคาของพรีเมียมคลินิกครับ แต่จริง ๆ แล้วก็มีโครงการที่รักษาฟรีเหมือนกันนะครับ หลาย ๆ ที่ เช่น operationsmile หรือเป็นคลินิคธรรมดาของโรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลศูนย์ก็ไม่น่าจะแพงมากนะครับ

         
  15. อัจจิมา

    ธันวาคม 5, 2014 at 4:36 am

    สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่น้องภูผา ดีจัยด้วยน่ะค่ะที่น้องหายดีแล้ว น้องเก่งมากเลยค่ะสู้สุดๆเลย
    ดิฉันก็มีลูกเป็นปากแหว่งเพดานโหว่เหมือนกันค่ะ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการผ่าตัดเพดานครั้งที่ 2 ค่ะ
    เพิ่งจะผ่าปัยเมื่อวันที่ 28ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ยังไท่หายดีเท่าไรค่ะ อยากจะรบกวนถามคุณพ่อคุณแม่น้องหน่อยค่ะ ว่าช่วงตอนน้องผ่าเพดานจะมีเพดานทั้งแผ่นหลุดออกมามั้ยค่ะ เป็นเนื้อเพดานเลยค่ะทั้งชิ้นเลยสอบถามคุณหมอไปแล้วคุณหมอบอกแค่เพียงว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวลิ้นเด็กจะดันเข้าไปเอง แต่มันหลุดมาทั้งแผ่นเลยค่ะชิ้นเนื้อของเพดานจะประมาณเท่าลิ้นเด็กค่ะ ตอนนี้เป็นทุกข์มากค่ะ หมอบอกไม่เป็นไรก็จริงแต่ชิ้นเนื้อที่หลุดมาคือมันใหญ่มากเลยค่ะ เลยอยากรบกวนสอบถามเพื่อเป็นประสบการณ์ว่าตอนน้องภูผาผ่าเพดานน้องเป็นแบบนี้รึเปล่าค่ะ

     
    • mpksmile

      ธันวาคม 5, 2014 at 5:59 am

      ของน้องภูผาไม่เคยเจอแบบนั้นเลยนะครับ คุณหมอว่าไม่เป็นไรก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนะครับ แต่ถ้ายังเป็นกังวล ผมว่าไปให้คุณหมอดูอีกครั้งก็ดีนะครับ แล้วเวลากินนมหรืออาหารแล้วยังออกจมูกอยู่รึเปล่าครับ ไม่รู้จะช่วยยังไงเลย ยังไงถ้ามีความคืบหน้ามาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

       
      • นิด

        กุมภาพันธ์ 22, 2015 at 12:40 pm

        สวัสดีค่ะ คุณพ่อน้องภูผา

        หลังจากคลอดลูก คุณหมอแจ้งว่สลูกเป็นเพดานโหว่ วันแรกที่เกิดลูกต้องให้ออกซิเจนช่วย ดิฉันไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับเพดานโหว่ไหม ตอนน้องภูผามีอาการแบบนี้ไหมค่ะ จะส่งผลกระทบกับพัฒนาการลูกไหมค่ะ เครียด กังวลมากเลยค่ะ คุณหมอแนะนำให้รักษากับคุณหมอเฉลิมพงษ์ที่รามา ดิฉันรบกวนสอบถามคุณพ่อน้องภูผา. เรื่องค่ารักษาเพด่านโหว่ค่ะ และกรณีใช้บัตร. 30 บาท คิวจะได้ช้ากว่าเยอะไหมค่ะ กรณีน้องภูผา คุณพ่อจ่ายเงินสดหรือใช้สิทบัตรค่ะ ถ้าสอบถามมากเกินไป ต้องขอโทษด้วยค่ะ

