6 เมษายน ภูผาอายุครบ 7 เดือนแล้วนะ ช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากผ่านหกเดือนมาแล้ว เป็นช่วงที่มีกิจกรรมเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะเลยหล่ะ และเป็นเดือนแห่งการหาหมอ !

เดือนนี้ภูผานั่งทรงตัววได้แล้วนะ แต่ไม่ได้เกิดจากภูผาลุกขึ้นมานั่งเองนะ แม่หรือยายจับให้นั่งก็จะนั่งแล้วก็ทรงตัวเองได้เลย และก็เล่นของเล่นไปด้วยได้แล้วหล่ะ และเดือนที่ผ่านมาภูผาก็คืบได้เก่งมากเลยและออกท่าคลานไปด้วยผสมกันไป ซึ่งเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นแล้วหล่ะ โดยเฉพาะถ้าเอาอะไรที่ภูผาชอบมาวางล่อเอาไว้ให้ ก็จะคืบคลานแป๊บเดียวถึงเลย

ตอนนี้ภูผาไม่ติดพี่แรบบิทเหมือนกับเดือนก่อน ๆ เท่าไรแล้ว แต่ของเล่นที่มาแรงแซงทางโค้งเลยช่วงนี้ก็เห็นจะเป็นที่เขย่าแบบเป่าลม วัสดุเหมือนกับที่ทำห่วงยางว่ายน้ำ แต่อันนี้เป็นที่เขย่าและมีกระดิ่งด้านใน เป็นของพยาบาลให้ภูผาตอนที่พาภูผาไปฉีดวัคซีนครบ 4 เดือน (ถ้าจำไม่ผิด) ที่โรงพยาบาล ซึ่งภูผาจะชอบมาก ชอบเขย่า ๆ เล่น แล้วก็ตี ๆ กับพื้น เวลาคลานมือนึงก็ถือที่เขย่าแล้วก็คืบคลานไปข้างหน้าได้ สุดยอดมากเลยลูก ถ้ามีใครแย่งก็จะร้องเหมือนตอนนั้นที่ติดพี่แรบบิท
เรื่องการพูดของภูผา เดี๋ยวนี้ภูผาไม่ค่อยคุยจ้อเหมือนกับเมื่อตอนอายุ 3 หรือ 4 เดือนแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าภูผามีสิ่งที่ต้องสำรวจและสนใจมากกว่าการพูดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าเดือนนี้เริ่มมีเสียงที่ไม่ใช่ อ้อ แอ้ เหมือนกับเดือนก่อน ๆ แล้ว เริ่มมีเสียงคล้าย ๆ เสียงพูด แต่ยังเดาไม่ออกว่าอะไร ครอบครัวเราก็จะลุ้นกันว่าชื่อแรกที่ภูผาจะเรียกนั้น ภูผาจะเรียกชื่อใคร…
เรื่องการกินของลูก แม่ก็ยังให้ภูผากินเหมือนเดิมอยู่ เหมือนกับเดือนที่แล้ว ที่เป็นนมและอาหารเสริม แต่ว่าช่วงหลัง ๆ นี้มีให้กินวิตามินเสริมแล้ว และเพิ่มไข่แดงกลายเป็น 1 ใบ และแม่เริ่มให้ภูผาหัดกินนมหรือกินน้ำจากถ้วยแล้วหล่ะ บางทีก็ให้หัดหลอดแต่ว่าภูผาก็ยังดูดไม่เป็นอยู่ดี เพราะว่าภูผาจะได้วิธีเหมือนเคี้ยว น่าจะเป็นเพราะว่าภูผาเคยชินแบบนี้ตั้งแต่เกิด เพราะว่าตอนแรก ๆ ภูผาก็ดูดไม่ได้

ภูผาเริ่มถือขวดนมได้แล้วนะ โดยเฉพาะขวดน้ำผลไม้ที่ภูผาชอบเป็นพิเศษก็จะจับดูดได้เองเลย หรือถ้าเป็นช่วงที่ภูผาหิวนมมากเป็นพิเศษก็นอนถือขวดนมเอาเข้าปากและดูดกินได้เองแล้วหล่ะ เก่งมากเลยลูก…
