RSS

Monthly Archives: ตุลาคม 2012

เรอทัก รักเธอ !

การเรอเป็นของคู่กันกับการกินนมเลยทีเดียว  หลังจากภูผากินนมแล้วก็ต้องจับให้ภูผาเรอ  เพราะว่าการที่ริมฝีปากของภูผายังไม่ปิดสนิท  ทำให้ภูผากินนม+ลมเข้าไปด้วย  และค่อนข้างที่จะเยอะกว่าเด็กคนอื่น ๆ บางทีระหว่างกินนมก็ให้เรอแล้วค่อยให้กินกันใหม่  เพราะว่าระหว่างกินนมบางที  ภูผาก็จะร้องเหมือนกับอืดท้อง  พอได้เรอแล้วก็จะหาย  แล้วก็กินกันใหม่  บางทีสำลักนมก็จับให้ภูผาอยู่ในท่าเรอ  เพื่อให้ภูผาสบายขึ้น

วิธีการที่ปะป๊ากับแม่ให้ภูผาเรอก็มี 3 แบบเหมือนทั่วไป  ก็คือ  อุ้มพาดบ่า, เอาตัวนอนหน้าคว่ำให้ท้องพาดกับหน้าขา  และจับภูผาในท่านั่งให้ใช้มือช้อนใต้คาง   ซึ่ง 2 วิธีแรกเป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด  ค่อย ๆ ลูบหลัง  หรือตบหลังภูผาเบา ๆ เพื่อไล่ลมในท้องให้ออกมา  ภูผาจะได้สบายตัวกินได้  แล้วก็ไม่ปวดท้องเวลานอน

ระยะเวลาในการให้ภูผาเรอ  ปะป๊ากับแม่ตอนแรกก็ตั้งกันไว้ว่า 5 นาที  แต่ช่วงหลังเหมือน 5 นาทีไม่พอ  เราเลยตั้งกันไว้ว่าจะเรอภูผา 10-15 นาที  ก่อนที่จะให้ภูผานอน  จะทำให้ภูผานอนได้นานขึ้น  ไม่กระสับกระส่ายเพราะปวดท้อง

 

ป้ายกำกับ:

กินนมแม่

ตั้งแต่เกิดถ้าไม่นับรวมตอนเพิ่งคลอดที่ภูผาให้นมทางสายยางและยังไม่ได้ใส่เพดานเทียม ประมาณ 2-3 วันแรกหลังคลอด  หลังจากนั้นภูผาก็กินนมแม่มาโดยตลอด  ด้วยความตั้งแต่ของแม่ตั้งแต่ที่ภูผายังไม่เกิดแล้วว่า  แม่ตั้งใจที่จะใ้ห้ภูผาได้กินนมของแม่เอง  แม่ซื้อปั๊มนมเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ตั้งท้องภูผาประมาณเดือนที่ 7  หลังจากที่ผ่านการรีวิวทางอินเตอร์เนต  แม่หาซื้อปั๊มนมที่คิดว่าเหมาะสมกับครอบครัวเราทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ  ได้มาเป็นปั๊มนม Ameda รุ่นปั๊มคู่  เพื่อต้องการลดเวลาในการปั๊มนมลง

หลังจากที่คลอดภูผาผ่า่นไป 1 วัน  ที่เริ่มขยับตัวและเดินได้  แม่ก็ปั๊มนมเพื่อกระตุ้นตลอดทุก ๆ 2 ชั่วโมง  ช่วงแรก ๆ น้ำนมก็ยังไม่ไหล  ผ่านไปประมาณ 1 วัน  นมก็เริ่มมีขึ้นมาบ้างประมาณ 1-2 ซีซีได้  ซึ่งแม่ตื่นเต้นมาก  แต่น้ำนมขนาดนั้นยังไม่พอที่จะให้ลูกกินได้  แล้วก็ผสมลงไปในนมผสมก็ไม่ได้  พยาบาลบอกอย่างนั้น  แม่กินน้ำขิง  กินน้ำอุ่นตลอดที่อยู่โรงพยาบาล  และปั๊มทุก ๆ 2 ชั่วโมง  นมแม่ปั๊มออกมาได้ 2 ข้างรวมกันประมาณ 1 ออนซ์เลยทีเดียวก่อนกลับบ้าน

