RSS

Monthly Archives: พฤศจิกายน 2012

หาหมอครั้งสุดท้ายก่อนผ่าตัดริมฝีปาก

photo (32)

แม่พาภูผามาหาหมอศัลยกรรมวันที่ 28 พฤศจิกายน  เป็นการนัดอาจารย์หมอเพิ่มเติมเพราะว่าลืมบอกหมอไปว่า  ให้หมอผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นให้ด้วย  ซึ่งพังผืดนี้ป๊าก็มีแต่เพิ่งให้หมอฟันผ่าเมื่อตอนโตแล้ว  เคยปรึกษาหมอฟัน  แล้วหมอบอกว่าให้ผ่าพร้อมกันทีเดียวตอนผ่าตัดไปเลย  จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวหลายรอบ  ซึ่งพอแม่ได้พบคุณหมอ  คุณหมอก็บอกว่า  มันทำได้ง่าย  สบายมาก  ดีแล้วที่มาบอก  จะได้ทำพร้อมกันทีเดียว  ก็ถือว่าครั้งนี้พบหมอศัลยกรรมครั้งสุดท้ายแล้วก่อนการผ่าตัดริมฝีปาก  เจอกันอีกทีกับคุณหมอที่ห้องผ่าตัดเลย

วันรุ่งขึ้น 29 พฤศจิกายน

หมอเด็กนัดไปฟังผลเลือดที่เจาะไปคราวที่แล้ว  คุณหมอบอกว่าที่เลือดจางเป็นปกติของเด็กอายุราว ๆ นี้  เพราะว่าตรวจดูค่าอย่างอื่นแล้วปกติดี  คุณแม่เลยถามหมอเรื่องน้ำหนักของภูผา  เพราะว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมาภูผาขึ้น 3 ขีด  คุณหมอบอกว่าจะว่าน้อยก็น้อยนะ  แต่ก็ค่าก็ยังถือว่ายอมรับได้อยู่  เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของช่วงเด็กวัยนี้  คุณหมอบอกว่าภูผาเป็นเด็กอารมณ์ดี  คุยเก่ง  เพราะว่าภูผาคุยกับพยาบาลและหมอตลอดเลย

หลังจากนั้น แม่ก็พาภูผามาหมอฟันที่ตึกเก่า  คุณหมอชมภูผา และแม่ใหญ่เลยว่า  จมูกดันขึ้นได้ดีมากเลย  หมอถามแม่ว่าได้ปรับอะไรเพิ่มเติมมั๊ย  หมอก็เลยคุยกับพยาบาลว่าการดึงเป็นสิ่งสำคัญ  แม่เลยบอกคุณหมอว่าคราวที่แล้วที่ไม่ค่อยกล้าดึงเพราะว่าลูกเป็นแผล  แต่หลังจากคราวที่แล้วก็กลับดึงเหมือนเดิม  คราวนี้เลยกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่มาหาหมอฟันก่อนผ่าตัดริมฝีปาก  พยาบาลว่าตอนทำลูกร้องไห้เยอะมั๊ย  แม่ก็เลยบอกว่าตอนแรก ๆ ก็ร้องเหมือนกัน  ก็พยายามหาเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ไม่ร้องไห้แล้วตอนทำ  หลังจากนี้ก็ค่อยมาหา 1 เดือนหลังผ่าตัด  แล้วอีกทีก็โน่น  ตอนฟันซี่แรกขึ้น

คุณหมอชมก็ทำให้แม่รู้สึกภูมิใจว่าความพยายามของแม่นั้นสำเร็จ  เอาไว้วันหลังเดี๋ยวแม่จะเขียนวิธีการใส่เพดานเทียมแชร์ให้กับแม่ ๆ คนอื่นบ้างนะ

คราวหน้าก็เป็นวันผ่าตัดวันที่ 17 ธันวาคม  แต่อาจจะต้องมานอนโรงพยาบาลวันที่ 16 ธันวาคม  ต้องรอพยาบาลโทรมานัดเวลาอีกครั้งนึง