        เข้ามาอ่านเรื่องน้องภูพา เป็นกำลังใจ และความรู้ให้เยอะมากเลยค่ะ

         
      • mpksmile

        กุมภาพันธ์ 22, 2015 at 11:00 pm

        สวัสดีครับคุณนิด
        ตอนแรกเกิดน้องภูผาไม่ได้ต้องให้ออกซิเจนอะไรนะครับ แต่คิดว่าคงไม่เกี่ยวกับพัฒนาการนะครับ ลองเข้าไปพบคุณหมอเฉลิมพงษ์ที่ศัลยกรรมตกแต่งดูนะครับ ที่ชั้น 2 ตึกพระเทพ ลองโทรไปเบอร์นี้ก่อนก็ได้ครับ 02 200 3186 ครับ ส่วนเรื่องใช้สิทธิ์บัตรทองนี่ผมก็ไม่ทร่บนะครับ ลองปรึกษาอาจารย์ดูนะครับ ของน้องภูผาเป็นคลินิกพรีเมียมครับ มีอะไรสงสัยถามเข้ามาได้เลยครับ ยินดีตอบทุกคำถามที่ตอบได้ครับ สู้ ๆ นะครับ คุณแม่นิด

         
  16. nidnoy11site

    กุมภาพันธ์ 23, 2015 at 5:39 am

    สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องภูผา

    คลินิกพรีเมียม ค่ารักษาประมาณเท่าไหร่ค่ะ
    ดิฉันอยู่ต่างจังหวัด รบกวนสอบถามต้องไปทำบัตรจองคิวพบคุณหมอก่อนไหมค่ะ หรือสามารถพาลูกไปพบที่คลินิกได้เลยค่ะ กังวล ว่าลูกจะสามารถเดินทางไกลได้ไหมค่ะ

     
    • mpksmile

      กุมภาพันธ์ 23, 2015 at 6:05 am

      สวัสดีครับ ค่าใช้จ่ายพรีเมียมคลินิก เดี๋ยวผมตอบกลับทางอีเมลล์แล้วกันนะครับ

       
  17. แม่นู๋มิลิน

    สิงหาคม 24, 2015 at 8:47 pm

    สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่น้องภูผา ก่อนอื่นจะบอกว่าอ่านเรื่องการผ่าตัดแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ สงสารเด็กมาก แต่ดีที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี //น้องมิลินก็เป็นเพดานอ่อนโหว่ กำหนดผ่าตัดเดือนตุลานี้ค่ะ อ่านแล้วได้ข้อมูลดีมากเลยค่ะ เหมือนต้องทำใจให้เข้มแข็งนิดๆ ตอนกำลังผ่าตัด และหลังผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ มิลินเป็นคนร้องเสียงดังมากๆ ไม่รุว่าจะมีผลต่อแผลที่ผ่าตัดรึเปล่า แถม มิลินตรวจการได้ยินผ่านตั้งแต่แรก คุณหมอก็เลยไม่ได้นัดซ้ำอีก อยากทราบว่าเรื่องน้ำในหูของน้องภูผา คุณหมอตรวจพบเมื่อไหร่คะ ก่อนผ่าตัดหรือเปล่า กังวลจังเลยค่ะ

     
    • mpksmile

      สิงหาคม 25, 2015 at 1:59 am

      เป็นกำลังใจให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีนะครับนู๋มิลิน คิดว่าการร้องไห้ ไม่น่าจะมีผลนะครับ คุณหมอเย็บให้แข็งแรงอยู่แล้วครับ แต่ต้องระวังเรื่องการกินของแข็ง ๆ ส่วนเรื่องการได้ยิน ภูผาตรวจก่อนผ่าตัดครับ เจอว่ามีน้ำในหูเลยต้องเจาะใส่ท่อระบาย ของนู๋มิลินเป็นแค่เพดานอ่อนครับโชคดีเลยไม่มีผลกับเรื่องน้ำที่จะไปขังในหูครับ ยังไงสู้ ๆ ไม่ต้องกังวลนะครับ

       
  18. แม่นู๋มิลิน

    สิงหาคม 25, 2015 at 2:32 am

    ขอบคุณนะคะ

     
    • แม่นู๋มิลิน

      กันยายน 20, 2015 at 9:54 pm

      ขอทราบค่าใช้จ่ายตอนเย็บเพดานของน้องภูผาได้รึเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ

       
      • mpksmile

        กันยายน 20, 2015 at 11:04 pm

        สวัสดีครับ ตอบกลับไปทางอีเมลล์แล้วนะครับ

         
  19. คุณแม่น้องไบร์ท

    ตุลาคม 5, 2015 at 2:33 pm

    ขอรบสอบถามคุณพ่อน้องภูผาค่ะ ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดปากแหว่งและเพดานโหว่2ครั้ง ประมาณเท่าไหร่ค่ะ และค่าใช้จ่ายในการรักษาที่พรีเมียมคลินิคด้วยค่ะ รบกวนด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