แม่เลยอยากฝากบอกให้คุณแม่ ๆ ทั้งหลายที่ตั้งใจที่จะให้นมลูกจริง ๆ  ให้ขยันปั๊มนม  อย่าท้อ  เพราะว่านมแม่เป็นนมที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับลูกของเรา

ภูผากินนมจากเต้าของแม่ไม่ได้  ลองให้ภูผากินขวดนมธรรมดาแล้ว  ดูดได้  แต่ว่าเหมือนน้ำนมมันไม่ค่อยออก  อาจจะเป็นเพราะว่าภูผามีพังผืดใต้ลิ้นด้วยละมั๊ง  ก็เลยยิ่งทำให้กินนมได้ลำบากมากขึ้น

ขวดนมที่ภูผาใช้เป็นขวดนมพิเศษสำหรับทารกที่เป็นปากแหว่ง เพดานโหว่  ยี่ห้อ medela ที่โรงพยาบาลแนะนำให้ใช้  ซึ่งมีจุกนมที่ยาวกว่าจุกนมธรรมดา  และสามารถบีบให้นมได้  วิธีการใช้ก็คือ  เราต้องบีบนม  เพื่อให้นมเข้ามาอยู่ที่กระเปาะพักนมด้านบนก่อน  แล้วเวลาจะให้ก็หมุนหาทิศทางของจุกนมให้เป็นขีดตามระดับความแรงของนมที่เราต้องการ  ซึ่งจะมีขีดอยู่ 3 ขีดตามความกว้างของรูจุกนม  น้อย ปานกลาง มาก  ต้องการให้มากก็หมุนหันทิศให้ขีดมากอยู่ตรงกลางของจมูก  แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ปรับให้แรงจนเกินไป  เพราะว่าบางครั้งอาจจะสำลักได้  สามารถบีบนมตรงกระเปาะให้นมไหลออกไปมากขึ้น  เพื่อช่วยให้ลูกกินได้ง่ายขึ้น  ไม่ต้องใช้แรงดูดมากจนเกินไป  แต่ส่วนใหญ่ของภูผา  ปะป๊ากับแม่หรือยายจะให้ภูผาดูดนมเอง  ไม่ค่อยบีบให้  เพื่อฝึกให้ภูผาดูดนมเอง

เวลาให้นมภูผา  ตั้งจับภูผาเอียงประมาณ 45 องศา  เพื่อช่วยป้องกันไม่ได้ภูผาสำลักนมเข้าไปในปอด  หรือขึ้นไปที่หู  เพราะว่ามันโพรงเป็นช่องที่เชื่อมถึงกัน  เป็นการช่วยป้องกันดีกว่าการให้นมแบบนอนราบ  ซึ่งบางทีเราก็อุ้มเอาไว้ใ้ห้เีอียง 45 องศา  หรือถ้าเมื่อยก็ให้ภูผานั่งกับตักแล้วก็เอียงตัวภูผาก็ได้เหมือนกัน

แต่บางทีภูผาก็สำลักหรือไม่ก็แหวะนมออกมา  บางทีปะป๊ากับแม่ก็ตกใจเหมือนกันว่าภูผาจะสำลักเข้าไปในปอดหรือน้ำนมเข้าไปที่หูมั๊ย  ปะป๊ากับแม่ก็พยายามดูที่หูว่ามีน้ำอะไรมั๊ย  แล้วก็คอยดูว่าภูผาตัวร้อนมั๊ย  ถ้าตัวร้อนเกิน 38 องศาก็อาจจะเกิดความผิดปกติได้  เราก็หวั่นสังเกตกัน

ช่วงแรก ๆ ภูผากินนมกับเพดานเทียมแบบเก่าที่ไม่มีที่ดันจมูก  เป็นแบบเพดานเทียมแบบบาง  ภูผาก็กินได้ดี  แล้วก็ตื่นมาเฉพาะตอนที่หิวหรือตอนที่อึ หรือฉี่  แล้วก็หลับไป  แต่พอเริ่มติดเพดานเทียม  และอายุประมาณ 1 เดือน  ภูผาก็เริ่มกินยากมากขึ้น  ไม่รู้ว่าภูผาเจ็บตัวเพดานเทียมหรือเปล่า  เพราะว่ามันต้องดึงรั้งเหงือกให้เข้ามาชิดกัน  แล้วก็ดันตัวจมูกขึ้น  บางทีภูผาร้องแล้วหาสาเหตุไม่ค่อยได้  พอกินไปสักพักก็จะร้องขึ้นมา  แต่ได้ไปอ่านรีวิวที่คุณแม่ ๆ ที่มีลูกอายุประมาณนี้เขาก็บอกว่า  พอประมาณ 1 เดือน  ลูกจะเริ่มนอนน้อยลง  แล้วบางคนก็จะร้องไห้เยอะขึ้น  ส่วนภูผาอาจจะเป็นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ หรือว่าเจ็บหรือรำคาญตัวเพดานเทียมที่ใส่  อันนี้ปะป๊ากับแม่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ  เพราะว่าภูผาร้องไห้อย่างเดียว  ยังพูดไม่ได้ว่าเป็นอะไร…