ภูผาจะได้ผ่าตัดแล้ว  รู้สึกดีใจจังเลย  ภูผาจะหล่อแล้วคร๊าบ  และหวังว่าการกินของภูผาก็จะดีขึ้น  เพราะว่าภูผาจะได้ใช้ริมฝีปากดูดได้แล้วน๊า  แต่ไม่รู้ว่าหลังจากผ่าตัดภูผาจะเจ็บแค่ไหน  แต่ยังไงลูกก็ต้องอดทนเอาไว้นะ  เราจะสู้ไปด้วยกันนะครับ

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

หาหมอศัลยกรรมครั้งที่ 3

เมื่อวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2555

ครั้งนี้ภูผาไปหาหมอหลายคนมากเลย

เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า

พาภูผาไปหาหมอศัลยกรรมหมอถ่ายรูปไป  แล้วก็ตกลงนัดกันจริง ๆ แล้วว่าจะผ่าตัดวันที่ 17 ธันวา  ซึ่งหมอศัลยกรรมบอกว่าตอนช่วงที่ผ่าตัดห้ามเป็นหวัด  ถ้าเป็นก็ต้องเลื่อน  แล้วก็ดำเนินเรื่องจองห้อง และต้องพาภูผาไปเจาะเลือดและเอกซเรย์  และพยาบาลถามว่าจะพบหมอวิสัญญีเลยมั๊ย  เราก็ตกลงว่าพบไปเลยทีเดียว  คราวนี้เจาะเลือดที่ต้นแขนจะไม่เหมือนตอนคลอดใหม่ ๆ ที่เจาะที่ส้นเท้าแล้ว  เพราะว่าตอนนี้ส้นเท้าเริ่มหนาแล้วหล่ะ  ตอนเจาะก็จะห่อตัวและยกแขนด้านที่เจาะออกมา  เสร็จแล้วก็พาไปเอกซเรย์ปอด  แม่จับแขนภูผา  ตอนนั้นภูผาหิวและหงุดหงิดทำให้ก็ดิ้นเลยต้องทำกันหลายครั้ง  นักรังสีเลยต้องมาจับขาช่วยเพื่อไม่ให้ดิ้น  ถึงจะได้ภาพที่ชัดที่สุด  เสร็จแล้วก็มาหาหมอฟันตามนัด  หมอฟันบอกว่าจมูกตกลงนิดหน่อยจะเลื่อนดีมั๊ย  แม่ก็บอกว่าไปทำเรื่องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว  แล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยอยากเลื่อนแล้ว  อยากให้ภูผาได้ผ่าเร็ว  ๆ

ตอนบ่าย

มาหาหมอวิสัญญีซึ่งหมอกำลังติดผ่าตัดอยู่  เราก็เลยขึ้นไปพบหมอที่หน้าห้องผ่าตัด  หมอวิสัญญีบอกว่าผลเลือดจางนิด ๆ  หมอก็เลยให้ลองไปหาหมอกุมารแพทย์  ไปปรึกษาหมอกุมารแพทย์บอกว่าเลือดของทารกอายุเท่านี้โดยปกติจะจางนิด ๆ อยู่แล้ว  แต่เด็กทั่ว ๆ ไปจะไม่ค่อยเจาะกันตอนนี้เลยไม่ค่อยรู้  หมอก็เลยขอเจาะเลือดเพิ่มเพื่อดูสาเหตุจริง ๆ ว่าเกิดมาจากอะไร   ถ้าเป็นสาเหตุที่มาจากโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาวะปกติก็จะต้องทำการรักษาหรือว่าทำยังไงต่อก็ค่อยว่ากัน  หมอต่ออีกทีวันที่ 29 พ.ย. นี้   วันเดียวกันกับที่หมอฟันนัดครั้งหน้า

