RSS

ภูผา 9 เดือน

ตอนที่ภูผาอายุ 9 เดือนกับอีก 2 วัน  เป็นวันที่ปะป๊ากับแม่ดีใจกันมาก  เพราะว่าภูผาพูดได้ยินเป็นเสียงว่า “มัม มัม มัม”  ภูผาพูดได้แล้ว เย้…..  ดีใจและตื่นเต้นมาก   ในใจปะป๊ายังคิดว่าภูผาจะพูดได้ช่วงไหนกันนะ   เคยกังวลใจว่าภูผาจะพูดโดยใช้ริมฝีปากเป็นไหม  เพราะว่าส่งเสียงแต่เป็นเสียงลำคอ  แต่นี่เป็นเสียงพูดเลย  ภูผาใช้ริมฝีปากประกบกันแล้วพูดได้แล้ว  ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เราพยายามสอนและเล่นกับเขาโดยให้เขาเห็นริมฝีปากของเรา   เล่นบรื๊น ๆ  เล่นเป่าปากไปบนตัว บนมือเขา  แล้วก็พยายามสอนคำที่ให้เขาใช้ริมฝีปาก  แล้วก็เล่านิทานให้ภูผาฟังทุกวัน…มันอาจจะได้ผลนะ  ภูผาก็พัฒนาได้อยู่ในช่วงพัฒนาของเด็กโดยปกติที่เขาจะส่งเสียงเป็นคำกันได้ช่วงนี้พอดีเลยเหมือนกัน  ไม่รู้ว่าตอนที่ภูผาเรียก “ปะป๊า” หรือ “แม่” ได้จะตื่นเต้นขนาดไหน 555+

ภูผาก็ไปฉีดวัคซีนอายุ 9 เดือนมาแล้วหล่ะ  เป็นวัคซีน หัด คางทูม หัดเยอรมันเข็มที่ 1  คราวนี้ก็เจาะเลือดไปตรวจว่าเลือดจางที่เคยให้กินธาตุเหล็กดีขึ้นมั๊ย  คุณหมอบอกว่าไม่ค่อยขึ้นเท่าไร  ลองกินธาตุเหล็กเพิ่มอีกนิด แล้วอีก 1 เดือนลองไปเจาะดูใหม่ว่าขึ้นมั๊ย  โดยคุณหมอเด็กบอกว่าไม่แน่ใจว่าจะเป็นเลือดจางเรื้อรังหรือธาลัสซีเมียรึเปล่า  ปะป๊ากังวลก็เลยให้คุณหมอเจาะไปตรวจเลย ซึ่งตอนก่อนมีภูผาปะป๊ากับแม่ก็เคยตรวจแล้วนะ  ไม่ได้เป็น  แต่ว่าคุณหมอว่าอย่างนั้นก็ลองตรวจภูผาอีกที  ผลอีกหนึ่งอาทิตย์ถึงจะได้  แต่ผลออกแล้วก็ไม่ได้เป็นนะ  แต่มีค่าเลือดตัวนึงซึ่งจะสูงหน่อยแต่ว่ามันเป็นค่าที่ปกติเด็กทารกจะสูงอยู่แล้ว  ก็ถ้าจะให้ชัวร์จริง ๆ ว่าไม่ได้เป็นพาหะก็ต้องรอเลย 1 ขวบแล้วค่อยไปเชคอีกที  แต่ในใจปะป๊ากับแม่ก็คิดว่าไม่ได้เป็นหรอก  เพราะว่าปะป๊ากับแม่ก็ไม่ได้เป็น

ภูผาเริ่มเกาะเดินแล้วด้วยช่วงนี้  แล้วเหมือนจะทำท่าที่จะลุกขึ้นยืนเองเลยนะ  ตอนนี้ก็เริ่มกลัวคนแปลกหน้าแล้วหล่ะ  มีคนแปลกหน้าอุ้มก็จะร้องนะไม่ให้อุ้ม   ซึ่งบางทีก็ไม่ให้ปะป๊าอุ้มก็มี (ปะป๊าไม่ได้แปลกหน้านะ  เราเจอกันทุกวัน แค่บางวันปะป๊ากลับมาแล้วภูผานอนแล้วเท่านั้นเอง)  ช่วงนี้ก็จะติดแม่ ติดยายหน่อย  ภูผายังคงพลังงานเยอะเหมือนเดิม  คลาน  ชอบข้ามสิ่งกีดขวางพวกหมอน ผ้าห่ม อะไรเหมือนเดิม  ช่วงนี้ก็ชอบกัดนู่นกัดนี่บ่อยขึ้น  เพราะว่าฟันขึ้นแล้ว  น้ำหนักตัวชั่งตอนฉีดวัคซีนก็ 7.4 กิโลกรัมแล้ว  เหลืออีก 6 ขีดก็จะได้ 8 กิโลกรัมแล้วนะ   เอ๊า…ภูผากินเยอะ ๆ หน่อยนะ  (ฮา)

อาทิตย์หน้าภูผาก็จะไปตรวจหูซ้ำอีกรอบ  และก็เคลือบฟลูออไรด์  ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง  แต่ไม่ว่าจะยังไง  ก็สู้ ๆ อยู่แล้วคร๊าบ…ใช่มั๊ย ภูผา ^_^

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 15, 2013 in Uncategorized

 

ภูผา 8 เดือนกว่า

ภูผาตอนนี้ 8 เดือนกว่าแล้ว พัฒนาการของภูผาตอนนี้ก็คลานเก่งและเร็วขึ้นเยอะ ตอนนี้เห็นอะไรสูง ๆ ก็จะเกาะยืน แล้วก็เริ่มก้าวแล้ว

ภูผาเริ่มฟันขึ้นแล้ว ก็เริ่มโทรไปนัดคุณหมอฟันเพื่อเคลือบฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ซึ่งนัดไปวันเดียวกับที่นัดหมอหูคอจมูกเลย ปะป๊ากับแม่จะได้ลางานวันเดียว ภูผาก็เริ่มกัดโน่นกัดนี่เยอะขึ้น กัดของเล่น กัดเบาะ ปีนที่กั้นเปลก็กัดเหล็ก ! ห้ามกันแทบไม่ทันเลย

ช่วงที่ผ่านมาภูผาเริ่มเป็นหวัดมีน้ำมูกด้วย แต่ไม่มีไข้ ทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เวลากินก็จะต้องพักหายใจบ่อยขึ้น ช่วงนี้แม่ก็เอาไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือคอยปั่นเอาน้ำมูกออก เพื่อให้จมูกโล่งขึ้น ขี้มูกภูผาเหมือนจะลงคอมากกว่ามาลงจมูกเลยนะ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เพดานยังโหว่อยู่รึเปล่า แต่ก่อนหน้าที่ภูผาจะเป็นหวัดมีน้ำมูก ภูผาอาเจียนด้วย กินนมเท่าไรก็ออกมาหมด เลยพาไปหาหมอ หมอก็ถามว่าเป็นหวัดมีน้ำมูกมั๊ย อาจจะเชื้อโรคลงกระเพาะ แต่ตอนนั้นยังไม่เห็นว่าภูผามีน้ำมูก จริง ๆ อาจจะมีแต่ลงคอเลยไม่ได้สังเกต

ภูผาช่วงนี้ก็ร่าเริง และจะเหมือนเส้นตื้นด้วยนะ ปะป๊ากับแม่ทำอะไรก็จะขำ หัวเราะ ใหญ่เลย

ช่วงนี้ก็เป็นข่วงนี้คอยสังเกตเรื่องน้ำหนักภูผาด้วยว่าขึ้นเป็นยังไงบ้าง เพราะคุณหมอบอกว่า 8 กิโล ถึงจะผ่าตัดได้ ตอนนี้ภูผาน้ำหนักขึ้นมาเป็น 7 กิโลแล้วหล่ะ เหลืออีก 1 กิโล แต่ปะป๊ากับแม่อยากให้ขึ้นสัก 8.5 หรือ 9 กิโลตอนผ่าจังเลย แต่ว่าถ้าไม่ถึงน้ำหนักตามเกณฑ์คุณหมอช่วงเดือนกันยาที่ภูผาครบ 1 ขวบ ก็ไม่เป็นไร รอให้น้ำหนักได้ ให้คุณหมอประเมินแล้วว่าโอเคเมื่อไรแล้วค่อยผ่าจะดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อน

เวลาหมุนไปเร็วเหมือนกันนะ แป๊บ ๆ ภูผาก็จะขวบนึงแล้ว ภูผาจะผ่านช่วงทารกกลายเป็นเด็กน้อยแล้วนะ ไอ้ตัวเล็ก… คนเก่งของปะป๊ากับแม่

 

ป้ายกำกับ: ,

รูปของภูผา

เนื่องจากปะป๊ากับแม่ของน้องภูผาไม่คอยสบายใจเท่าไรนักที่มีคนได้นำรูปของภูผาในบล๊อคนี้ไปใช้เพื่อเผยแพร่ในที่อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการชมภายในบล๊อคนี้เท่านั้น

เพื่อสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของครอบครัวของเรา  เราจึงขอนำรูปของภูผาบางส่วนในบล๊อคที่เห็นว่าเป็นรูปภาพเรื่องราวส่วนตัวออก  ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเอาออกทั้งหมดเหลือไว้แต่เนื้อหา  แต่คิดไปแล้วควรจะยังเก็บรูปภาพบางส่วนเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างกำลังใจให้กับพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเหมือนภูผาต่อไป  และเพื่อให้เห็นว่าลูก ๆ ของเราสามารถหายได้เป็นปกติเหมือนกับเด็กทั่ว ๆ ไป รวมถึงพัฒนาการที่ไม่ได้ด้อยกว่าเด็กปกติเลย

ซึ่งในโพสต์ต่อ ๆ ไปก็จะขอลงแต่เรื่องราวที่เป็นเฉพาะเนื้อหานะครับ  ว่าในเรื่องราวของการรักษาในขั้นตอนต่อ ๆ ไปเป็นยังไง  ถึงแม้ไม่ค่อยมีภาพ  แต่จะยังคงมุ่งเน้นตามวัตถุประสงค์หลักของบล๊อคนี้ต่อไปครับ

หวังว่าผู้ที่ติดตามอ่านบล๊อคของเราและผู้ที่เข้ามาใหม่คงจะเข้าใจนะครับ

ครอบครัวน้องภูผา

 

หาหมอศัลยกรรมและหูคอจมูก

photo (9)

ได้เวลาที่ภูผาไปหาอาจารย์หมอหูคอจมูกเพื่อไปดูหูว่าภูผามีการได้ยินปกติหรือหูปกติมั๊ย  คราวนี้เป็นการตรวจที่แม่ตื่นเต้น  เพราะว่าก่อนหน้านี้ทุกวันแม่ก็จะชอบถามเสมอว่าภูผาได้ยินใช่ไหม  เพราะว่าแม่เขาเป็นกังวลทั้ง ๆ ที่ภูผาก็หันตามเสียงเรียกตลอดเลย  ถึงเวลานัดคุณแม่ก็พาภูผาไปพบอาจารย์หมอ  อาจารย์หมอก็ซักประวัติว่า  ทำไมถึงมาหา  แม่ก็บอกว่าส่งตัวมาให้ตรวจหู  เพราะว่าภูผาเป็นปากแหว่งเพดานโหว่  อาจารย์หมอใช้ที่ส่องหูแล้วก็บอกว่าคราวนี้น่าจะยังตรวจไม่ได้เพราะว่าขี้หูภูผาแข็งและก็เยอะ  ต้องหยอดยาเพื่อให้ขี้หูนิ่มแล้วก็หลุดออกมา

ช่วงบ่ายก็ได้ไปพบอาจารย์หมอศัลยกรรม  เพื่อติดตามดูภูผาว่าเป็นยังไงบ้าง  คุณหมอบอกว่าแผลที่ปากของภูผาโอเคแล้วหล่ะนะ  ส่วนที่จมูกเดี๋ยวเราค่อยไปตกแต่งเพิ่มเติมตอน 6 ขวบ  คุณหมอก็คุยและถามเรื่องพัฒนาการของภูผาในช่วงนี้ว่าเป็นยังไงบ้าง  ปะป๊ากับแม่ก็บอกว่าได้ตามเกณฑ์เริ่มคลานแล้วหล่ะนะ  คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวต่อไปจะยิ่งซนขึ้น  555+ ภูผาของเราซนแน่นอนเลยหล่ะ  คุณหมอได้พูดถึงเรื่องแผลว่า  แผลที่ผ่าตัดริมฝีปาก  มันจะยังเหลือที่อยู่ตรงโคนจมูกอีกนิด  เดี๋ยวมันจะค่อย ๆ นิ่มและจางลงไปหลังจาก 6 เดือน  คุณหมอบอกถึงร่างกายของคนเรา  ว่าหลังจากผ่าตัดมันมีช่วงนึงทีจะรู้สึกว่ามันบวม  ๆ ไม่เห็นเหมือนตอนที่ผ่าตัดใหม่ ๆ  เลยที่จะดูสวยกว่า  แต่พอหลังจาก 6 เดือนมันก็จะเริ่มจางลง  และแผลผ่าตัดที่ทำศัลยกรรมจะดูดีขึ้น  และที่มันแข็ง ๆ มันก็จเริ่มนิ่มลง และรอยจะเริ่มจางลง  มันเป็นสเตปของร่างกาย  ปะป๊ากับแม่ก็เห็นด้วยกับอาจารย์เลย  เพราะว่าช่วงหลังจากเย็บปิดริมฝีปากก็มีช่วงนึงที่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยดีเท่าไร  แต่ช่วงนี้เริ่มโอเคดีขึ้นแล้วหล่ะนะ  พอใจมาก ๆ กลับไปดูรูปตอนที่ภูผาเกิดใหม่ ๆ  แล้วยังไม่เย็บแล้วก็รู้สึกว่ามันต่างกันมากเลย  แค่นี้ภูผาก็ดีกว่าตอนนั้นมาก ๆ แล้ว  ต้องขอบคุณคุณหมอมาก  ๆ เลยนะ

อีก 2 อาทิตย์หลังจากที่แม่หยอดหูให้ภูผาทั้ง 2 ข้าง  ก็ถึงเวลาที่ภูผาจะต้องมาพบคุณหมอหูคอจมูกอีกครั้ง  คราวนี้ปะป๊ามากับยาย 2 คน  เนื่องจากคุณแม่งานเยอะ  แต่ก็ลุ้นภูผามากกว่าใคร ๆ อยู่ที่ทำงาน  คุณหมอดูที่หูแล้วก็บอกว่าเหมือนยาที่หยอดมันไม่ค่อยเข้านะ  ตอนส่องหูคราวนี้ไม่ค่อยร้องเท่าไร  ปะป๊าก็ถามคุณหมอว่าอย่างนี้หูภูผาจะมีปัญหาที่หูชั้นกลางมั๊ย  คุณหมอก็บอกว่าก็ต้องลองดู  คุณหมอก็ส่งตัวให้ไปตรวจการได้ยินแบบ OAE ที่ชั้น 2 แผนกหูคอจมูกแบบปกติ  ซึ่งระหว่างที่พาลงไปชั้นล่าง ภูผาคงตื่นเต้นหรือยังไงไม่รู้เพราะว่าภูผาสะอึก !  เอาแล้ว…สะอึกอย่างนี้จะตรวจการได้ยินได้ยังไง

พอถึงห้องตรวจปะป๊าก็บอกว่าภูผาสะอึกจะตรวจได้มั๊ย  คนตรวจก็บอกว่าไม่ได้นะ  แล้วก็ถ้าจะให้ดีต้องให้ภูผาหลับด้วย  ปะป๊าก็เอาแล้ว  ภูผาจะหลับมั๊ยเนี่ย  ยังไงก็ต้องลองกล่อมดู  ก็มีทีท่าว่าจะหลับนะ  แต่สะอึกเนี่ยสิ  ใช้เวลานานเลยในความรู้สึกช่วงนั้น  แต่ก็ผ่านไปได้  ภูผาหลับและหายสะอึก  ก็เข้าห้องตรวจ  เริ่มจากข้างขวาก่อน  ภูผาตรวจแบบหลับที่พาดบนบ่าปะป๊า  เครื่องมีอตรวจเป็นเหมือนคล้าย ๆ หูฟังแต่เป็นแบบมีรู  ต่อเข้ากับเครื่องตรวจและต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์อีกครั้ง  ระหว่างตรวจปะป๊าก็มองหน้าจอว่าผลเป็นยังไงบ้าง  ทั้ง ๆ ที่ก็อ่านค่าไม่ออกหรอกว่ามันเป็นยังไง  แต่ก็ได้แต่เข้าข้างตัวเองว่าผลมันคงโอเค  ผ่านจากข้างขวาก็ไปต่อข้างซ้าย  คราวนี้ต้องอุ้มไว้ที่อก  ระยะเวลาในการตรวจแต่ละข้างประมาณ 2-3 นาทีต่อครั้ง  ตรวจประมาณ 2 ครั้ง  แต่ของภูผาตรวจมากกว่านั้น  เพราะว่าผลหลังจากตรวจข้างซ้ายเสร็จ  คนตรวจก็หันมาบอกกับปะป๊าว่าผลไม่ผ่านนะ  แล้วก็ได้ลองตรวจใหม่อีกครั้งทั้ง  2 ข้าง  ซึ่งก็ได้ผลเหมือนเดิมว่าไม่ผ่าน  เขาบอกว่าเหมือนคลื่นส่งไปแล้วไม่เข้าไปที่หูชั้นใน  เหมือนกับหูชั้นในไม่ได้ส่งคลื่นกลับมาอีกครั้ง ทำให้เครื่องมันผ่านผลว่าไม่ผ่าน  คราวนี้ปะป๊าก็เริ่มเครียดอีกครั้ง  ทั้ง ๆ ที่ในใจคิดว่าภูผาได้ยินอยู่แล้วหล่ะ  เพราะว่าเราทดสอบโดยการเรียกอยู่ที่บ้านกันทุกวัน  แล้วเขาก็พาภูผาไปตรวจหูชั้นกลางและตรวจพบว่ามันมีน้ำในหูชั้นกลาง  เขาก็บอกว่าโอกาสที่เด็กที่เป็นปากแหว่ง โดยเฉพาะที่มีเพดานโหว่จะมีน้ำในหูชั้นกลาง  เพราะว่าโพรงระหว่างปากกับจมูกกับหูมันเชื่อมกันหมด  แล้วเพดานโหว่  โอกาสที่น้ำจะเข้าไปมีสูง  ก็จะทำให้การได้ยินถ้ามีน้ำอยู่เยอะ  ก็จะไม่ค่อยได้ยิน  ถ้าน้ำแห้งก็จะมาได้ยินดีขึ้น  ปะป๊าก็เลยถามว่าอย่างนี้ว่ายน้ำได้มั๊ย  คนตรวจเขาก็บอกว่ามันมีโอกาสจะเติมน้ำเข้าไป  ถ้าสำลักน้ำตอนที่ว่ายน้ำ  ปะป๊าก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้น  อย่าเพิ่งให้ภูผาว่ายน้ำจะดีกว่า

กลับไปที่ห้องคุณหมอพร้อมกับผลทดสอบ  ตอนนั้นป๊าก็เริ่มกังวลใจ  คุณหมออ่านค่าแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมาก  ก็ยิ่งทำให้ปะป๊ากังวลขึ้น  จนปะป๊าถามว่าอย่างนี้ต้องผ่าตัดไหม  คุณหมอบอกว่าไม่ต้องเพราะว่าค่าที่วัดออกมาน้ำในหูชั้นกลางเหมือนจะไม่เยอะ  ก็ถามว่าภูผาหันตามเสียงรึเปล่า  ปะป๊าก็บอกว่าหันอยู่นะเพราะว่าเคยทดสอบ  (ซึ่งจริง ๆ ทดสอบทุกวันเพราะว่าแม่เขากังวล)  ก็ให้ติดตามดูผลคราวหน้าอีก 2 เดือน  และก็ส่งตัวไปให้กับแผนกแก้ไขการพูดซึ่งนัดเดือนหน้าเลย  คุณหมออธิบายน้อยไปนิดทำให้ความกังวลต่าง ๆ มันยังไม่ค่อยจางหายไป  ก็เลยไม่ค่อยอยากบอกกับแม่เลยว่าผลตรวจของภูผาเป็นยังไง  แต่ยังไงก็ต้องบอก

พอแม่รู้ผลตรวจ  ก็ยิ่งกังวลว่าจะทำยังไง  ลูกไม่ได้ยินจริง ๆ เหรอ  ลูกน่าจะได้ยินนะ  แล้วน้ำในหูชั้นกลางจะทำยังไง  หลากหลายคำถาม  ซึ่งบางคำถามปะป๊าก็ไม่ได้ถามคุณหมอ ณ ตอนที่ตรวจ  เลยต้องหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตกันเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะเรื่องหูชั้นกลางอักเสบ และเรื่องการได้ยิน  แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยสบายใจ

ดีที่ว่าวันเสาร์นั้นต้องไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เข็มที่ 2 และแม่บอกให้ปะป๊าช่วยดูว่าคุณหมอที่แผนกแก้ไขการพูดเข้ามีพรีเมียมคลินิกหรือคลินิกพิเศษมั๊ย  ซึ่งโชคดีว่าคุณหมอเข้าคลินิกพิเศษวันเสาร์ด้วย  ก็โทรไปเลื่อนนัดคุณหมอ  ซึ่งจริง ๆ ต้องเป็นปลาย ๆ เดือนหน้า  มาเป็นวันเสาร์นั้นเลย

ปะป๊ากับแม่ก็ตกลงกันว่ายังไงถ้าสงสัยหรือเป็นกัววลเรื่องอะไรก็ถามหมอในวันนั้นแล้วกัน

วันเสาร์ก็พาภูผาเพื่อไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เข็มที่ 2 ก็ได้ปรึกษาคุณหมอเรื่องธาตุเหล็กเพราะว่าเมื่อคราวที่ภูผาเป็นไข้แล้วเจาะเลือดตอนนั้นคุณหมอบอกว่าภูผาขาดธาตุเหล็ก  ซึ่งคุณหมอท่านนี้ก็เช็คผลคราวที่แล้ว  ก็สั่งธาตุเหล็กให้กิน  หมอบอกว่าต้องกิน 3 เดือน  เพื่อให้ซึมเข้ากระดูก  เพราะถ้าขาดธาตุเหล็กเม็ดเลือดแดงก็จะเล็ก  แล้วก็จะทำให้ตัวเล็กด้วย  และบอกให้คุณแม่กินธาตุเหล็กเสริมด้วยเพราะว่าตอนนี้ภูผายังกินนมแม่อยู่  ปะป๊าก็ถามเรื่องที่กังวลคือเรื่องการได้ยิน เพราะว่าไปตรวจ OAE แล้วไม่ได้ยิน  และเหมือนมีน้ำที่หูชั้นกลาง  คุณหมอบอกว่าภูผาเป็นปากแหว่งเพดานโหว่  เป็นเรื่องปกติ  ไม่ต้องกังวล  เพราะว่าทางเดินมันเชื่อมกัน  โอกาสวัดแล้วค่ามันออกมาว่าไม่ได้ยินมันสูง  แล้วก็น้ำที่อยู่ในหูก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะอักเสบ  มันคนละอย่างกัน  แต่สัญญาณที่บอกว่าหูอักเสบก็คือเป็นไข้  ซึ่งปกติถ้าเป็นไข้  หมอเด็กจะตรวจที่หูดูอยู่แล้วว่าเป็นหูอักเสบหรือมีหนองรึเปล่า  เพราะว่าเด็กในวัยนี้ยังบอกไม่ได้  ซึ่งถ้าได้เย็บปิดเพดานแล้วก็ต้องไปตรวจใหม่  ว่าผลการได้ยินโอเคมั๊ย  แล้วค่อยว่ากัน  แต่ตอนนี้สบายใจได้  ไม่ต้องไปกังวลใจกับมัน

ช่วงบ่ายปะป๊าก็พาไปหาอาจารย์หมอที่รามาแผนกฝึกพูดต่อ  ได้พบคุณหมอ  คุณหมอก็ซักประวัติและตรวจเอาไฟฉายส่องดูเพดานภูผา  ซึ่งอาจารย์หมอก็ได้อธิบายให้ปะป๊ากับแม่ฟังเยอะเลย  เกี่ยวกับเด็กที่เป็นแบบภูผา  การออกเสียงของภูผา  รวมถึงการได้ยินด้วย  แม่ถามหมอว่าอย่างภูผานี่ได้ยินมั๊ย  หมอบอกว่าได้ยิน  แต่ว่าเสียงที่ภูผาได้ยินอาจจเป็นเสียงก้องนิด ๆ ถ้ามีน้ำอยู่ในหูชั้นกลาง  พยายามอย่าไปเติมน้ำให้เขาเช่น ระวังน้ำเข้าหู  หรือการกินนมให้พยายามยกหัวเขาให้สูง  หลังจากผ่าตัดเพดานแล้วจะดีขึ้น  หมอหูคอจมูกจะนัดตรวจดูเอง 3 เดือน 6 เดือนว่าน้ำมันหายรึยัง ถ้ามีมาก ๆ หรือนานแล้วไม่หายก็อาจจะต้องมีการผ่าตัดเพื่อระบายน้ำออก  ส่วนเรื่องการพูดแล้วก็วิธีการออกเสียงหมอบอกว่าช่วงวัยนี้เขาเริ่มหัดออกเสียงเล่นเสียง  ซึ่งวิธีที่เขาออกเสียงได้สบายที่สุดคือการออกเสียงได้การใช้ลำคอ  ก็จะเป็นเสียงคอเสียมาก  เพราะว่าเขาจะยังไม่คุ้นเคยกับการใช้ริมฝีปาก  เรามีหน้าที่ที่ต้องฝึกเตรียมเอาไว้ให้เขา  พยายามใช้กล้ามเนื้อส่วนหน้าก็คือริมฝีปากและปลายลิ้นให้มากที่สุด  เพื่อใช้ในการออกเสียง  เสียงจะได้ไม่เป็นเสียงแบบขึ้นจมูก  ซึ่งกว่าภูผาจะพูดได้ อาจจะขวบครึ่งหรือสองขวบ  แต่เราต้องฝึกเอาไว้ก่อน  โดยเล่นปากเช่น บรึ๊น ๆ หรือเล่นลิ้นเอาลิ้นมาเลียริมฝีปาก  หรืออะไรที่เป็นการช่วยให้เขาใช้ริมฝีปากมากขึ้น  เพราะว่าตอนช่วง 9 เดือนจะเป็นช่วงที่เด็กจะทำตามและเลียนแบบผู้ใหญ่  อาจารย์หมอนัดอีกที หลังผ่าตัดเพดาน 1 เดือน  ซึ่งในช่วงที่เขาผ่าเพดานและพักฟื้นก็ไม่ต้องไปหัดหรือเล่นกับเขาเพราะว่าเดี๋ยวกระทบกระเทือนแผล  แต่หลังจากนั้น  เราก็จะมาหัดกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง  แต่ยังไงก็พยายามทำให้พัฒนาการของภูผาทางด้านภาษาเหมือนกับเด็กทั่วไปมากที่สุด  เช่น  เกี่ยวกับการออกคำสั่งแล้วทำตามเช่น  สวัสดีครับ  หรือ บาย ๆ คนอื่น  และคุณหมอยังบอกว่าภูผาเป็นเด็กแอคทีฟนะ  แต่ก็ต้องระวังอย่าให้เขาสมาธิสั้น  เวลาเล่นของเล่นก็อย่าวางกองๆ  หลายๆ อย่างไว้ที่พื้น  เพราะว่าเขาสนใจอย่างนี้นิดเดี๋ยวเขาก็ไปดูอย่างอื่น ๆ ต่อ  จะทำให้เขาสมาธิสั้น  อาจจะให้เล่นทีละอย่าง เก็บ แล้วเอาของใหม่มาให้เล่น  หรือให้เขานั่งเฉย ๆ แล้วก็เล่านิทานให้เขาฟังบ้าง  เพื่อฝึกให้เขาสนใจสิ่งหนึ่งนาน ๆ ขึ้น

มาหาหมอวันเสาร์นี้ทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นเยอะ  ปะป๊ากับแม่ก็ได้เห็นว่าเราจะต้องทำยังไงกับภูผาต่อไป  ยังไงเราก็จะสู้ไปด้วยกันนะครับภูผา

 

ภูผาครบ 7 เดือนแล้ว

6 เมษายน ภูผาอายุครบ 7 เดือนแล้วนะ ช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากผ่านหกเดือนมาแล้ว เป็นช่วงที่มีกิจกรรมเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะเลยหล่ะ และเป็นเดือนแห่งการหาหมอ !

IMG_0815

เดือนนี้ภูผานั่งทรงตัววได้แล้วนะ แต่ไม่ได้เกิดจากภูผาลุกขึ้นมานั่งเองนะ แม่หรือยายจับให้นั่งก็จะนั่งแล้วก็ทรงตัวเองได้เลย และก็เล่นของเล่นไปด้วยได้แล้วหล่ะ และเดือนที่ผ่านมาภูผาก็คืบได้เก่งมากเลยและออกท่าคลานไปด้วยผสมกันไป ซึ่งเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นแล้วหล่ะ โดยเฉพาะถ้าเอาอะไรที่ภูผาชอบมาวางล่อเอาไว้ให้ ก็จะคืบคลานแป๊บเดียวถึงเลย

IMG_0811

ตอนนี้ภูผาไม่ติดพี่แรบบิทเหมือนกับเดือนก่อน ๆ เท่าไรแล้ว แต่ของเล่นที่มาแรงแซงทางโค้งเลยช่วงนี้ก็เห็นจะเป็นที่เขย่าแบบเป่าลม วัสดุเหมือนกับที่ทำห่วงยางว่ายน้ำ แต่อันนี้เป็นที่เขย่าและมีกระดิ่งด้านใน เป็นของพยาบาลให้ภูผาตอนที่พาภูผาไปฉีดวัคซีนครบ 4 เดือน (ถ้าจำไม่ผิด) ที่โรงพยาบาล ซึ่งภูผาจะชอบมาก ชอบเขย่า ๆ เล่น แล้วก็ตี ๆ กับพื้น เวลาคลานมือนึงก็ถือที่เขย่าแล้วก็คืบคลานไปข้างหน้าได้ สุดยอดมากเลยลูก ถ้ามีใครแย่งก็จะร้องเหมือนตอนนั้นที่ติดพี่แรบบิท

 

เรื่องการพูดของภูผา เดี๋ยวนี้ภูผาไม่ค่อยคุยจ้อเหมือนกับเมื่อตอนอายุ 3 หรือ 4 เดือนแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าภูผามีสิ่งที่ต้องสำรวจและสนใจมากกว่าการพูดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าเดือนนี้เริ่มมีเสียงที่ไม่ใช่ อ้อ แอ้ เหมือนกับเดือนก่อน ๆ แล้ว เริ่มมีเสียงคล้าย ๆ เสียงพูด แต่ยังเดาไม่ออกว่าอะไร ครอบครัวเราก็จะลุ้นกันว่าชื่อแรกที่ภูผาจะเรียกนั้น ภูผาจะเรียกชื่อใคร…

เรื่องการกินของลูก แม่ก็ยังให้ภูผากินเหมือนเดิมอยู่ เหมือนกับเดือนที่แล้ว ที่เป็นนมและอาหารเสริม แต่ว่าช่วงหลัง ๆ นี้มีให้กินวิตามินเสริมแล้ว และเพิ่มไข่แดงกลายเป็น 1 ใบ และแม่เริ่มให้ภูผาหัดกินนมหรือกินน้ำจากถ้วยแล้วหล่ะ บางทีก็ให้หัดหลอดแต่ว่าภูผาก็ยังดูดไม่เป็นอยู่ดี เพราะว่าภูผาจะได้วิธีเหมือนเคี้ยว น่าจะเป็นเพราะว่าภูผาเคยชินแบบนี้ตั้งแต่เกิด เพราะว่าตอนแรก ๆ ภูผาก็ดูดไม่ได้

IMG_0816

ภูผาเริ่มถือขวดนมได้แล้วนะ โดยเฉพาะขวดน้ำผลไม้ที่ภูผาชอบเป็นพิเศษก็จะจับดูดได้เองเลย หรือถ้าเป็นช่วงที่ภูผาหิวนมมากเป็นพิเศษก็นอนถือขวดนมเอาเข้าปากและดูดกินได้เองแล้วหล่ะ เก่งมากเลยลูก…

แม่เริ่มให้ภูผาลองหัดกินอย่างอื่นแบบที่ปะป๊ากับแม่กินเพราะว่าเวลาป๊ากับแม่กินข้าวแล้วเห็นภูผามองก็จะลองเอา เช่น พวกแตงกวาให้ดูดเล่น ซึ่งภูผาก็ทำท่าเหมือนจะชอบด้วยนะ ภูผาก็ดูดเล่นของภูผาไป แล้วภูผาก็ชอบเอามือเข้าปากมากเลยช่วงนี้ บางทีก็จะเอามือไปสำรวจหน้าตาของปะป๊า ของแม่ หรือ ของยาย เอาเข้าปากบ้าง ทำเหมือนจะควักลูกกะตาบ้าง หรือดึงผม จนบางทีแม่กับยายถึงกับร้องเจ็บเหมือนกัน ภูผาแรงเยอะนะเนี่ย

IMG_0813

ช่วงนี้ภูผาจะเริ่มส่งสัญญาณ ชอบ ไม่ชอบ ชัดเจนขึ้น เช่น ถ้าอยากจะกินนม ก็จะคลานไปกินนมหรือมองไปที่ขวดนม เราก็จะรู้แล้วว่าภูผาอยากกินนม หรือบางทีอยากจะเล่นของเล่นอันนี้ก็จะมองไปที่ตรงนั้นถ้าไปเอาได้ก็จะไป แต่ถ้าเอาเองไม่ได้ก็จะมองจ้องอันนั้น จนเราต้องไปเอามาให้ แต่ถ้าไม่ชอบอะไรก็จะร้อง และเอามือปัด เช่นไม่อยากกินนมก็จะเอามือปัด ให้ใส่เข้าปากให้กินยังไงก็ไม่กิน ก็จะเอามือปัดไปทุกรอบ มาก ๆ เข้าก็จะร้องขึ้นมา

ช่วงนี้แม่กับยายก็จะมีเกมส์เล่นจ๊ะเอ๋กับภูผา ภูผาก็จะชอบเล่นจะเอ๋มาก จะหัวเราะคิกคักคิกคัก และครึกครื้นเป็นพิเศษถ้าเล่นเกมส์นี้ บางทีป๊ากลับมาจากที่ทำงานก็จะให้แอบข้างเตียงแล้วเรียกภูผา ภูผาก็จะหันซ้าย หันขวา แล้วก็ให้ป๊าจ๊ะเอ๋ภูผา ภูผาจะชอบใจมาก มีวันนึง ก็แอบภูผาเป็นปกติ แล้วป๊าก็แอบมองภูผาผ่านทางกระจก ภูผาก็มองป๊าพอดี ภูผาก็ยิ้มให้ป๊าทางกระจกโดยไม่ต้องหันมามองป๊าที่แอบอยู่ข้างเดียง เหมือนรู้ว่าเป็นคนเดียวกันหน่ะแหละ ช่วงนี้ภูผาก็ชอบมองกระจก เล่นกระจก แล้วก็หัวเราะ

เดือนที่ผ่านมา หลังจากครบ 6 เดือนมานี้ ป๊ากับแม่พาภูผาไปหาหมอทั้งหมด 4 ครั้ง ! ไม่รู้เพราะอย่างที่เคยอ่านในหนังสือมา เขาบอกว่าภูมิต้านทานของเด็กที่ได้มาจากแม่และก็จากนมแม่จะเริ่มหมดช่วงหลัง 6 เดือน ทำให้ภูผาเริ่มหาหมอเพราะว่าไม่สบายครั้งแรกก็ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้

 

ครั้งแรก – คันที่หู – กลากน้ำนม เป็นโรคที่ยายบอกว่าลูกของยายเป็นกันทุกคนเด็ก ๆ ภูผาเอามือไปเกาที่หูบ่อย ๆ จนกัสจังที่ติดตามภูผาผ่านสไกป์บอกว่าภูผาเป็นอะไรรึเปล่าเพราะว่าเห็นเกาบ่อยมาก แม่กับยายเลยไปดู ก็เห็นว่าภูผาเป็นเหมือนขี้กลากขาว ๆ หลังใบหู วันเสาร์นั้น ป๊ากับแม่และยายก็พาภูผาไปหาหมอเลย หลังจากที่ภูผาเพิ่งฉีดวัคซีนมา 1 อาทิตย์ ! คุณหมอก็จับดูที่หลังหูภูผาและคุณหมอก็ให้ชื่อภาษาอังกฤษเขียนใส่กระดาษมาว่า Seborrheic dermatitis เพื่อให้ลองไปดูใน Google หมอบอกว่ามันจะไม่คัน แต่ภูผาที่คันน่าจะเพราะว่าเหงื่อออกแล้วไปโดนแผลเลยคันขึ้นมา จะเป็นตรงจุดที่มีไขมันเช่น หลังหู คิ้ว ไรผม ซึ่งม้นจะเป็น ๆ หาย ๆ บางครั้งอาจจะเป็นตอนเด็ก แล้วตอนโตไม่เป็นอีก หรือไม่ก็เป็นตอนโตด้วย ซึ่งหมอก็ให้ยามาทา ยายเลยบอกว่า อ้าว เข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็นกลากน้ำนม

ครั้งสอง – ไอ – แม่เห็นภูผาหน่ะ อาการเหมือนกับไอ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้ไอตลอด จะเหมือนไอเป็นช่วง ๆ เป็นมาประมาณ 3-4 วัน ไม่สบายใจก็เลยพาไปหาหมอตอนเย็น คุณหมอก็ตรวจคอดูคอไม่แดง ไม่เป็นไข้ คุณหมอก็เลยบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร น่าจะเป็นเพราะว่าเรียกร้องความสนใจ หรือไม่ก็เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ !!! คุณแม่ก็เลยปรึกษาหมอเรื่องการกินของภูผา เพราะว่าหมอก็เหมือนจะทักว่าภูผาเหมือนผอม ก็เลยบอกว่าน่าจะมีการกินวิตามินเสริมนะ ให้น้ำมันเช่นน้ำมันมะกอกเสริมเพื่อเพิ่มพลังงาน และก็กินเพิ่มธาตุเหล็กเพราะว่านมแม่ธาตุเหล็กไม่เพียงพอ หมอก็แนะนำว่าให้กินไข่แดง ถ้าภูผากินแล้วไม่แพ้ก็เพิ่มขึ้นไปได้ ซึ่งแม่ก็เห็นด้วย

ครั้งสาม – เป็นไข้ – ภูผามีการตัวรุม ๆ ตั้งแต่ตอนกลางคืนแต่แม่วัดไข้ได้ประมาณ 37.6 ซึ่งเหมือนเป็นไข้ต่ำ ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นวันเสาร์ป๊าก็สังเกตว่าภูผาทำไมไม่ค่อยร่าเริงเลย เพิ่งนอนตื่นก็จะง่วงอีกแล้ว แล้วก็เปิดแอร์ให้ภูผานอนห้องข้างหลัง ปกติพอป๊าพาดบ่าตบตูดกล่อมให้นอนพอหลับและวางนอนก็จะนอนไม่ยาก วางแล้วก็หลับเอง แต่วันนั้นไม่เป็นอย่างนั้น พอวางปุ๊บภูผาก็จะร้อง เป็นอย่างนี้ 4-5 ครั้ง แต่ถ้าอุ้มแล้วให้หลับจะหลับได้ แล้วก็เหมือนมันร้อน ๆ ปะป๊าก็เลยเปลี่ยนห้อง เพราะว่าคิดว่าสงสัยห้องด้านหลัง พระอาทิตย์ส่อง คงจะแอร์เย็นยาก เลยเปลี่ยนไปนอนห้องด้านหน้า แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น เลยเอาปรอทมาวัดไข้ 37.6 อีกแล้วหล่ะ ก็ดูอาการไปเรื่อย ๆ จนตกตอนบ่าย วัดไข้อีกที 38.2 องศา ป๊ากับแม่รีบเอาภูผาขึ้นรถแล้วพาไปโรงพยาบาลเลย พยาบาลก็ทำการเช็ดตัวภูผาก่อนเป็นด่านแรกเพื่อให้ไข้ลดลงภูผาร้องไห้จ้าเลย ภูผาไม่ได้ร้องไห้จ้าแบบนี้มานานแล้วนะ ไม่รู้ว่าภูผาเป็นอะไร และให้กินยาพาราแบบน้ำก็ร้องไห้เหมือนกัน แล้วรอดูอาการครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นภูผาก็ซึม ๆ ไม่ค่อยดี พอพบคุณหมอไข้ก็ลดลงหน่อยแล้ว คุณหมอบอกว่าน่าจะไม่ได้เป็นไข้เลือดออกเพราะว่าไม่ค่อยซึมมาก ป๊ากับแม่ก็บอกว่านี่คือซึมของภูผาแล้วนะ เพราะว่าปกติภูผมจะร่าเริง ยิ้มเก่ง แต่นี่เล่นด้วยก็ไม่เล่นด้วยเลย คุณหมอก็ขอเจาะเลือดกับตรวจฉี่ภูผา เพื่อไปดูว่าเป็นไข้จากไวรัสหรือแบคทีเรีย ผลตรวจออกมาว่าเป็นจากไวรัส ก็ให้พาราแบบน้ำมาอย่างเดียว และรอดูอาการ ถ้าไข้ขึ้นถึง 39 องศาให้รีบพามาหาหมอใหม่

IMG_0808

วันรุ่งขึ้นภูผาก็ยังมีอาการอยู่ แม่ให้กินยาพารา ไข้ก็ยังไม่ค่อยลดลง ภูผาเหมือนงอแง และร้องหาแม่ตลอดเลย อยากให้แม่อุ้ม เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอาการร้องหาแม่ของภูผา พอภูผาไม่สบายแล้วคิดถึงแม่เนอะ แม่รู้สึกดี แล้ววันนั้นทั้งวันแม่ก็เช็ดตัวให้ภูผาตลอดเลย ไข้ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ยัง 37-38 องศา อยู่อย่างนี้ แต่ดีว่าภูผาเหมือนจะร่าเริงขึ้นไม่เหมือนกับเมื่อวาน ตอนเย็น ๆ อาการก็เริ่มดีขึ้น ไข้ลดลงแล้ว ภูผาหายดีแล้วหล่ะนะ เป็นครั้งแรกที่ภูผาไม่สบาย เล่นเอาทั้งบ้านวุ่นกันอยู่เหมือนกัน พ่อแม่มือใหม่ก็อย่างนี้แหละภูผาเอ๊ย

ครั้งที่สี่ – ตากุ้งยิง – จริง ๆ ตอนไปหาหมอที่เป็นไข้ ก็เหมือนจะเห็นตาภูผาแดง ๆ แล้วหล่ะนะ แต่ว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าภูผาขยี้ตามันก็คงแดง วันรุ่งขึ้นมันก็ยังแดงก็คิดว่ามันน่าจะโดนอะไรกัดหล่ะ อีกวันนึงมันก็ยังไม่หายสักที สงสัยมันต้องเป็นตากุ้งยิงแน่เลย เพราะว่าสังเกตเห็นมันเหมือนจะบวม ๆ เป็นติ่ง ๆ เห็นท่าไม่ดี ก็พาภูผาไปหาหมอดีกว่า ถ้าปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ ไม่รู้จะติดเชื้อรึเปล่า คุณหมอก็บอกว่าน่าจะเป็นเหมือนคล้าย ๆ กุ้งยิงนั่นแหละ ซึ่งในเด็กเจอน้อยนะ หมอลองให้ภูผากรอกตาตามแสงไฟ หมอบอกว่าภูผาไม่น่าจะเจ็บ ดีว่ามันน่าจะบวมที่เปลือกตาด้านนอก ไม่ได้เป็นด้านใน ก็โชคดีไป หมอก็ให้ยาแก้อักเสบมากิน และหมอก็บอกว่าภูผาเป็นเด็กแอคทีฟนะ

การกินยาของภูผาในเดือนนี้ไม่เหมือนกันการกินยาตอนที่ผ่าตัด ตอนนั้นภูผาเหมือนจะชอบกินยา แต่คราวนี้ไม่ใช่อย่างนั้น ภูผาปฏิเสธการกินยา และร้องไห้จ้าเลย พอเห็นไซริงค์ที่จะต้องป้อนยาก็ร้องแล้ว เหมือนรู้ตัวว่าจะต้องกินยา คราวนี้ยามันไม่อร่อยเหมือนตอนนั้นแล้วเหรอลูก ภูผาใช้มือปัดยาพัลวันเลยหล่ะ กว่าจะให้กินยาได้ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

IMG_0814

เดือนที่ผ่านมาก็เป็นการพาภูผาไปเที่ยวเป็นครั้งแรกเหมือนกัน เราพาไปกาญจนบุรี พาภูผาไปหาภูเขา ไปดูแม่น้ำ แล้วก็เหมือนเป็นการพักผ่อนของแม่ ยาย และปะป๊าไปในตัวด้วย เราค้างคืนกันที่รีสอร์ทแถวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งทริปครั้งนี้คนที่ร่าเริงเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นภูผานี่แหละ ดูคึกคัก คึกครื้นมากเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัด สงสัยต้องพาภูผาไปหาภูเขาบ่อย ๆ ซะแล้วสิ

ปะป๊ากับแม่จะพาภูผาไปหาหมอศัลยกรรมและหมอหูแล้วนะ เป็นช่วงที่แม่รอคอยเพื่อให้มั่นใจว่าภูผาได้ยินเสียงจริง ๆ นะ ลุ้นจัง…
IMG_0806

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ครึ่งขวบแล้วนะภูผา

ภูผาตอนนี้อายุครบ 6 เดือนแล้ว ทุก ๆ วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงนี้ภูผาเริ่มคืบแล้วก็กำลังหัดคลานแล้วนะ ภูผาจะใช้มือดันพื้นทำตัวโด่ง ๆ เหมือนกับท่าวิดพื้น ถ้าอยากจะไปข้างหน้าบางครั้งก็จะเอาหน้าลงพื้นเพื่อช่วยดันตัวเองให้ไปข้างหน้า ช่วงนี้ภูผากำลังน่ารักเชียว

Phupaha 6 month (4)

ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาปะป๊าไปทำงานที่ฝรั่งเศสก็เป็นช่วงที่ภูผากำลังเริ่มหัดคลานพอดี กลับมาปะป๊ายังแอบคิดว่าภูผาจะจำปะป๊าได้มั๊ยเพราะเหมือนสองวันแรกที่กลับมาภูผาไม่ค่อยคุยแล้วก็หัวเราะร่าเริงเหมือนปกติเลย แต่หลังจากนั้นก็กลับมาร่าเริงและทำท่าดีใจเวลาปะป๊ากลับมาจากที่ทำงาน

Phupaha 6 month (7)

แม่กับยายบอกว่าภูผานอนง่ายขึ้นแล้ว กล่อมแป๊บเดียวก็หลับ มันก็จริงนะ แต่หลังจากนั้นทำไมเหมือนภูผาร้องเยอะแล้วกล่อมยากอีกแล้วหล่ะ แล้วช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ภูผาเบื่อนมแม่รึเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะว่าพอเอานมให้กินทีไรก็จะร้อง แล้วก็เอามือปัดออก แล้วเหมือนอยากจะบอกทุกคนว่า ไม่อยากกิน ! ต้องจูจุ๊บ แล้วก็หลอกล่อ เล่นด้วยสารพัด เพื่อให้ภูผายอมกินนม แต่…น้ำส้ม น้ำผลไม้ ขนาดน้ำผักก็กินดีมากกินเหมือนอร่อยกว่าเยอะเลย จนบางครั้งยายก็ต้องใช้วิธีให้น้ำส้มสลับนม เพื่อให้ภูผากินนมแม่ได้ แต่ก็เจอแม่ห้ามเอาไว้เพราะกลัวภูผาจะไม่กินนมแม่ แต่สองสามวันมานี้ก็ดีขึ้นนะ

Phupaha 6 month (20)

และแม่เดาว่าภูผาอาจจะเจ็บเหงือกเพราะว่าฟันกำลังจะขึ้นรึเปล่า เพราะภูผาเอามือเข้าปากตลอดและจะชอบกัดนู่นกัดนี่

Phupaha 6 month (10)

ภูผายังกินนม 25 ออนซ์ + น้ำผลไม้ 3 ออนซ์ + ข้าวบด 2 ช้อนโต๊ะ + ผักต้มบด 2 ช่อนโต๊ะ + ไข่แดงสุก 1/4 กินทุกวัน แต่ภูผาก็ยังตัวเล็กกว่าคนระแวกหมู่บ้าน น้ำหนักยัง 6.3 กิโล คงเพราะว่าภูผาแอคทีฟมาก เล่นทั้งวัน ใช้พลังงานเยอะ

แม่เขาเอาหมูและผักที่ทำเป็นน้ำต้มสำหรับให้ภูผามาทำเป็นกับข้าวให้ปะป๊ากิน…รสชาติไม่อร่อยเลยอ่ะ แต่ทำไมภูผาดูเหมือนชอบกินหล่ะ ปะป๊าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ …

ช่วงนี้ภูผาใช้มือจับของได้ดีขึ้นมากเลย ให้ตุ๊กตาตัวนึง พอยื่นอีกตัวให้ก็จับอีกตัวโดยที่ไม่ปล่อยมืออีกข้างที่จับ ถือตุ๊กตา 2 มือได้เลย และภูผาเริ่มติดตุ๊กตาแล้ว ! ตัวที่ภูผาชอบและติดมากเลยก็คือพี่แรบบิท ตุ๊กตากระต่ายที่เป็นเพื่อนกับภูผาตั้งแต่ตอนภูผายังได้ 2 เดือน ภูผาชอบถือและเอามากัดเป็นเพื่อนสนิทกันเลยช่วงนี้ และถ้ามีใครมาแย่งออกจากมือก็จะร้องไห้จ้าเลย

Phupaha 6 month (21)

ภูผาไปหาหมอเพื่อตรวจและฉีดวัคซีนรอบอายุ 6 เดือนแล้ว เป็น 2 เข็ม 1 หยอด ประกอบไปด้วย 1 เข็มวัคซีนรวม 6 โรค (คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน/ชนิดไร้เซลล์-โปลิโอชนิดฉีด-ฮิบ-ตับอักเสบบี), 1 เข็ม วัคซีนไอพีดี และ วัคซีนโรต้าเป็นแบบหยอด คราวนี้ภูผาร้องน้อย ๆ ตอนหยอดวัคซีนแป๊บเดียวเลย เพราะว่าภูผากินไปเลยไม่ร้อง ฉีดยาก็ร้องเฉพาะตอนฉีดพอออกมาจากห้องก็ไม่ร้องแล้ว ดีมาก

วันนี้คุณหมอที่ตรวจเป็นคุณหมอผู้ชาย ถามเกี่ยวกับพัฒนาการภูผาและเรื่องกิน ปะป๊าก็บอกว่าภูผาเริ่มคืบแล้วนะ แล้วก็มียกเข่าพร้อมจะคลานแล้ว แต่ว่ายังคลานไม่ได้ก็ใช้คืบเอา กินน้ำผลไม้และข้าวบดแล้วไม่มีปัญหาก็กินได้เยอะ และยังกินนมแม่ คุณหมอก็ตรวจฟังเสียงหัวใจและปอด ตรวจดูหู แลัดูว่าฟันขึ้นรึยัง เสร็จแล้วก็ยกตัวขึ้นมาเป็นท่านั่งเพื่อดูว่าภูผานั่งเองได้รึยังและลักษณะเป็นยังไง และลองจับยืนดูด่วย เสร็จแล้วก็ลองให้คลานไปหยิบเจ้ากระต่ายน้อยด้วย ภูผาก็คืบ ๆ ๆ แป๊บนึงก็หยิบได้ คุณหมอชมว่าภูผาเก่งจังเลย

Phupaha 6 month (9)

ผ่าน 6 เดือน ครึ่งขวบแล้ว ภูผาก็ค่อย ๆ โตขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับพัฒนาการที่สมวัย ก็ทำให้ปะป๊ากับแม่สบายใจ สิ่งต่าง ๆ ที่เคยคิดกลัวในตอนแรก ๆ ที่ภูผาเกิดว่าภูผาจะเป็นยังไง พัฒนาการจะช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ มั๊ย มันค่อยเริ่มหาย และเบาบางลงไปเรื่อย ๆ ภูผาเก่งมากเลยนะ…รู้ตัวมั๊ยลูก ปะป๊ากับแม่และคนอื่น ๆ อยู่และสู้ไปกับภูผาเสมอนะ องค์ชายน้อย

phupha 6 m

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ภูผา 5 เดือน

25560213-190137.jpg

ภูผา 5 เดือนแล้วนะครับ เดือนนี้รู้สึกว่าภูผาจะพูดน้อยลงไปนิดนึง น่าจะเป๋นเพราะว่าภูผาสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น

ภูผาพลิกคว่ำได้เองค่อนข้างคล่องแล้วนะ ยกหัวตรงได้ตรงและหันมองไปรอบ ๆ ได้ดีแล้ว ตอนนี้็จะช่วยให้ภูผาหัดคลาน โดยของเล่นซึ่งใช้ค่อนข้างบ่อยคือลูกบอลที่มีลิงด้านบนและก็มีเสียง เวลากลิ้งตัวมันก็ยังตั้งตรง ซึ่งภูผาชอบนะ แล้วก็มีใช้อย่างอื่นเช่นพวกตุ๊กตาผ้า หรือบางทีก็เป็นยีราฟ ภูผาเริ่มหัดคลานไปหาโดยยกตูดแล้วก็เอาหน้าไถไป ภูผาพอที่จะคืบมาจับของเล่นได้แล้วนะ เก่งมาก ค่อยเป็นค่อยไปลูก

เวลานอนหงายก็จะชอบยกขาขึ้น แล้วก็เอามือไปจับ แม่ป้อนนมไปก็จะยกขาเอามือจับ แล้วก็ชอบถีบผ้าห่มมาก ต้องพยายามเอามาห่มให้ใหม่ตลอดเลย

ช่วงนี้ภูผากำลังชอบสำรวจร่างกายตัวเอง ชอบจับมือตัวเอง จับขา แล้วก็เอามือเข้าปาก บางครั้งก็ 1 นิ้ว บางครั้งก็ 2 นิ้ว บางทีก็ทั้งกำปั้น ! พยายามจะยัดเข้าปากหมดเลย

ภูผาเริ่มจับอะไรได้แล้วนะ แล้วก็จับแน่นด้วยนะ เอานิ้วให้จับก็กำแน่นเชียว เอาเจ้ายีราฟเพื่อนรักภูผาไปให้จับ แรกก็ยังเป็นเพื่อนรักกันอยู่ดีดี สักพักเริ่มจะไม่ใช่เพราะว่าจะเริ่มกัดแล้วก็ดึงขามันออกจากกัน สักพักก็จะเริ่มร้อง เหมือนมันดึงออกมาจากกันไม่ได้ ไม่ได้อย่างที่คิดเอาไว้อะไรประมาณนั้นน่ะ และเรื่องจับที่ถือเป็นไฮไลท์สำหรับเดือนนี้ก็คือตอนที่อากงให้อั่งเปาตรุษจีนแล้วยื่นมือออกไปจับแล้วถือได้ด้วยจับแน่นเชียว เหมือนตอนที่ไปรับอั่งเปาจากกู๋และกิ๋มและยายก็กำได้แน่นเหมือนกัน

ภูผาน่าจะเริ่มจำคนได้แล้วนะ สังเกตจากตอนป๊ากลับมาจากทำงาน แล้งภูผาเห็นภูผาก็จะดีใจ ยิ้มแล้วก็หัวเราะ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าที่กำลังร้องไห้ก็จะดีใจขึ้นมาทันที

ส่วนเรื่องการได้ยิน ภูผาได้ยินเสียงเรียกนะ แล้วก็หันถูกทางด้วยว่าป๊าเรียกมาจากทางไหน  แต่แม่เค้าก็ยังกังวลอยู่ดี  ยังไงก็เดี๋ยวรอไปทดสอบตอนไปหาหมอหูคอจมูกแล้วกันเนอะ

 
2 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 14, 2013 in เรื่องราวของภูผา

 

ป้ายกำกับ: ,

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.