ปะป๊ากับแม่อยากให้ภูผาได้ผ่าตัดเร็ว ๆ เพราะคิดว่าภูผาน่าจะกินได้ดีขึ้นอีก 2 เดือนน๊า…ภูผา

 

ป้ายกำกับ: , ,

รูปภาพ

PHUPHA PIC

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 17, 2012 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: ,

หาหมอศัลยกรรมครั้งที่ 2

วันนี้แม่เขาพาภูผาไปหาหมอศัลยกรรมเป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หมอนัดห่างจากครั้งแรก 1 เดือน  เพื่อดูปากหลังจากที่ใส่เพดานเทียมไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง

คุณหมอบอกว่าโอเคแล้ว  ปากเริ่มเข้ามาใกล้ชิดกัน  แล้วคุณหมอถ่ายรูปไป  เสร็จแล้วก็นัดวันผ่าตัดเป็นวันที่ 17 ธันวา  ก็คืออีก 2 เดือน  คุณหมอบอกว่าเป็นแผนเอาไว้เราจะได้จัดการวางแผนชีวิตเราได้  เพราะว่าปะป๊ากับแม่ก็ต้องวางแผนลางานกันอีกที  แต่คุณหมอบอกว่ายังไงก็ขึ้นกับหมอฟันนะว่าจะผ่าได้รึยัง  ต้องดูว่าตรงจมูกที่ดันเอาไว้โอเคแล้วรึยัง

คราวหน้าที่แม่ไปหาคุณหมอฟันก็จะบอกหมอว่า  คุณหมอศัลยกรรมนัดวันผ่าคร่าว ๆ แล้ว  ขึ้นอยู่กับคุณหมอฟันตัดสินใจอีกทีนึงว่าจะผ่าได้รึยัง  จะได้กำหนดวันผ่าที่แน่นอนกันได้

ปะป๊ากับแม่ดีใจมาก !  อย่างน้อยก็มีความหวังว่าภูผาจะได้ผ่าตัดแล้ว  เรามีกำหนดวันคร่าว ๆ เอาไว้แล้ว

สู้ ๆ นะภูผา  เดี๋ยวลูกก็หล่อแล้วหล่ะนะ 😉

 

ป้ายกำกับ: ,

ไปหาหมอฟันปรับ NAM ครั้งที่ 1

วันนี้แม่กับยายพาภูผาไปหาหมอฟันเพื่อปรับ NAM ครั้งที่ 1 หลังจากที่ใส่มาแล้วครบ 2 อาทิตย์พอดี  แม่กับยายขึ้นแท๊กซี่ไปเพราะว่าจะลองไปเองดูสักครั้ง ปะป๊าจะได้ไม่ต้องหยุดงาน  วันนี้เป็นวันแรกที่แม่ลองใช้เป้อุ้มเด็ก  เพื่ออุ้มภูผาไปโรงพยาบาล  ไปถึงที่รามาตึกเก่าประมาณ 10 โมงกว่าคุณหมอนัด 11 โมง  รอไม่นานคุณหมอก็เรียก

คุณหมอบอกว่าเหงือกด้านหน้าของภูผาเข้ามาติดกันแล้ว  แต่ว่าตัวที่ดันจมูกมันเข้าไปลึกไปหน่อย  ต้องใส่ให้พลาสติกตัวกลม  ๆ ที่ดันจมูกดันด้านหน้าออกมาครึ่งหนึ่งถึงจะใช้ได้   คุณหมอบอกว่าแม่ต้องช่วยคุณหมอดัดนะ  เพราะว่าถ้าใส่ไปประมาณอาทิตย์นึงมันอาจจะยุบเข้าไปในรูจมูกเหมือนเดิมก็ต้องปรับดันให้ออกมา