แล้วแม่ก็ไปจองห้องพัก  ซึ่งหมอให้เข้ามาพักตั้งแต่วันที่ 16 ก่อนผ่าตัด 1 วัน  ซึ่งต้องทำการอดนมตั้งแต่ตีห้า ของวันที่ผ่าตัด  โดยเราเริ่มนัดหมอผ่าตัด 9 โมงเช้า  น้ำกินได้แบบจิบ ๆ แต่ต้องงดเลยก่อนผ่าตัด 2 ชั่วโมง   หมอวิสัญญีก็บอกว่าห้ามเป็นหวัด  เพราะมันจะทำให้ทางเดินทางหายใจตีบ  แล้วช่วงดมยาก็ทำไประคายเคืองทางเดินหายใจ  และจะมีผลทำให้เป็นโรคหอบหืดในอนาคตได้  แม่ก็เลยถามหมอว่าห้ามเป็นหวัดเป็นยังไง  เพราะปกติภูผาจะจาม หรือไออยู่แล้วตามปกติ  หมอก็บอกว่าให้ดูที่ไข้ และดูที่ว่ามีน้ำมูกไหลมั๊ย  แต่ปกติหมอก็จะเชคอยู่แล้วก่อนที่จะทำการผ่าตัดว่าเป็นหวัดมั๊ย

เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่า 2 อาทิตย์ก่อนผ่าตัดก็จะไม่พาภูผาไปไหน  เพราะว่าเผื่อระยะฟักตัวของไข้และลดโอกาสเสี่ยงที่จะไปติดหวัดมาได้

 

ป้ายกำกับ: , ,

ฉีดวัคซีนครั้งที่ 2

ภูผาไปฉีดวัคซีนครั้งที่ 2  มาแล้ว  เพราะว่าตอนนี้อายุครบ 2 เดือนแล้วคร๊าบ

คราวนี้ฉีด 2 เข็ม

เข็มแรกคือวัคซีนรวม 5 โรค  (คอตีบ – บาดทะยัก – ไอกรน/ชนิดไร้เซลล์ – โปลิโอชนิดฉีด – ฮิบ) + วัคซีนโรตาไวรัสแบบกิน

ส่วนเข็มที่สอง  เป็นวัคซีน ไอพีดี  ซึ่งซื้อแพคเกจเพื่อฉีดเพิ่มให้กับภูผา  เพราะว่าภูผาจะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นปอดอักเสบ  คอ และ หูชั้นกลางอักเสบมากกว่าเด็กปกติ  และหมอแนะนำว่าให้ฉีดเพิ่มเติมดีกว่าก็เลยตัดสินใจฉีด  เป็นแพคเกจ 4 เข็ม  ซึ่งราคาก็ถือว่าค่อนข้างแพงเหมือนกัน  ขอบคุณอี๊แหม่มนะคร๊าบสำหรับค่าฉีดวัคซีนของภูผา  ครั้งนี้เป็นเข็มแรกของวัคซีนไอพีดี

คราวนี้หมอสอบถามเรื่องพัฒนาการของภูผา  ภูผามองสบตาแล้วยิ้ม – OK,  ส่งเสียงอ้อแอ้มั๊ย – OK, อุ้มพาดบ่าแล้วชูคอขึ้นได้มั๊ย – OK => ภูผาพัฒนาการผ่านเชคลิสต์ของหมอหมดจ้า

มาดูน้ำหนักตัวกันบ้าง คราวนี้ชั่งได้ 49 กิโลกรัม เพิ่มจากเดือนที่แล้ว 1 กิโลกรัม  เป็นไปตามเกณฑ์ที่ต้องขึ้นเดือนละ 1 กิโลกรัมใน 3 เดือนแรก  ความสูงตอนนี้ 60 เซนติเมตรแล้ว  เพิ่มจากเดือนที่แล้ว 7 เซนติเมตร  รอบศีรษะ 38 รอบอก 40  =>  อยู่ในเกณฑ์ที่ดีคร๊าบ

ภูผาแข็งแรงที่สุดเลยลูกเอ๊ย…

เสริมความรู้ : ขอบคุณแหล่งอ้างอิง http://www.manager.co.th/family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000062321

คำว่า “ไอพีดี” มาจากคำย่อในภาษาอังกฤษ ว่า Invasive Pneumococcal Disease ซึ่งคือการติดเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) แบบรุนแรงและแพร่กระจายในกระแสเลือดและที่เยื่อหุ้มสมอง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 1.6 ล้านคนต่อปี มักพบในทารก และเด็กเล็กโดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ภูมิคุ้มกันยังต่ำ อาจติดเชื้อโรคได้ง่าย