แม่เริ่มให้ภูผาลองหัดกินอย่างอื่นแบบที่ปะป๊ากับแม่กินเพราะว่าเวลาป๊ากับแม่กินข้าวแล้วเห็นภูผามองก็จะลองเอา เช่น พวกแตงกวาให้ดูดเล่น ซึ่งภูผาก็ทำท่าเหมือนจะชอบด้วยนะ ภูผาก็ดูดเล่นของภูผาไป แล้วภูผาก็ชอบเอามือเข้าปากมากเลยช่วงนี้ บางทีก็จะเอามือไปสำรวจหน้าตาของปะป๊า ของแม่ หรือ ของยาย เอาเข้าปากบ้าง ทำเหมือนจะควักลูกกะตาบ้าง หรือดึงผม จนบางทีแม่กับยายถึงกับร้องเจ็บเหมือนกัน ภูผาแรงเยอะนะเนี่ย

ช่วงนี้ภูผาจะเริ่มส่งสัญญาณ ชอบ ไม่ชอบ ชัดเจนขึ้น เช่น ถ้าอยากจะกินนม ก็จะคลานไปกินนมหรือมองไปที่ขวดนม เราก็จะรู้แล้วว่าภูผาอยากกินนม หรือบางทีอยากจะเล่นของเล่นอันนี้ก็จะมองไปที่ตรงนั้นถ้าไปเอาได้ก็จะไป แต่ถ้าเอาเองไม่ได้ก็จะมองจ้องอันนั้น จนเราต้องไปเอามาให้ แต่ถ้าไม่ชอบอะไรก็จะร้อง และเอามือปัด เช่นไม่อยากกินนมก็จะเอามือปัด ให้ใส่เข้าปากให้กินยังไงก็ไม่กิน ก็จะเอามือปัดไปทุกรอบ มาก ๆ เข้าก็จะร้องขึ้นมา
ช่วงนี้แม่กับยายก็จะมีเกมส์เล่นจ๊ะเอ๋กับภูผา ภูผาก็จะชอบเล่นจะเอ๋มาก จะหัวเราะคิกคักคิกคัก และครึกครื้นเป็นพิเศษถ้าเล่นเกมส์นี้ บางทีป๊ากลับมาจากที่ทำงานก็จะให้แอบข้างเตียงแล้วเรียกภูผา ภูผาก็จะหันซ้าย หันขวา แล้วก็ให้ป๊าจ๊ะเอ๋ภูผา ภูผาจะชอบใจมาก มีวันนึง ก็แอบภูผาเป็นปกติ แล้วป๊าก็แอบมองภูผาผ่านทางกระจก ภูผาก็มองป๊าพอดี ภูผาก็ยิ้มให้ป๊าทางกระจกโดยไม่ต้องหันมามองป๊าที่แอบอยู่ข้างเดียง เหมือนรู้ว่าเป็นคนเดียวกันหน่ะแหละ ช่วงนี้ภูผาก็ชอบมองกระจก เล่นกระจก แล้วก็หัวเราะ
เดือนที่ผ่านมา หลังจากครบ 6 เดือนมานี้ ป๊ากับแม่พาภูผาไปหาหมอทั้งหมด 4 ครั้ง ! ไม่รู้เพราะอย่างที่เคยอ่านในหนังสือมา เขาบอกว่าภูมิต้านทานของเด็กที่ได้มาจากแม่และก็จากนมแม่จะเริ่มหมดช่วงหลัง 6 เดือน ทำให้ภูผาเริ่มหาหมอเพราะว่าไม่สบายครั้งแรกก็ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้
ครั้งแรก – คันที่หู – กลากน้ำนม เป็นโรคที่ยายบอกว่าลูกของยายเป็นกันทุกคนเด็ก ๆ ภูผาเอามือไปเกาที่หูบ่อย ๆ จนกัสจังที่ติดตามภูผาผ่านสไกป์บอกว่าภูผาเป็นอะไรรึเปล่าเพราะว่าเห็นเกาบ่อยมาก แม่กับยายเลยไปดู ก็เห็นว่าภูผาเป็นเหมือนขี้กลากขาว ๆ หลังใบหู วันเสาร์นั้น ป๊ากับแม่และยายก็พาภูผาไปหาหมอเลย หลังจากที่ภูผาเพิ่งฉีดวัคซีนมา 1 อาทิตย์ ! คุณหมอก็จับดูที่หลังหูภูผาและคุณหมอก็ให้ชื่อภาษาอังกฤษเขียนใส่กระดาษมาว่า Seborrheic dermatitis เพื่อให้ลองไปดูใน Google หมอบอกว่ามันจะไม่คัน แต่ภูผาที่คันน่าจะเพราะว่าเหงื่อออกแล้วไปโดนแผลเลยคันขึ้นมา จะเป็นตรงจุดที่มีไขมันเช่น หลังหู คิ้ว ไรผม ซึ่งม้นจะเป็น ๆ หาย ๆ บางครั้งอาจจะเป็นตอนเด็ก แล้วตอนโตไม่เป็นอีก หรือไม่ก็เป็นตอนโตด้วย ซึ่งหมอก็ให้ยามาทา ยายเลยบอกว่า อ้าว เข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็นกลากน้ำนม
ครั้งสอง – ไอ – แม่เห็นภูผาหน่ะ อาการเหมือนกับไอ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้ไอตลอด จะเหมือนไอเป็นช่วง ๆ เป็นมาประมาณ 3-4 วัน ไม่สบายใจก็เลยพาไปหาหมอตอนเย็น คุณหมอก็ตรวจคอดูคอไม่แดง ไม่เป็นไข้ คุณหมอก็เลยบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร น่าจะเป็นเพราะว่าเรียกร้องความสนใจ หรือไม่ก็เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ !!! คุณแม่ก็เลยปรึกษาหมอเรื่องการกินของภูผา เพราะว่าหมอก็เหมือนจะทักว่าภูผาเหมือนผอม ก็เลยบอกว่าน่าจะมีการกินวิตามินเสริมนะ ให้น้ำมันเช่นน้ำมันมะกอกเสริมเพื่อเพิ่มพลังงาน และก็กินเพิ่มธาตุเหล็กเพราะว่านมแม่ธาตุเหล็กไม่เพียงพอ หมอก็แนะนำว่าให้กินไข่แดง ถ้าภูผากินแล้วไม่แพ้ก็เพิ่มขึ้นไปได้ ซึ่งแม่ก็เห็นด้วย
ครั้งสาม – เป็นไข้ – ภูผามีการตัวรุม ๆ ตั้งแต่ตอนกลางคืนแต่แม่วัดไข้ได้ประมาณ 37.6 ซึ่งเหมือนเป็นไข้ต่ำ ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นวันเสาร์ป๊าก็สังเกตว่าภูผาทำไมไม่ค่อยร่าเริงเลย เพิ่งนอนตื่นก็จะง่วงอีกแล้ว แล้วก็เปิดแอร์ให้ภูผานอนห้องข้างหลัง ปกติพอป๊าพาดบ่าตบตูดกล่อมให้นอนพอหลับและวางนอนก็จะนอนไม่ยาก วางแล้วก็หลับเอง แต่วันนั้นไม่เป็นอย่างนั้น พอวางปุ๊บภูผาก็จะร้อง เป็นอย่างนี้ 4-5 ครั้ง แต่ถ้าอุ้มแล้วให้หลับจะหลับได้ แล้วก็เหมือนมันร้อน ๆ ปะป๊าก็เลยเปลี่ยนห้อง เพราะว่าคิดว่าสงสัยห้องด้านหลัง พระอาทิตย์ส่อง คงจะแอร์เย็นยาก เลยเปลี่ยนไปนอนห้องด้านหน้า แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น เลยเอาปรอทมาวัดไข้ 37.6 อีกแล้วหล่ะ ก็ดูอาการไปเรื่อย ๆ จนตกตอนบ่าย วัดไข้อีกที 38.2 องศา ป๊ากับแม่รีบเอาภูผาขึ้นรถแล้วพาไปโรงพยาบาลเลย พยาบาลก็ทำการเช็ดตัวภูผาก่อนเป็นด่านแรกเพื่อให้ไข้ลดลงภูผาร้องไห้จ้าเลย ภูผาไม่ได้ร้องไห้จ้าแบบนี้มานานแล้วนะ ไม่รู้ว่าภูผาเป็นอะไร และให้กินยาพาราแบบน้ำก็ร้องไห้เหมือนกัน แล้วรอดูอาการครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นภูผาก็ซึม ๆ ไม่ค่อยดี พอพบคุณหมอไข้ก็ลดลงหน่อยแล้ว คุณหมอบอกว่าน่าจะไม่ได้เป็นไข้เลือดออกเพราะว่าไม่ค่อยซึมมาก ป๊ากับแม่ก็บอกว่านี่คือซึมของภูผาแล้วนะ เพราะว่าปกติภูผมจะร่าเริง ยิ้มเก่ง แต่นี่เล่นด้วยก็ไม่เล่นด้วยเลย คุณหมอก็ขอเจาะเลือดกับตรวจฉี่ภูผา เพื่อไปดูว่าเป็นไข้จากไวรัสหรือแบคทีเรีย ผลตรวจออกมาว่าเป็นจากไวรัส ก็ให้พาราแบบน้ำมาอย่างเดียว และรอดูอาการ ถ้าไข้ขึ้นถึง 39 องศาให้รีบพามาหาหมอใหม่

วันรุ่งขึ้นภูผาก็ยังมีอาการอยู่ แม่ให้กินยาพารา ไข้ก็ยังไม่ค่อยลดลง ภูผาเหมือนงอแง และร้องหาแม่ตลอดเลย อยากให้แม่อุ้ม เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอาการร้องหาแม่ของภูผา พอภูผาไม่สบายแล้วคิดถึงแม่เนอะ แม่รู้สึกดี แล้ววันนั้นทั้งวันแม่ก็เช็ดตัวให้ภูผาตลอดเลย ไข้ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ยัง 37-38 องศา อยู่อย่างนี้ แต่ดีว่าภูผาเหมือนจะร่าเริงขึ้นไม่เหมือนกับเมื่อวาน ตอนเย็น ๆ อาการก็เริ่มดีขึ้น ไข้ลดลงแล้ว ภูผาหายดีแล้วหล่ะนะ เป็นครั้งแรกที่ภูผาไม่สบาย เล่นเอาทั้งบ้านวุ่นกันอยู่เหมือนกัน พ่อแม่มือใหม่ก็อย่างนี้แหละภูผาเอ๊ย
ครั้งที่สี่ – ตากุ้งยิง – จริง ๆ ตอนไปหาหมอที่เป็นไข้ ก็เหมือนจะเห็นตาภูผาแดง ๆ แล้วหล่ะนะ แต่ว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าภูผาขยี้ตามันก็คงแดง วันรุ่งขึ้นมันก็ยังแดงก็คิดว่ามันน่าจะโดนอะไรกัดหล่ะ อีกวันนึงมันก็ยังไม่หายสักที สงสัยมันต้องเป็นตากุ้งยิงแน่เลย เพราะว่าสังเกตเห็นมันเหมือนจะบวม ๆ เป็นติ่ง ๆ เห็นท่าไม่ดี ก็พาภูผาไปหาหมอดีกว่า ถ้าปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ ไม่รู้จะติดเชื้อรึเปล่า คุณหมอก็บอกว่าน่าจะเป็นเหมือนคล้าย ๆ กุ้งยิงนั่นแหละ ซึ่งในเด็กเจอน้อยนะ หมอลองให้ภูผากรอกตาตามแสงไฟ หมอบอกว่าภูผาไม่น่าจะเจ็บ ดีว่ามันน่าจะบวมที่เปลือกตาด้านนอก ไม่ได้เป็นด้านใน ก็โชคดีไป หมอก็ให้ยาแก้อักเสบมากิน และหมอก็บอกว่าภูผาเป็นเด็กแอคทีฟนะ
การกินยาของภูผาในเดือนนี้ไม่เหมือนกันการกินยาตอนที่ผ่าตัด ตอนนั้นภูผาเหมือนจะชอบกินยา แต่คราวนี้ไม่ใช่อย่างนั้น ภูผาปฏิเสธการกินยา และร้องไห้จ้าเลย พอเห็นไซริงค์ที่จะต้องป้อนยาก็ร้องแล้ว เหมือนรู้ตัวว่าจะต้องกินยา คราวนี้ยามันไม่อร่อยเหมือนตอนนั้นแล้วเหรอลูก ภูผาใช้มือปัดยาพัลวันเลยหล่ะ กว่าจะให้กินยาได้ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

เดือนที่ผ่านมาก็เป็นการพาภูผาไปเที่ยวเป็นครั้งแรกเหมือนกัน เราพาไปกาญจนบุรี พาภูผาไปหาภูเขา ไปดูแม่น้ำ แล้วก็เหมือนเป็นการพักผ่อนของแม่ ยาย และปะป๊าไปในตัวด้วย เราค้างคืนกันที่รีสอร์ทแถวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งทริปครั้งนี้คนที่ร่าเริงเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นภูผานี่แหละ ดูคึกคัก คึกครื้นมากเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัด สงสัยต้องพาภูผาไปหาภูเขาบ่อย ๆ ซะแล้วสิ
ปะป๊ากับแม่จะพาภูผาไปหาหมอศัลยกรรมและหมอหูแล้วนะ เป็นช่วงที่แม่รอคอยเพื่อให้มั่นใจว่าภูผาได้ยินเสียงจริง ๆ นะ ลุ้นจัง…