คุณหมอเห็นว่าเหมือนตรงสามเหลี่ยมด้านหน้าเหงือกกับปากแดง ๆ ก็เลยไปเจอว่ามันน่าจะเป็นเพราะวิธีการคาดเทปด้านยาวที่คาดไว้ใต้เหล็กแล้วอาจจะไปดันกดตรงบริเวณเหงือกตรงนั้น  คุณหมอก็เลยดันเหล็กให้โค้งมากขึ้นแล้วก็ให้คาดเทปสอดเข้าไปด้านในเลย  เพื่อไม่ให้มันไปกดอีก    ส่วนเทปตรงกลางที่คาดก็ยังให้กลับมาคาดเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องที่ภูผากินแล้วสำลักบ่อย ๆ คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากการที่รูของขวดนมใหญ่เกินไป  คราวหน้าสงสัยต้องปรับรูขวดนมเป็นระดับขีด 1 หรือไม่ก็ 2 ขีดไม่เกินนี้  เพราะว่าเดี๋ยวนี้ภูผาดูดแรงขึ้นด้วย  ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน

อีก 3 อาทิตย์ค่อยไปหาคุณหมอฟันใหม่จ้า

 

ป้ายกำกับ: , ,

ภูผาครบ 1 เดือนแล้วจ้า

วันนี้วันที่ 6 ตุลาคม 2555 ภูผาอายุครบ 1 เดือนแล้วจ้า

วันนี้ป๊าโกนผมไฟให้ภูผา  แม่กับอาม่าก็ร่วมกันช่วยด้วย  พอโกนเสร็จ ภูผาก็เหมือนเณรน้อยเลย  เสร็จแล้วอาม่าก็ใส่กำไลข้อเท้าที่มีกระดิ่งให้ภูผาเพื่อรับขวัญ

หลังจากนั้นป๊าก็อุ้มภูผาลงไปไหว้เจ้า  ของไหว้อากงกับอาม่าเตรียมให้ทุกอย่าง  อากงกับอาม่ามาตอนค้างที่บ้านเราพร้อมกับบรรดาเจ็กด้วย  ปะป๊าไหว้เพื่อขอให้ภูผาแข็งแรง เป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง ๆ

ผมที่โกนแบ่งเป็น 2 ส่วน  ใส่ห่อแดงเก็บไว้ที่หัวเตียงภูผาและที่เหลือใส่ใบบัวไปลอยน้ำ จะได้ลอยเคราะห์ไปโน๊ะลูก  เราเอาไปลอยที่คลองหนึ่งหน้าหมู่บ้านของเราไง

ตอนแรกแม่ก็ไม่อยากให้โกนหรอก  กลัวมีดบาดและอีกอย่างก็เอาไว้ป้องกันความเย็นแล้วก็ความชื้นด้วย  แต่พอโกนแล้วก็รู้สึกดีนะ  เพราะหัวภูผาเหมือนมีไขมันลอกๆ  ตอนอาบน้ำแม่ก็เลยค่อย ๆ ลูบออก  หัวหนูก็เลยสะอาดเลย

ขอบคุณอากงกับอาม่าที่มาช่วยจัดแจงเตรียมของต่าง ๆ ให้คร๊าบ

อ้อ  วันนี้ภูผาไปฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 เป็นวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เข็มที่ 1  ส่วนค่าวัคซีนอาอี๊แหม่มช่วยออกให้หนูหมดหลายหมื่นอยู่  เพราะว่าแม่เลือกที่ดีที่สุดให้หนูเลย  มีวัคซีนอะไรที่เด็กน้อยต้องรับทั้งทางเลือกและทางหลัก  เอาหมดเลยจ้า…  ภูผาร้องนิดเดียว  ตอนที่เข็มทิ่มลงไปโดน  แล้วตอนพยาบาลฉีดยาลงไป  หลังจากนั้นกล่อมแป๊บเดียวก็นอน  เก่งมากลูก