     
  20. แม่นู๋มิลิน

    ตุลาคม 12, 2015 at 3:55 pm

    ตอนน้องภูผา สรุปได้แอดมิดกี่คืนคะ เหมือนจะแค่ 2 คืน 3 วันรึเปล่า แข็งแรงจังเลย น้องมิลินนัดแอดมิดวันที่ 14 นี้แล้วค่ะ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีเหมือนน้องภูผาเถิด

     
    • mpksmile

      ตุลาคม 12, 2015 at 11:01 pm

      ใช่ครับ แม่นู๋มิลิน ขอให้การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

       
      • แม่นู๋มิลิน

        ตุลาคม 20, 2015 at 2:03 am

        สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องภูผา ขอสอบถามเรื่องหลังผ่าตัดหน่อยค่ะ ว่าน้องภูผาสามารถดื่มนมได้ดีมั๊ยคะ พอดีว่าน้องมิลินเพิ่งไปผ่าตัดเพดานอ่อนมาวันที่ 15 ค่ะที่รพ.มอ.หาดใหญ่ แล้วทีนี้น้องจะไม่ค่อยกินนมเลยค่ะ เพราะพอจะให้ดื่มนมก็คิดว่าเป็นยา มีวิธีหรือเทคนิคในการช่วยดื่มนมบ้างป่าวคะ พอไม่ยอมดื่มอะไร น้ำเกลือก็ถอดตั้งแต่วันที่ 17 แล้ว กลับบ้านมาวันที่ 18 ก็ยังไม่ค่อยดื่ม แม่กลัวน้องจะนน.ลงไปเยอะ นี่ก็ตัวเริ่มเบาหวิวแล้วค่ะ
        ปล.น้องมิลิน อายุ 10 เดือนค่ะ มีการเจาะลิ้นดึงไหมออกมาติดไว้ข้างแก้มด้วยค่ะ แต่ว่าวันที่ 16 ก็ตัดไหมที่ลิ้นออก ดูท่าทางน้องมิลินจะกลัวคุณหมอ กลัวพยาบาลไปอีกพักนึงแน่เลยค่ะ
        ขอบคุณค่ะ

         
      • mpksmile

        ตุลาคม 20, 2015 at 3:11 am

        สวัสดีครับคุณแม่นู๋มิลิน
        ภูผาเริ่มกินนมได้ ตอนวันสุดท้ายที่อยู่โรงพยาบาลครับ แล้วก็กินอาหารเสริมเหลว ๆ ได้ครับ หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็กินได้ดีขึ้นนะครับ

         
      • mpksmile

        ตุลาคม 20, 2015 at 3:15 am

        ยังตอบไม่เสร็จเผลอกดส่งไป โทษทีครับ ไม่ทราบว่านู๋มิลินกินนมยังไงครับ แบบขวด แบบไซริงค์ หรือเป็นแก้วครับ ถ้ากินแบบไซริงค์อาจจะกลัวรึป่าวครับ หรือไม่ก็ให้ทานอาหารเสริม อาหารเหลวน่ะครับ ก็ได้นะครับ ถ้าพอมีรสชาติ น้องอาจจะทานได้มากขึ้นน่ะครับ

         
  21. แม่นู๋มิลิน

    ตุลาคม 20, 2015 at 5:13 am

    ทานกับช้อน แล้วก็ไซริงค์ค่ะ ทานกับแก้วบ้าง แต่น้องก็ยังไม่ถนัดค่ะ ทานทีไรหกเต็มเลย หมอให้งดจุกนม เลยไม่ได้ทานกับขวดค่ะ หมอให้ทานแต่นมจนถึงวันที่ 21 นี้ค่ะ (หมอนัดหลังเย็บเพดาน) แล้วก็ให้ทานอาหารเหลวได้หลังจากนั้น สงสัยต้องลุ้นเป็นวันต่อวัน เพราะวันนี้เหมือนจะทานได้ดีขึ้นนิดนึงแล้วค่ะ