เชื้อนิวโมคอคคัสนี้ มีหลายสายพันธุ์ ติดต่อโดยการที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุบริเวณทางเดินหายใจ โดยเชื้อจะแพร่จากพาหะหรือผู้ป่วยโดยตรง เชื้อจะเข้าไปในกระแสเลือด อาจแพร่กระจายไปเยื่อหุ้มสมอง หรือไปที่อวัยวะอื่นเช่น กระดูก มักทำให้เกิดโรคของระบบทางเดินหายใจ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ปอดอักเสบซึ่งอาจมีอาการรุนแรง ไข้ ไอ หอบ หายใจเร็ว ส่วนการติดเชื้อแบบไอพีดีพบได้น้อยมากแต่รุนแรง เด็กจะมีไข้สูง ร้องกวน งอแง และอาจช็อคได้

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ภูผา 2 เดือน

ภูผาอายุครบ 2 เดือนแล้วจ้า  ภูผาเริ่มยิ้มให้เวลาไปเล่นและคุยด้วย  และส่งเสียงอ้อ แอ้ ได้แล้ว

ภูผาเริ่มมองหน้าและจ้องได้แล้ว  ชอบดูโมบาย  ชอบมองหน้า  เวลาพูด  เวลาคุยด้วย  มองและสนใจนานขึ้น

คอภูผาแข็งขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว  ชูคอได้มากขึ้น  อุ้มพาดบ่าเพื่อเรอก็จะคอตั้งได้นานขึ้น  แล้วก็ให้นอนคว่ำหน้ากับเตียงก็ชูคอได้นานขึ้นแล้วน๊า

แต่เรื่องการนอน  แม่กับยายยังต้องหาวิธีการนอนเพื่อให้ภูผานอนได้นานมากขึ้น   ถ้าเป็นกลางวันปกติภูผาก็จะนอนไม่ค่อยนาน  บางทีก็ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง  แต่ถ้าเป็นกลางคืนก็จะนอนได้นาน  บางทีติดต่อกัน 4-5 ชั่วโมงก็มี

เดือนที่ 3 ภูผาจะเป็นยังไงบ้าง  ปะป๊ากับแม่และยายก็ต้องคอยเฝ้าติดตามพัฒนาการของภูผากันต่อไป

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 7, 2012 in เรื่องราวของภูผา

 

ป้ายกำกับ: , ,

ทดลองขวดนม

ขวดนมเป็นสิ่งที่สำคัญกับภูผามาก ๆ  เพราะชีวิตตอนนี้ของภูผาก็คือกินกับนอน  แม่กับปะป๊าลงความเห็นว่าภูผาเป็นเด็กที่ค่อนข้างโมโหหิว  ถ้าปล่อยให้ภูผาหิวจนร้องหล่ะก็  ภูผาก็จะดูดๆๆๆ แรง  แล้วบางทีก็สำลัก  ต้องปลอบกันให้ใจเย็น ๆ  ต้องเอาจุกนมให้ดูดหรือไม่ก็เอานิ้วให้ดูดไปก่อนเพื่อให้ภูผาสงบลงก่อนแล้วถึงจะเริ่มกินกันต่อได้  เป็นแบบนี้ค่อนข้างบ่อย  ปะป๊ากับแม่ก็เลยค่อนข้างเป็นกังวลกับการกินของภูผา

แม่บอกกับปะป๊าว่า  เลี้ยงภูผาเนี่ยเหมือนเป็นการเรียนดอกเตอร์เลยนะ  555+  ต้องวิจัยและทดลองหลาย ๆ เรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนอน  การกิน  และหนึ่งในงานวิจัยของแม่เขาก็คือเรื่องขวดนมนี่แหละ

ตั้งแต่แรก  ภูผากินนมแม่โดยใช้ขวด Medela แบบที่มีจุกนมยาวและมีกระเปาะเพื่อพักน้ำนมตามที่โรงพยาบาลที่ภูผาคลอดแนะนำ  และช่วงนั้นหลังจากใส่เพดานเทียมแบบบางก็ลองให้ดูดขวดนมปกติ  ก็ดูดแต่น้ำนมไม่ยุบก็เลย  ให้ดูดขวดนมพิเศษของ Medela มาเรื่อย ๆ

เคยทดลองบากจุกนมให้หลังจากใส่เพดานเทียมแบบที่มีที่ดันจมูกในครั้งแรก  แล้วภูผาเหมือนว่าจะกินนมขวด Medela ไม่ได้ โดยเอาจุกนมที่แถมมากับขวดนมแก้วที่ซื้อมาตั้งแต่ภูผายังไม่คลอด  ทดลองบากเป็นรูปกากบาทดู  ซึ่งกินได้ 2-3 มื้อ  แล้วก็เปรียบเทียบการกินกับ Medela  ปรากฎว่ากินจากจุกนมพิเศษ Medala ดีกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าจุกนมนั้นแข็งเกินไปเมื่อเทียบกับ Medela ก็เลยให้กิน Medela  เรื่อยมา

จนกระทั่ง……..มีวันนึงภูผากินแล้วสำลักบ่อยตั้งแต่เริ่มต้นดูดนมในแต่ละมื้อ  เพราะปกติภูผาตอนเริ่มดูดจะดูดได้ดีและจะเริ่มสำลักในช่วงหลัง ๆ เพราะว่าเหมือนนมไปอยู่ที่จมูกแล้วภูผาเวลาหายใจจะได้ยินเสียงเหมือนมีน้ำนมอยู่ในจมูก  แต่นี่เป็นตั้งแต่ดูดไม่กี่ทีในตอนแรกเลย  แม่ก็เลยเอาจุกนมไปดู  ก็ไปเจอว่ารูมันขยายเหมือนมันฉีกไปนิดทำให้รูมันกว้างมากขึ้น  และไปดูอันอื่นก็เจอเหมือนกันแต่เป็นน้อยกว่า

แม่เลยคิดหาวิธีอื่นในการให้นม  ตั้งแต่หาขวดใหม่  และจุกนมใหม่  เพราะว่าจุกนมพิเศษแบบ Medela ไม่มีขายกันตามท้องตลาดหรือในห้างสรรพสินค้าทั่วไป  จะหาซื้อเปลี่ยนก็คงหายากและแพง  ก็เลยเสาะหาจุกนมที่คิดว่าพอจะแทนกันได้  ก็ไปเจอของ ดอกเตอร์บราวน์ (Dr. Brown’s) ซึ่งเขาบอกว่าเป็นจุกนมทรงแบบจุกนมปกติ  ไม่ได้มีหัวที่ยาวกว่าปกติ  แต่ว่ามันนิ่ม  โดยตอนแรกเลยก็ซื้อแบบรุ่น Preemie ซึ่งแปลแล้วมันน่าจะเป็นรุ่นของเด็กคลอดก่อนกำหนด  ซึ่งรูมันจะเล็กที่สุด  เคยซื้อจุกนมแบบนี้ใส่เป็นขวดน้ำให้ภูผากิน แต่ตอนนั้นดูเหมือนว่าำน้ำไม่ค่อยออก  ก็เลยให้ภูผากินแค่อยากให้ภูผาได้ล้างปากนิดเดียว

แต่พอมีปัญหาเรื่องจุกนมของ Medela ก็เลยหาวิธีการ  เอาจุกนมของดอกเตอร์บราวน์แบบ Preemie ที่เคยซื้อมานี่แหละมาบาก  แต่ว่าไปอ่านเจอของเวปต่างประเทศ http://www.cleftline.org/parents-individuals/feeding-your-baby/bottle-adaptations/ ตอนแรกก็ไม่รู้ก็บากด้านนอกนั่นแหละ  แต่ในเวปเขาบอกว่าการบากจุกนมให้กลับด้านในออกมาแล้วบากเป็นรูป x  ผลปรากฎว่า  ภูผากินได้ดีขึ้นเยอะเลย  เอามาใส่กับขวดแก้วที่เคยซื้อมาก็กินได้ดี  แม่ก็เลยตั้งใจจะให้ภูผากินแบบจุกนมธรรมดานี่แหละ  เพราะว่าหาซื้อได้ง่ายตามห้าง  และเพื่อน ๆ ที่เขาเป็นแบบภูผาเขาก็กินจากจุกนมและขวดนมธรรมดา  เขาก็กินกันได้ ภูผาก็ต้องกินได้