เสร็จจากฉีดวัคซีนก็พาไปตรวจการได้ยินกับพี่ ๆ เนอ์สเซอรี่ชั้น 5 อีกครั้ง  เพราะคราวที่แล้วตรวจแล้วผ่านแค่ข้างซ้ายข้างเดียว  วันนี้เลยพาไปตรวจซ้ำข้างขวา  พี่ ๆ พยาบาลใจดีที่เนอ์สเซอรี่ยังจำหนูกันได้ทุกคนเลย  เขาจะเรียกหนูว่า “น้องชาญ”  ตอนเอาหนูไปให้พี่ ๆ เขา  ดันกลายเป็นช่วงที่หนูตื่นพอดี  แล้วก็หิวนม  เลยต้องเอานมไปให้  ปะป๊ากับแม่ก็คิดในใจแล้วจะตรวจได้มั๊ย  เพราะว่าหนูคงไม่หลับแน่เลย  สักพักพยาบาลออกมาบอกว่าผลยังไม่ผ่าน  มาตรวจใหม่เดือนหน้า  …ก็ไม่เป็นไรเพราะคิดว่าคงเป็นเพราะหนูคงยังไม่หลับสนิท  มีปัจจัยรบกวนหลายอย่าง  …แต่ปะป๊ากับแม่ก็แอบเป็นห่วงหนูอยู่ลึก ๆ ว่าหนูจะได้ยินเป็นปกติมั๊ย  ถึงแม้จะเคยได้ยินว่าเด็กที่เป็นปากแหว่ง  เพดานโหว่  มักจะมีปัญหาเรื่องการได้ยินก็เถอะ  แล้วเดี๋ยวเรามาตรวจกันใหม่เนอะ   ยังไง  ก่อนหนูผ่าตัดเพดาน  คุณหมอก็บอกว่าจะให้มาตรวจอยู่แล้ว  สู้ ๆ นะลูก

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

หาหมอศัลยกรรมและหมอฟันครั้งแรก

เล่าย้อนหลังตอนไปหาหมอศัลยกรรมและหมอฟันครั้งแรกที่รามา

หลังจากที่ปะป๊าได้ใบสูติบัตรที่โรงพยาบาลวิภาวดีประมาณ 1 อาทิตย์หลังจากที่ภูผาคลอด  ปะป๊าก็รีบโทรไปนัดอาจารย์หมอ ผศ.นพ. เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร เป็นวันพุธที่ 18 กันยายน 2555  นัดช่วงเช้า  แต่พอใกล้ ๆ พยาบาลโทรมาเลื่อนเป็นช่วงบ่าย   ปะป๊าก็ขับรถพาแม่ไปที่โรงพยาบาลในวันพุธนั้น  ไปพบคุณหมอที่คลินิกพรีเมียมศัลยกรรมชั้น 4 ตึกศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์  และเป็นครั้งแรกที่ปะป๊ากับแม่ได้ใช้ขนเข็นของภูผาที่ยายซื้อให้

อาจารย์หมอน่าจะอายุประมาณ 40 กว่าแล้วหล่ะ  แต่ยังดูหนุ่มอยู่เลย  อาจารย์ไม่ได้ดูด้านในปากของภูผา  เพราะว่าตอนนั้นภูผากำลังหลับอยู่  เดี๋ยวจะตื่น  แต่อาจารย์ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่าภูผาเป็นยังไง  อาจารย์บอกว่าต้องมีการผ่าตัดกันหลายครั้งคือผ่าตัดริมฝีปากและก็ผ่าตัดเย็บเพดาน  ซึ่งข้อมูลพวกนี้ปะป๊าพอจะรู้บ้างแล้ว  หลังจากอ่านในอินเตอร์เนต  ก็เป็นบทความที่อาจารย์เฉลิมพงษ์เขียนนั่นแหละของ Rama-Cleft  แล้วอาจารย์ก็ให้ดูรูปเด็กที่อาจารย์เคยผ่าตัดว่าหลังจากผ่าตัดแล้วเป็นยังไงบ้าง  ซึ่งปะป๊าว่าโอเคเลยหล่ะ  แผลเนียนเลยทีเดียว  อาจารย์บอกว่ามีสองวิธีการรักษาให้เลือกก็คือ 1) ผ่าตัดตอนอายุประมาณ 3 เดือน แล้วค่อยไปตัดแต่งจมูกตอน 6 ขวบ  กับ 2) ใส่เพดานเทียม แบบที่มีที่ดันจมูก  ซึ่งอาจจะต้องเลื่อนเวลาผ่าตัดไปอีก 2 เดือน คือจะได้ผ่าตัดริมฝีปากตอนประมาณ 5 เดือน  แต่จมูกก็จะดูสวยกว่าตั้งแต่ตอนผ่าตัดในครั้งแรก  เพราะที่ดันจมูกก็จะไปช่วยสร้างให้รูจมูกด้านที่แบนนูนขึ้นมา  แต่สุดท้ายยังไงก็ต้องผ่าตัดตกแต่งจมูกกันอีกทีตอน 6 ขวบเหมือนกัน  แต่วิธีที่ 2 ก็จะเหมาะกับคนที่มีเวลาพาลูกมาที่โรงพยาบาลเพื่อปรับตัวเพดานเทียมกับที่ดันจมูก  ทุก ๆ 2 อาทิตย์   ซึ่งทั้ง 2 วิธี  ผลสุดท้ายแล้วก็ได้ผลที่ใกล้เคียงกัน

ปะป๊ากับแม่ก็มองหน้ากันแล้วก็ตัดสินใจว่าจะให้ภูผาใส่เพดานเทียมที่มีที่ดันจมูก  อาจารย์ก็เลยส่งไปที่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมซึ่งอยู่เยื้อง ๆ กับพรีเมียมศัลยกรรม  เพื่อนัดอาจารย์หมอนันทนา ศรีอุดมพร

พอไปถึงพยาบาลที่ดูแลคิวบอกว่าคิวของอาจารย์ได้เร็วสุดเดือนพฤศจิกายน  ปะป๊ากับแม่เริ่มเครียด  เพราะว่าอยากให้ภูผาได้ใส่เพดานเทียมกับที่ดันจมูกไวกว่านั้น  เพราะว่าถ้าได้คิวเดือนพฤศจิกายนถึงค่อยใส่ก็ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร  เพราะว่าเกือบ 3 เดือนแล้ว  พยาบาลก็บอกว่า  ลองโทรมาถามคิวอีกทีก็ได้  ถ้ามีคนยกเลิกไม่มาตามนัดก็จะได้มาแทนเขาได้  คุณหมอเข้าวันพฤหัสกับศุกร์

เย็นนั้นปะป๊ากับแม่ก็เริ่มกังวลใจว่าจะทำยังไงดี  หรือว่าเราจะผ่าตัดโดยไม่ต้องใส่เพดานเทียมดี  หรือว่าจะพาภูผาไปใส่เพดานเทียมที่อื่น เช่น  ที่ทันต มหิดล

วันรุ่งขึ้นปะป๊าก็ลองโทรไปถามคิวดูอีกที  บอกว่าอยากพบหมอเร็ว ๆ เขาว่าวันนี้คิวว่างพอดี  ตอนประมาณ 6 โมงเย็น  ปะป๊าดีใจมากก็โทรบอกให้แม่เก็บของเตรียมตัวพาภูผาไปหาหมอได้เลยเย็นวันนั้น  แล้วแม่เขาก็โทรหากู๋เป้  ซึ่งกู๋เป้  กำลังจะกลับบ้านพอดี  ก็ขับรถพาแม่กับภูผาไปหาหมอเย็นวันนั้น

อาจารย์หมอนันทนา  อธิบายให้แม่ฟังละเอียดมาก  ถึงการใส่เพดานเทียม  การผ่าตัด  การจัดฟันในอนาคต  บอกว่าภูผา  ยังต้องเจ็บอีกหลายครั้ง  อาจาย์หมอเล่าให้ฟังถึงการใส่เพดานเทียมกับที่ดันจมูก  ว่ามันมีข้อดีที่จมูกของลูกก็จะสร้างกระดูกของตัวเองขึ้นมา  โดยไม่ต้องใช้กระดูกที่อื่นหรือฉีดอะไรเข้าไปตอนที่ทำการผ่าตัดจมูก  และอาจารย์หมอถามแม่ว่าทำไมถึงมาหาที่คลินิกพรีเมียม  ทำไมไม่ไปที่ตึกเก่า   อาจารย์หมอเลยนัดแม่ให้ไปที่ตึกเก่าเพื่อทำเพดานเทียม   บอกว่าถ้าไปที่นั่นจะได้เจอคนที่เป็นเหมือนกับเราได้พบปะพูดคุย  จะได้รู้สึกว่าเราก็มีเพื่อน  มีคนเป็นเหมือนกับเรา  ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน  อาจารย์หมอบอกอีกว่าตัวเพดานเทียมอันเก่ามันใช้ไม่ได้  เพราะมันเอามาฝนไม่ได้  มันเป็นแบบบาง  คุณหมอเลยให้ไปติดต่อขอบล๊อกจากโรงพยาบาลเก่า   แล้วเอามาให้หมอดูก่อน  ถ้าใช้ไม่ได้ก็ต้องพิมพ์ปากเพื่อทำเพดานเทียมใหม่  ซึ่งในการพิมพ์ปากเพื่อทำเพดานเทียมนั้นคุณหมอบอกว่าอาจจะต้องไปทำในห้องซึ่งมีคุณหมอดมยาเข้าไปด้วย  เพราะว่าจะมีเครื่องมือที่พร้อมกว่าเป็นเครื่องวัดปริมาณออกซิเจน  เพราะว่าเด็กต้องอดอาหารและนิสัยการร้องไห้ระบบการหายใจของเด็กยังไม่ค่อยดีเท่าไีร  จะได้มีเครื่องมือและคุณหมอช่วยเหลือได้

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2555  ปะป๊ากับแม่ก็พาภูผาไปทำเพดานเทียมที่ตึกเก่าของรามา ได้เจอกับเด็กที่เป็นเหมือนภูผาเลย  2 คน  คนนึงเป็นข้างเดียวเหมือนภูผา  อีกคนนึงเป็น 2 ข้าง  แล้วก็ได้เจอเคสเด็กที่ก็ไม่รู้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร  แต่ติดถังอ๊อกซิเจนมาด้วย  ปะป๊ากับแม่ก็เลยคิดว่า  โห…ภูผาเนี่ย  ถือว่าเป็นน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ เขา  คุณหมอก็บอกอย่างนั้นเช่นกัน  ของภูผาร่องตรงเพดานไม่กว้างเลย  น่าจะผ่าตัดไม่ยาก  แล้วบล๊อกที่เอาไปให้ก็ใช้ได้ด้วย  คุณหมอก็เลยทำให้ได้เลย  นัดให้มาใส่อีกทีตอนบ่ายของวันนั้นเลย

ช่วงบ่ายก็ถึงเวลาใส่เพดานเทียมให้กับภูผาแล้วนะ  ก่อนหน้านั้น  มีช่างกล้องมาถ่ายรูปภูผากับเด็กคนอื่นๆ  เอาไว้  น่าจะเอาไปทำเป็นสื่อการสอนหล่ะมั๊ง  อย่างน้อย ๆ ภูผาก็มีประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ  นะ  ขั้นตอนในการใส่เพดานเทียมให้ภูผาก็ไม่ได้ยุ่งยากมากมายนัก  ปะป๊าเป็นคนอุ้มให้คุณหมอใส่เพดานเทียมและที่ดันจมูกให้   ส่วนแม่ไปซื้ออุปกรณ์พวกยางและเทปปิดปาก  ภูผาไม่ค่อยร้องเท่าไร  ภูผาเก่งมาก  แต่…

พอขึ้นรถกลับบ้าน  ภูผาร้องไห้ใหญ่เลย  ตอนที่เกือบจะถึงบ้านแล้ว  แล้วก็ร้องตลอดเวลาเลย  สงสัยว่าภูผาจะเจ็บ  แล้วก็กินขวดนมอันเดิมไม่ค่อยได้ด้วย  ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่รู้จะทำยังไงกันดีเลย  ปะป๊าก็เลยทดลองให้กินขวดนมธรรมดา  แต่เอาจุกนมไปบากเป็นรูปกากบาท  เพื่อให้รูใหญ่ขึ้นภูผาจะได้กินได้ง่ายขึ้น  ซึ่งก็ได้ผล  ภูผาก็กินได้ในเย็นวันนั้น  แต่หลังจากนั้นก็ยังร้องไห้เยอะอยู่ดีเมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่จะใส่เพดานเทียม  มีคนบอกว่าจะร้องไห้แบบนี้ 3 วัน !

หลังจากวันนั้นแม่หนูก็ทดลองให้กินขวดนมพิเศษแบบเก่ากับขวดนมธรรมที่ปะป๊าบากหัวให้  กลับเป็นว่ากินขวดนมพิเศษดีกว่า  ก็เลยกินขวดนมพิเศษเรื่อย ๆ มา

หมายเหตุ : มีศูนย์และมูลนิธิที่สามารถติดต่อเพื่อรับการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เช่น ศูนย์ของจุฬา  ศูนย์ของรามา  มูลนิธิตะวันฉาย และจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้า เวปลิงค์ดีดี ครับ

 

ป้ายกำกับ: , , ,