     
    • mpksmile

      ตุลาคม 20, 2015 at 5:24 am

      อ้อครับ ยังไง เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ ๆๆๆ ครับ

       
  22. แม่นู๋มิลิน

    ตุลาคม 21, 2015 at 12:38 pm

    วันนี้พามิลินไปหาหมอมาค่ะ หลังเย็บเพดานได้ 1 สัปดาห์ หมอบอกว่าแผลดี และให้เริ่มทานพวกโจ๊กได้แล้ว มิลินทานเก่งขึ้นแล้วค่ะ น่าจะเป็นเพราะไม่เจ็บแผลแล้ว แต่พอเข้าพบคุณหมอปั๊บ ร้องเลย คุณหมอยังไม่ทันจับตัวเลย สงสัยจะจำได้ ฮ่าๆ แต่แม่นู๋มิลินลืมถามคุณหมอว่าสามารถกลับมาใช้ดูดนมจากขวด หรือจากหลอดได้เมื่อไหร่ คุณพ่อน้องภูผาพอจะทราบมั๊ยคะ

     
    • mpksmile

      ตุลาคม 21, 2015 at 1:30 pm

      เท่าที่จำได้ ภูผาช่วงนั้น ก็กลัว ๆ พยาบาล หรือคุณหมอเหมือนกันครับ เดี๋ยวสักพักคงหายครับ เรื่องกลับมาดูดนมจากขวดเนี่ย ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่ว่าถ้าจากหลอดผมว่าน่าจะได้ เพราะมันไม่ไปกระทบแผลครับ

       
  23. แม่นู๋มิลิน

    พฤศจิกายน 5, 2015 at 9:47 am

    สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่น้องภูผา มีเรื่องรบกวนอีกรอบ คืออยากทราบว่าการเย็บเพดานใช้ไหมละลายใช่มั๊ยคะ แล้วนานมั๊ยคะกว่าไหมจะละลาย ปกติเย็บกับไหมละลายนี่เห็นไหมมั๊ยคะ ถ้ามีรูปในปากของน้องภูผาหลังเย็บเพดาน รบกวนส่งให้ดูได้มั๊ยคะ ขอบคุณค่ะ

     
    • mpksmile

      พฤศจิกายน 5, 2015 at 1:30 pm

      สวัสดีครับ ไม่เคยถ่ายรูปในปากไว้เลยครับ ของภูผาเป็นไหมละลายนะครับ มองเห็นอยู่นะครับ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเดือนเหมือนกันครับ กว่าจะหายไปหมดน่ะครับ

       
      • แม่นู๋มิลิน

        พฤศจิกายน 5, 2015 at 1:40 pm

        อ่อค่ะ ระบบทางรามานี่ หมอนัดดูแผลที่ทำเมื่อไหร่บ้างคะ อย่างของน้องมิลิน มอ.นัด 1 สัปดาห์หลังเย็บ แล้วอีกทีคือ 6 เดือนเลยค่ะ
        แต่คุณหมอบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรไปก่อนได้
        แต่ปัญหาของแม่นู๋มิลินแค่กังวลเรื่องไหมยังไม่เห็นจะละลายเลยค่ะ เรื่องแค่นี้เกรงว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรไป 555 #แม่นู๋มิลินเป็นคนคิดมากค่ะ

         
      • mpksmile

        พฤศจิกายน 5, 2015 at 1:57 pm

        ของน้องภูผา หลังผ่าตัด 3 เดือนนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็ 1 ปีครั้งเลยครับ ไม่ต้องกังวลครับ เดี๋ยวก็หายไปเองคิดซะว่าไหมอยู่นาน ดีกว่าอยู่แป๊บเดียวแล้วหลุดครับ เพราะแผลจะได้ปิดสนิทจริง ๆ

         
      • แม่นู๋มิลิน

        พฤศจิกายน 5, 2015 at 2:26 pm

        ขอบคุณค่ะคุณพ่อน้องภูผา สบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ไว้มีปัญหาอะไรค่อยมาปรึกษาอีกนะคะ