หลังจากที่กินได้  เย็นนั้นแม่ก็ไปเลยห้าง  ไปซื้อจุกนมมาเพิ่มเอามาบากเพิ่มอีก 4 อัน  แล้วก็ไปเห็นขวดนมของดอกเตอร์บราวน์ที่ชั้นวางขาย  มัันเป็นขวดนมแบบที่มีระบบการไหลเวียนของอากาศ เขาบอกว่ามีประสิทธิภาพในการขจัดสุญญากาศและฟองอากาศในขวดนม  เพื่อป้องกันท้องอืด หรืออาการปวดท้องโคลิค  แม่ก็เลยลองซื้อมาใช้กับภูผาดู

ผลการทดลองปรากฎว่ากินได้ดีขึ้น  จากที่ภูผาเคยกินแล้วเหมือนมีฟองพ่น ๆ เข้าไปในขวดนม  พอใช้อันนี้แล้วก็ไม่มีเลย  กินได้ดีและนานขึ้น  โดยไม่ค่อยสำลักบ่อย ๆ แต่ยังมีอีกประเด็นก็คือ  จุกนมที่ปะป๊าบากให้บางทีก็บากเยอะ  บากน้อย รูเล็ก รูใหญ่  เพราะน้ำหนักมือบางทีไม่เท่ากัน  ทำให้ระหว่างกินแม่ก็ต้องเปลี่ยนจุกนมเพื่อทดลองหาอันที่ภูผากินดีที่สุด   ปะป๊ากับแม่อยากหาจุกนมที่เขาทำมามาตรฐานอยู่แล้ว  ไม่ต้องมาบากเอง  แล้วก็ไปสังเกตว่าจุกนมที่เขาแถมให้กับขวดนม  มันดูเหมือนรูค่อนข้างใหญ่กว่าจุกนมปกติ  ภูผมน่าจะกินได้  มันคือเบอร์ 1 ทดลองให้ภูผาดูดซึ่งก็ใช้เวลาเยอะเหมือนกันกว่าภูผาจะดูดได้ 1 ออนซ์  เลยกะว่าจะลองหาเบอร์ที่ใหญ่กว่านั้น  เบอร์ 2 หรือ 3 น่าจะโอเค  เลยซื้อแบบที่แพคเดียวมีทั้งเบอร์ 2 และ 3 อยู่ด้วยกัน

ผลการทดลองพบว่าขวดนมของดอกเตอร์บราวน์+จุกนมเบอร์ 3  ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ  ภูผากินได้ดีมาก ๆ เลย  ดูดได้ดีขึ้นและต่อเนื่องขึ้นเยอะ  แล้วน้ำนมก็ไหลดี  ใช้เวลาในการกินไม่นานจนเกินไป

ในที่สุด  ภูผาของปะป๊ากับแม่ก็ได้ขวดนมและจุกนมที่ถูกใจแล้วจ้า…

(ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ ๆ )

เพิ่มเติม : ขวดนมพิเศษอีกแบบที่เราใช้กันตอนที่ผ่าตัดของพีเจียนรูปร่างหน้าตาเป็นแบบรูปด้านล่างครับ  ซึ่งไม่อยากใช้ไซริงค์ก็สามารถใช้ขวดนมแบบนี้ได้  ต้องหาซื้อที่ร้านขายยาใหญ่ ๆ เช่น แถวศิริราช หรือ อนุสาวรีย์ หรือติดต่อไปที่ศูนย์พีเีีจียน (รูปด้านล่างนำมาจากเวปไซต์นี้ ขอบคุณครับ http://moongpattana.com/)

ขวดนม

 

ป้ายกำกับ: , , ,

หาหมอฟันปรับ NAM ครั้งที่ 2

ไปหาหมอฟันเพื่อปรับ NAM ครั้งที่ 2  ภูผามาหาหมอฟัน 3 ครั้งแล้วนะ  ครั้งแรกมาใส่ แล้วมาปรับ 2 ครั้งแล้ว

ครั้งนี้หมอฟันชมว่าเราใส่เครื่องมือได้ดีมาก  พอถอด NAM ออก  จมูกก็ยังไม่ฟีบลงมา  มองเห็นเป็นรูจมูกสวยเลย  หมอเรียกพยาบาลมาดูว่าเนี่ย  ภูผาใส่เครื่องมือแล้วได้ผล

ปะป๊าก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับแม่เขาเลยนะ  เพราะว่าแม่เขาพยายามใส่เครื่องมือให้กับภูผาอย่างเคร่งครัด  คอยปรับเครื่องที่ดันจมูกขึ้นไม่ให้ที่ดันเข้าไปข้างในเกินไป  แล้วก็คอยปรับแก้ตัวเทปพันยางที่ดึงไปที่แก้มทั้ง 2 ด้านของภูผา  ว่าตรงไหนต้องดึงหย่อน ดึงเบา  แม่เขามีขั้นตอนในหัวแล้วก็ท่องเอาไว้เวลาทำให้ภูผา  คอยหมั่นดูเวลาภูผากินว่ามันเป็นยังไงบ้าง  ฯลฯ

เคยมีเรื่องที่กังวลเกี่ยวกับการใส่ NAM  เพราะว่ามีช่วงหลัง ๆ ภูผาใส่แล้ว  เหมือนตรงจมูกด้านในมันเป็นร่องเว้าเข้าไปตามรูปของที่ดันจมูก  แล้วมีเหมือนเป็นหนองหรือน้ำเหลือง ๆ เพราะว่าก่อนหน้านั้นมันแดง  คิดว่าน่าจะอักเสบด้านใน  แม่เขาก็เลยคิดเอาน้ำเกลือมาล้างตรงแผลตรงนั้น  เพราะแม่เขาเคยดูคลิปของการล้างจมูกในเด็กทารกเพื่อแก้หวัดโดยการใช้น้ำเกลือ  พอแม่เขาเห็นภูผามีน้ำเหลือง ๆ เหมือนหนอง  ก็เลยให้ยายไปซื้อน้ำเกลือขวดที่เอาไว้ล้างแผลเป็นแบบประเภทที่ล้างคอนแทคเลนส์ได้  มาค่อย ๆ ล้างตรงจมูกให้กับภูผา 2-3 วันก็ค่อย ๆ หายไป  แม่เขาถามหมอเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาเป็นกันมั๊ย  คุณหมอก็บอกว่าก็เป็นกัน

คราวนี้คุณหมอก็เลยคิดจะปรับเครื่องมือให้ไปชิดกับปีกจมูก  แต่ว่ามันดูแปลก ๆ คุณหมอบอกว่าชอบที่จะให้ชิดตรงด้านกลางจมูกมากกว่า  ก็เลยปรับชิดด้านตรงกลางจมูก  และดันจมูกขึ้นอีกนิด

แม่คอนเฟิร์มกับคุณหมอฟันว่า  คุณหมอศัลยกรรมมีแผนผ่าตัดแล้ววันที่ 17 ธันวาคม นี้  ให้มาถามหมอว่าโอเคมั๊ย  คุณหมอก็ตอบว่าได้นะ  เพราะว่าจมูกก็เริ่มขึ้นดี  แต่หมอก็แปลกใจว่าทำไมเรานัดหมอได้เร็วจัง  ปะป๊าก็เลยบอกว่าเราไปที่คลินิกพรีเมียมศัลยกรรม  คุณหมอฟันก็เลยนัดเราอีก 3 ครั้งก่อนที่เราจะผ่าตัดกัน  ครั้งหน้าเป็นวันที่ 14 พ.ย. นี้   วันเดียวกับที่ต้องพาภูผาไปพบหมอศัลยกรรมเลย

ภูผาใกล้จะได้ผ่าแล้วนะ  ค่อนข้างแน่นอนแล้ว  ปะป๊ากับแม่ก็เตรียมตัวที่จะหยุดเพื่อไปเฝ้าภูผากันแล้วหล่ะ  แต่ยังไงแม่ก็จะยังเคร่งครัดในการใส่เพดานเทียมให้กับภูผาเหมือนเดิม  อดทนไว้นะครับ  อีกนิดเดียว

 

ป้ายกำกับ: , , ,