         
  24. แม่นู๋มิลิน

    พฤศจิกายน 24, 2015 at 1:17 am

    รบกวนถามคุณพ่อน้องภูผาอีกแล้วค่ะ คุณพ่อให้น้องภูผาเริ่มใช้หลอดดูดนมตั้งแต่เมื่อไหร่หลังเย็บเพดานคะ

     
    • mpksmile

      พฤศจิกายน 24, 2015 at 5:44 am

      หลังผ่าตัดเพดานไปแล้วสักพักครับ น้องจะเริ่มหัดดูดหลอดได้ละ ตอนนั้นจำได้ว่าหัดเป็นหลอดขวดหัดดูดก่อนครับ

       
  25. Na

    ธันวาคม 30, 2015 at 6:59 pm

    อยากทราบคชจ.การผ่าตัดและรพ.ค่ะ

     
    • mpksmile

      ธันวาคม 30, 2015 at 11:57 pm

      ตอบกลับทางอีเมลล์แล้วนะครับ

       
  26. Wirawat

    เมษายน 26, 2016 at 8:21 am

    สวัสดีครับคุณแม่น้องภูผาพอดีลูกสวยผมพึ่งผ่าตัดเพดานโหว่เลยอยากถามคุณแม่น้องภูผาหน่อยครับว่าหลังผ่าตัดให้กินซิลิแลคหรืองเหลวได้ประมาณกี่วันของวันที่ผ่าตัดสงสารลูกครับน้องน่าจะหิวแต่ไม่กล้าให้กินเพราะตอนนี้ให้กินได้แต่นมและเอาเฝือกออกจากแขนตอนไหนครับประมาณกี่วันขอบคุณครับ

     
    • mpksmile

      เมษายน 27, 2016 at 4:34 am

      สวัสดีครับ ถ้าจำไม่ผิดเอาเฝือกออก 7 วันหลังผ่าตัดนะครับ ส่วนอาหารเหลวหลังจากเอาเฝือกออกกินได้เลยครับ

       
      • Wirawat

        เมษายน 27, 2016 at 7:12 am

        ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำนะครับขอให้น้องภูพาและครอบครัวมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนะครับ

         
      • mpksmile

        เมษายน 28, 2016 at 6:06 am

        ขอบคุณมากครับ ขอให้น้องสวยแข็งแรง ๆ นะครับ สู้ ๆ ครับ มีอะไรก็เขียนมาคุยกันได้ครับ

         
  27. Phung

    กรกฎาคม 21, 2016 at 7:28 am

    สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่น้องภูผา ตอนนี้น้องคงโตเป็นหนุ่มน้อยแล้ว. พอดีมาอ่านเจอบทความของน้องค่ะมีประโยชน์มากเลย. ลูกสาวก็เป็นปากแหว่งเพดานโหว่เหมือนกันค่ะพึ่งจะคลอดได้7วัน จะพาไปรักษาที่รามาเหมือนกัน รบกวนสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายหน่อยค่ะ 😄

     
    • mpksmile

      กรกฎาคม 21, 2016 at 7:51 am

      เดี๋ยวผมตอบกลับทางเมลล์นะครับ

       
      • กอล์ฟ

        กันยายน 28, 2016 at 5:51 am

        อาการเดียวกับลูกผมเลยคับ เพิ่งคลอดได้15วัน
        ตอนนี้น้องภูผาเป็นไงมั่งคับอยากไห้อับเดตรูปน้องอีกจัง

         
      • mpksmile

        กันยายน 28, 2016 at 5:56 am

        น้องภูผา แข็งแรง พูดเก่ง เลยครับช่วงนี้ แต่ก็ยังไปพบคุณหมออยู่เรื่อย ๆ ตามนัดนะครับ ส่วนรูปขอโทษทีนะครับ คงไม่ได้อัพเดทให้ดูแล้วครับ

         
      • กอล์ฟ

        กันยายน 28, 2016 at 7:41 am

        น้องภูผาเก่งจัง

        ขอบคุนมากนะคับ

         
      • Tul

        ตุลาคม 31, 2016 at 2:21 pm

        รบกวนตอบกลับเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดของน้องได้ไหมคะ

         
      • mpksmile

        พฤศจิกายน 1, 2016 at 12:12 am

        ส่งไปให้ทางอีเมลล์แล้วครับ

         

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: